ดานอน ประเทศไทย เดินหน้ากลยุทธ์ธุรกิจยั่งยืนภายใต้แนวคิด “One Planet. One Health.” ผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียน นวัตกรรมโภชนาการเพื่อสุขภาพ และบรรจุภัณฑ์รีไซเคิลได้ 100% เพื่อสร้างอนาคตระบบอาหารไทยที่ดีต่อคนและโลก
ในยุคที่ “อาหาร” ไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติหรือคุณค่าทางโภชนาการอีกต่อไป แต่กลายเป็นจุดตัดของ “สุขภาพของผู้คน” และ “สุขภาวะของโลก” — ดานอน ประเทศไทย กำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้นำที่ใช้ธุรกิจเป็นแรงขับเคลื่อนเพื่อการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ภายใต้แนวคิด One Planet. One Health.
แนวทางนี้สะท้อนผ่านทุกมิติของการดำเนินงาน ตั้งแต่นวัตกรรมโภชนาการเฉพาะทาง การจัดการบรรจุภัณฑ์และของเสียในรูปแบบ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ไปจนถึงการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่ให้ “คุณค่าร่วม” (Shared Value) กับผู้บริโภคและชุมชน
1. กลยุทธ์ “Health First” – โภชนาการคือหัวใจของธุรกิจยั่งยืน
แดนิช ราห์มัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดานอนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และดานอน ประเทศไทย กล่าวว่า “อาหารที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุดให้กับผู้คนมากที่สุด” คือพันธกิจหลักของดานอนทั่วโลก และในประเทศไทย บริษัทได้ต่อยอดแนวคิดนี้อย่างเป็นรูปธรรมผ่านการ วิจัยและพัฒนาโภชนาการเฉพาะทาง (Specialized Nutrition) เพื่อแก้ปัญหาสุขภาพในกลุ่มเด็กและครอบครัวไทย

เช่น การพัฒนา สูตรอาหารเสริมธาตุเหล็ก เพื่อลดภาวะโลหิตจางในเด็ก ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองและร่างกาย, การพัฒนา สูตรซินไบโอติก สำหรับเด็กที่คลอดโดยการผ่าตัด เพื่อช่วยฟื้นสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้, การทำงานร่วมกับ กรมอนามัยและ กทม. ภายใต้โครงการ “เด็กฉลาดด้วยธาตุเหล็ก” เพื่อคัดกรองและส่งเสริมสุขภาพเด็กไทยอย่างยั่งยืน
ดานอนไม่เพียงมองว่า “สุขภาพคือสินค้า” แต่คือ ความรับผิดชอบทางสังคม ที่ต้องขับเคลื่อนด้วยข้อมูล วิทยาศาสตร์ และการเข้าถึงอย่างเท่าเทียม
2. กลยุทธ์ “Nature Positive” – เศรษฐกิจหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อมที่ฟื้นคืนได้
ดานอนคือหนึ่งในบริษัทระดับโลกที่ประกาศชัดว่า “การเติบโตทางธุรกิจต้องไม่แลกกับความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม”

ในประเทศไทย บริษัทได้ดำเนินงานภายใต้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างจริงจัง โดยมี 3 แนวทางหลักคือ
- บรรจุภัณฑ์หมุนเวียนได้ 100% ภายในปี 2030 – ดานอนปรับกระบวนการออกแบบและผลิตบรรจุภัณฑ์ให้สามารถรีไซเคิลได้ทั้งหมด พร้อมส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดเก็บและแยกขยะร่วมกับพันธมิตรภาคเอกชน
- ลดการปล่อยคาร์บอนในห่วงโซ่อาหาร (Food Value Chain) – ตั้งแต่เกษตรกรต้นน้ำไปจนถึงผู้บริโภคปลายน้ำ ด้วยแนวคิด “Carbon Insetting” และการใช้พลังงานหมุนเวียนในกระบวนการผลิต
- สนับสนุนเกษตรกรฟื้นฟูธรรมชาติ (Regenerative Agriculture) – ดานอนร่วมมือกับเกษตรกรไทยในการปลูกวัตถุดิบแบบอนุรักษ์ดินและน้ำ เพื่อให้ระบบอาหารไทยเป็นทั้ง “ผู้ผลิตอาหาร” และ “ผู้ดูแลสิ่งแวดล้อม” ไปพร้อมกัน
ทั้งหมดนี้ ไม่เพียงช่วยลดของเสียและคาร์บอนฟุตพริ้นต์ แต่ยังสร้างแรงกระเพื่อมให้ผู้บริโภคและธุรกิจอื่นหันมาร่วมสร้าง วงจรเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ยั่งยืน

3. กลยุทธ์ “People & Partnership” – พันธมิตรคือหัวใจของระบบอาหารใหม่
ในงาน “Danone Sustainability Press Conference 2025” บริษัทได้จัดเวทีเสวนา “The Future of Food” เพื่อเปิดพื้นที่ให้ภาคส่วนต่าง ๆ มาร่วมกำหนดอนาคตของระบบอาหารไทย
บนเวทีนี้มีทั้งนักวิชาการ ภาคสังคม และผู้บริโภครุ่นใหม่ เช่น
รศ.ดร.ธัญญ์นลิน วิญญูประสิทธิ์ จาก ม.มหิดล ที่เน้นการพัฒนานวัตกรรมอาหารจากข้อมูลสุขภาพจริง
อีเบง ตัน จาก B Market Builder SEA ชี้ให้เห็นว่าการเป็นองค์กร B Corp ของดานอนคือหลักฐานแห่ง “ธุรกิจเพื่อสังคม” อย่างแท้จริง
วินเซนต์ เต รองประธานฝ่ายโภชนาการเฉพาะทาง ดานอน SEA เผยทิศทางโภชนาการเพื่อสุขภาพเด็ก
และ นุ่น – ศิรพันธ์ วัฒนจินดา นักแสดงและนักสื่อสารเพื่อสังคม สะท้อนมุมมองผู้บริโภคว่า ทุกการเลือกซื้อคือการขับเคลื่อนโลกใบนี้ การลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม สามารถเริ่มได้ด้วยตัวเองง่ายๆ ก่อน
การเชื่อมโยงความร่วมมือเช่นนี้สะท้อนว่า ดานอนไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง แต่กำลังสร้างระบบนิเวศของพันธมิตร (Ecosystem of Change) เพื่อผลักดันให้ระบบอาหารของไทยยั่งยืนอย่างแท้จริง

4. กลยุทธ์ “Consumer as Change Maker” – เมื่อผู้บริโภคคือผู้ขับเคลื่อน
ดานอนเชื่อว่า “พฤติกรรมของผู้บริโภค” คือแรงผลักสำคัญในการเปลี่ยนแปลงระบบอาหาร จึงมุ่งเน้นการสื่อสารแบบมีส่วนร่วม (Participatory Communication) เพื่อเปลี่ยนจาก “ความตระหนัก” (Awareness) ไปสู่ “การลงมือทำ” (Action) ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การลดการทิ้งอาหารที่กลายเป็นขยะ ซึ่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 30 เท่า หรือการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของระบบรีไซเคิลในชีวิตประจำวัน
ในมุมมองของดานอน “ผู้บริโภคไม่ได้เป็นเพียงผู้ซื้อ แต่คือผู้สร้างความเปลี่ยนแปลง (Consumer as Change Maker)”
5. โมเดลธุรกิจเพื่อโลกยุคใหม่
โมเดลของดานอนสะท้อนให้เห็นว่า ดานอนไม่ได้ขับเคลื่อนความยั่งยืนเพราะเป็นเทรนด์ แต่เพราะมันคือ “ยุทธศาสตร์การอยู่รอดของธุรกิจ” ในระยะยาว
“ธุรกิจสามารถเติบโตได้โดยไม่ละเลยความเป็นธรรมต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อม”
จากการมุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน การลงทุนในสุขภาพของคนไทย และการสร้างพันธมิตรข้ามภาคส่วน ดานอนกำลังปูทางให้ระบบอาหารของประเทศไทยก้าวสู่ยุคใหม่ — ยุคของอาหารที่ดีต่อคน ดีต่อโลก และดีต่ออนาคต

