Green Transition เมกะเทรนด์ที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลก ปัจจัยสำคัญที่ภาคธุรกิจ นักลงทุน และรัฐบาลทั่วโลกต้องเร่งปรับตัว ท่ามกลางแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น และการแข่งขันด้านเทคโนโลยีสีเขียว
สำหรับประเทศไทย Green Transition หรือการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ไม่ได้หมายถึงเพียงการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือการติดตั้งโซลาร์เซลล์เท่านั้น แต่เป็น “การเปลี่ยนผ่านโครงสร้างเศรษฐกิจ” ทั้งระบบ ตั้งแต่การผลิต พลังงาน การเงิน การลงทุน ไปจนถึงการสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
ดร.ยรรยง ไทยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) มองว่า แม้เศรษฐกิจไทยปีนี้จะได้รับแรงหนุนจากการลงทุนและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่หากประเทศไทยไม่สามารถเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจไปสู่ Green Transition พร้อมกับสร้างห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ภายในประเทศได้ การเติบโตในอนาคตก็อาจยังคงกระจุกตัว และไม่สามารถยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศได้อย่างแท้จริง
Green Transition คืออะไร และเหตุใดจึงกลายเป็นยุทธศาสตร์เศรษฐกิจโลก
องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) อธิบายว่า Green Transition คือการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจไปสู่การเติบโตที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ (Low-carbon Economy) ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างการเติบโตควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยครอบคลุมตั้งแต่ระบบพลังงาน การผลิต ภาคอุตสาหกรรม การขนส่ง การเงิน ไปจนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่
สำหรับประเทศไทย Green Transition ยังสอดคล้องกับเป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2050 และ Net Zero Emissions ภายในปี 2065 ซึ่งภาครัฐกำหนดไว้เป็นกรอบการพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาว เพื่อรองรับกติกาการค้าโลกที่ให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยคาร์บอนมากขึ้น
นั่นหมายความว่า Green Transition ไม่ใช่เพียงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ การรักษาฐานการผลิต และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในอนาคต
Green Transition ไม่ใช่แค่ EV และโซลาร์ แต่ต้องสร้างอุตสาหกรรมใหม่
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ ดร.ยรรยง เน้นย้ำ คือ การลงทุนด้าน Green Transition ของไทยต้องมองไกลกว่าการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าหรือพลังงานแสงอาทิตย์ แม้มาตรการดังกล่าวจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ในระยะสั้น ผลต่อ GDP อาจยังมีจำกัด เพราะอุปกรณ์และเทคโนโลยีส่วนใหญ่ยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ส่งผลให้เม็ดเงินจำนวนมากไหลออกนอกประเทศ

“หาก Green Transition เน้นเฉพาะเรื่อง EV และโซลาร์ ระยะสั้น GDP อาจไม่ได้ประโยชน์มาก เพราะสินค้าส่วนใหญ่ยังต้องนำเข้า แต่ในระยะยาว หากไทยลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลได้ ก็จะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจ”
ดร.ยรรยง จึงเสนอว่า Green Transition ควรเชื่อมโยงกับการพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศ ตั้งแต่การผลิตชิ้นส่วน เทคโนโลยีพลังงานสะอาด วัสดุขั้นสูง ไปจนถึงการสร้างผู้ประกอบการไทยให้เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่มูลค่าโลก
AI, Data Center และ Green Transition ต้องเดินไปพร้อมกัน
อีกหนึ่งแนวโน้มสำคัญคือ การลงทุนจากต่างประเทศกำลังไหลเข้าสู่อุตสาหกรรม AI, Data Center และ Semiconductor อย่างต่อเนื่อง
ตัวเลขจาก EIC ระบุว่า การลงทุนที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะ AI Data Center และ Semiconductor ซึ่งช่วยผลักดันการลงทุนและการส่งออกของไทย แต่ก็ทำให้การนำเข้าสินค้าทุนเพิ่มขึ้นอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหาร EIC เตือนว่า หากประเทศไทยเป็นเพียงฐานการผลิต โดยไม่มี Supply Chain ภายในประเทศรองรับ มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจจะยังตกอยู่กับต่างชาติเป็นส่วนใหญ่
“ต่อไปเรามี Supply Chain ในประเทศมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Transition หรือ AI เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเอง ประเทศไทยต้องปฏิรูปเศรษฐกิจ”
Green Transition คือโอกาสของภาคธุรกิจไทย
สำหรับภาคธุรกิจ Green Transition ไม่ได้หมายถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นโอกาสในการสร้างธุรกิจใหม่ เช่น พลังงานหมุนเวียน, ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage), Smart Grid, อาคารประหยัดพลังงาน, Green Finance, Carbon Market และ Circular Economy รวมถึง เทคโนโลยีด้าน AI เพื่อการจัดการพลังงาน
การผลิตชิ้นส่วนสำหรับ EV และอุตสาหกรรมสีเขียว
ขณะเดียวกัน หลายประเทศเริ่มใช้มาตรการทางการค้า เช่น ภาษีคาร์บอน และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อกำหนดเงื่อนไขการนำเข้าสินค้า หากผู้ประกอบการไทยไม่เร่งปรับตัว อาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
EIC ประเมินว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐจะมีเม็ดเงินรวมประมาณ 220,000-270,000 ล้านบาท ส่วนหนึ่งจะถูกใช้สนับสนุน Green Transition ในช่วงปลายปีและปีถัดไป
แม้มาตรการดังกล่าวจะช่วยประคับประคองเศรษฐกิจ แต่สิ่งสำคัญคือการออกแบบนโยบายให้สร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ ไม่ใช่เพียงกระตุ้นการนำเข้าสินค้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ
ยกตัวอย่าง อุตสาหกรรมเหล็กไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากทั้งการแข่งขันด้านราคาและแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อม โดยแม้ไทยยังต้องพึ่งพาเหล็กนำเข้าจากจีนเป็นหลัก แต่ในระยะยาวผู้ประกอบการจำเป็นต้องเร่งปรับตัวสู่การผลิตที่สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ผ่านการเพิ่มการรีไซเคิลเหล็ก การเปลี่ยนมาใช้เตาหลอมไฟฟ้า (EAF) และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) เพื่อรับมือมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของตลาดโลก เช่น CBAM ของสหภาพยุโรป ขณะที่ภาครัฐควรกำหนดมาตรฐาน Green Steel ที่ชัดเจน พร้อมออกมาตรการสนับสนุนการลงทุนและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเหล็กไทยในอนาคต

EIC ชี้ปัญหาเศรษฐกิจไทยกว่า 70-80% เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง
ผู้บริหาร EIC มองว่า ความท้าทายของประเทศไทยไม่ได้เกิดจากวัฏจักรเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่กว่า 70-80% เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งสังคมสูงวัย หนี้ครัวเรือนสูง ความสามารถแข่งขันของ SME ที่ลดลง และการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ
ดังนั้น Green Transition จึงควรเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปเศรษฐกิจทั้งระบบ ไม่ใช่เพียงนโยบายด้านพลังงาน เพราะท้ายที่สุดแล้ว เป้าหมายสำคัญคือการสร้างเศรษฐกิจที่มีผลิตภาพสูง แข่งขันได้ และเติบโตอย่างยั่งยืน
GDP ไทยฟื้นเป็น 2% แต่ยังเผชิญความท้าทายหลายด้าน
ในภาพรวม EIC ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้จาก 1.7% เป็น 2% หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเริ่มทยอยเข้าสู่ระบบ อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโตดังกล่าวยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่เศรษฐกิจไทยเคยขยายตัวราว 2.5-3% ต่อปี
แรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจยังมาจากการลงทุนภาคเอกชน การส่งออกสินค้าเทคโนโลยี และการลงทุนในอุตสาหกรรม AI, Data Center และ Semiconductor แต่การเติบโตยังคงกระจุกตัว ขณะที่ภาคครัวเรือนยังเผชิญปัญหาหนี้สูง ภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว ตลาดแรงงานเริ่มอ่อนแรง และความไม่แน่นอนจากมาตรการการค้าของสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป
กล่าวโดยสรุป แม้การปรับเพิ่มประมาณการ GDP จะสะท้อนสัญญาณฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะสั้น แต่ EIC เห็นว่า การเติบโตอย่างยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อประเทศไทยสามารถใช้ Green Transition เป็นกลไกในการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจ สร้างอุตสาหกรรมใหม่ เพิ่มมูลค่าในห่วงโซ่อุปทาน และลดการพึ่งพาเทคโนโลยีและพลังงานจากต่างประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม

