Gulf Edgeในเครือกลุ่มบริษัทกัลฟ์ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Google Cloud เพื่อเร่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI อย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งส่งมอบบริการ Sovereign AI และ Agentic AI ที่ตอบโจทย์ทั้งความปลอดภัยของข้อมูล อธิปไตยทางดิจิทัล และการใช้งานเชิงธุรกิจขั้นสูง
ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถด้าน AI ให้กับกลุ่มบริษัทกัลฟ์ บริษัทในเครือ รวมถึง AIS ซึ่งทำหน้าที่ทั้งองค์กรต้นแบบและพันธมิตรในระบบนิเวศ โดยผสานจุดแข็งของ Gulf Edge ด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โครงข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศของ AIS และเทคโนโลยีคลาวด์และ AI แบบครบวงจรจาก Google Cloud เพื่อเปิดโอกาสให้องค์กรไทยทุกขนาดสามารถเข้าถึงและใช้ AI ได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ

ปักหมุด Sovereign AI รับโจทย์ Data Residency ของไทย
ความร่วมมือดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากการให้บริการ Google Distributed Cloud (GDC) แบบ Air-gapped ภายในประเทศ ซึ่งช่วยให้องค์กรภาครัฐและเอกชนสามารถจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลสำคัญภายในอธิปไตยของประเทศ สอดรับกับกฎระเบียบด้าน Data Residency และความมั่นคงไซเบอร์ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่มีการกำกับดูแลเข้มงวด เช่น โทรคมนาคม การเงิน พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
สารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF กล่าวว่า ความร่วมมือกับ Google Cloud ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานระบบนิเวศดิจิทัลแห่งอนาคตของประเทศไทย พร้อมตั้งเป้าให้กลุ่มบริษัทกัลฟ์เป็นผู้บุกเบิกการนำ Sovereign Cloud และ Agentic AI มาปรับใช้จริง เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

เปิดศักราช Agentic AI ยกระดับการทำงานทั้งองค์กร
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของความร่วมมือ คือการพัฒนาแพลตฟอร์ม Agentic AI ที่สามารถรวบรวม วิเคราะห์ และตัดสินใจจากข้อมูลจำนวนมหาศาลได้อย่างชาญฉลาด ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเครือข่ายแบบเรียลไทม์ หรือพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผ่านเทคโนโลยี Gemini Enterprise ของ Google Cloud ซึ่งมีความสามารถก้าวข้ามระบบอัตโนมัติทั่วไป ไปสู่ AI Agents ที่ช่วยคิด วิเคราะห์ และแก้ปัญหาทางธุรกิจที่ซับซ้อนได้จริง
กรณีศึกษาที่ชัดเจนคือ AIS ที่นำ AI Models และโซลูชันคลาวด์ของ Google Cloud มายกระดับประสบการณ์ลูกค้าในทุกช่องทาง ตั้งแต่แอปพลิเคชัน myAIS ไปจนถึงศูนย์บริการลูกค้า โดย AI ช่วยเพิ่มความรวดเร็ว ความแม่นยำ และการตอบโจทย์เฉพาะบุคคล ขณะเดียวกันยังช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อนของพนักงาน เปิดโอกาสให้โฟกัสกับงานที่ต้องใช้ทักษะเชิงลึกและการดูแลลูกค้าอย่างมีคุณภาพมากขึ้น

ตั้ง Center of Excellence ปั้นบุคลากร AI ไทย
ในระยะต่อไป Gulf Edge และ Google Cloud เตรียมร่วมกันจัดตั้ง Center of Excellence (CoE) ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและ AI เพื่อสร้างความเชี่ยวชาญเชิงลึกและการใช้งานจริง โดยศูนย์ดังกล่าวจะพัฒนา Innovation Blueprints สำหรับอุตสาหกรรมหลักของประเทศ เช่น ค้าปลีก การเงิน และการผลิต เพื่อเป็นต้นแบบการนำ AI ไปใช้บนโครงสร้างที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานระดับโลก
ศูนย์ความเป็นเลิศแห่งนี้จะเริ่มต้นจากการเสริมศักยภาพภายในกลุ่มบริษัทกัลฟ์ ก่อนขยายผลสู่การสนับสนุนองค์กรไทยทุกขนาดทั่วประเทศ นับเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน Digital Transformation และสร้างกำลังคนด้าน AI ที่พร้อมรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในอนาคต
คาร์ธิก นาเรน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์และธุรกิจ Google Cloud กล่าวว่า AI คือโอกาสสำคัญที่สุดของยุค ที่จะพลิกโฉมทั้งการทำงานและการดำเนินธุรกิจ พร้อมย้ำว่า Google Cloud ภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับ Gulf Edge เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนให้ประเทศไทยก้าวสู่อนาคตดิจิทัลอย่างมั่นคงและยั่งยืน

