CPP ต่อยอดธุรกิจคาร์บอนเครดิต แต่งตั้ง Token X เป็น ICO Portal ศึกษา “Green Tokenization” นำบล็อกเชนเชื่อมมูลค่าคาร์บอนเครดิตและทุนธรรมชาติสู่ Green Capital พร้อมสำรวจศักยภาพสวนยาง 500,000 ไร่ ครอบคลุมเกษตรกรกว่า 60,000 ครัวเรือน ตลอดจนโครงการป่าไม้และนาข้าว AWD ปูทางต่อยอด Biodiversity Credits และ Real-World Asset Tokenization ในอนาคต
ธุรกิจคาร์บอนเครดิตของ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด (CPP) ภายใต้ธุรกิจพืชครบวงจร ข้าว ขนส่ง และบริการ (CPCRT) เครือเจริญโภคภัณฑ์ เดินหน้าศึกษาความเป็นไปได้ในการนำ เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) และแนวคิด Green Tokenization มาประยุกต์ใช้กับโครงการด้านสิ่งแวดล้อม โดยแต่งตั้ง บริษัท โทเคน เอกซ์ จำกัด (Token X) เป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล หรือ ICO Portal เพื่อร่วมศึกษาการเชื่อมโยงคุณค่าจาก “ทุนธรรมชาติ” (Natural Capital) เข้ากับระบบการเงินและแหล่งเงินทุนสีเขียว หรือ Green Capital
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนความพยายามนำเทคโนโลยีทางการเงินเข้ามาสร้างกลไกเชื่อมระหว่าง สินทรัพย์และผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อม กับแหล่งเงินทุน โดยมีเป้าหมายสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว
จากคาร์บอนเครดิตสู่ “ทุนธรรมชาติ” มองไกลถึง Biodiversity Credits
ขอบเขตการศึกษาจะครอบคลุมศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาติและภาคเกษตรกรรมจากหลากหลายแหล่ง ทั้งพื้นที่สวนยางพารา โครงการป่าไม้ และโครงการนาข้าว ที่ใช้การบริหารจัดการน้ำแบบนาเปียกสลับแห้ง (Alternate Wetting and Drying: AWD) ภายใต้การดำเนินงานของ CPP และบริษัทอื่นในเครือ
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญ คือ การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการคาร์บอนเครดิตตามมาตรฐาน โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจของประเทศไทย (T-VER) ซึ่งพัฒนาโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) รวมถึงมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน การศึกษาจะไม่ได้จำกัดคุณค่าของโครงการอยู่เพียง “คาร์บอน” แต่จะประเมินคุณค่าของระบบนิเวศและทุนธรรมชาติในภาพรวม ตั้งแต่ การกักเก็บคาร์บอน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ไปจนถึงการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ
แนวทางดังกล่าวอาจต่อยอดไปสู่การศึกษา Biodiversity Credits เพื่อสร้างกลไกที่สามารถสะท้อนคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมในมิติที่กว้างกว่าคาร์บอนเครดิต ก่อนเชื่อมโยงคุณค่าที่เกิดขึ้นกับเทคโนโลยีบล็อกเชนภายใต้แนวคิด Green Tokenization เพื่อพัฒนารูปแบบการสร้างมูลค่าและแหล่งเงินทุนสำหรับโครงการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
CPP ชูสวนยาง 500,000 ไร่ ครอบคลุมเกษตรกรกว่า 60,000 ครัวเรือน
วรสิทธิ์ สิทธิวิชัย ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการธุรกิจคาร์บอนเครดิต บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด (CPP) กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของความร่วมมือครั้งนี้ คือการศึกษาว่าเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเงินจะสามารถช่วย “ปลดล็อก” คุณค่าของทุนธรรมชาติได้อย่างไร ตั้งแต่การลดและกักเก็บคาร์บอน การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ไปจนถึงการดูแลความหลากหลายทางชีวภาพ
เป้าหมายคือการเปลี่ยนคุณค่าที่เกิดขึ้นจากระบบนิเวศ ให้สามารถสร้างประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมต่อ สิ่งแวดล้อม เกษตรกร ชุมชน และระบบเศรษฐกิจในระยะยาว
ปัจจุบัน CPP มีโครงการที่มองว่า มีศักยภาพสำหรับการต่อยอดแนวคิด Green Tokenization อยู่หลายโครงการ หนึ่งในนั้นคือ โครงการคาร์บอนเครดิตในสวนยางเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่ดำเนินการร่วมกับภาครัฐ ครอบคลุมพื้นที่สวนยางประมาณ 500,000 ไร่ ใน 5 จังหวัด ได้แก่ เลย อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ และนครพนม และเกี่ยวข้องกับเกษตรกรชาวสวนยางมากกว่า 60,000 ครัวเรือน
ภายใต้กรอบ Green Tokenization มีแนวคิดที่จะนำสินทรัพย์จากโครงการสีเขียวมาพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบ โทเคนดิจิทัล (Digital Token) รวมถึงสร้างกลไกเชื่อมโยงโครงการด้านสิ่งแวดล้อม ข้อมูล ผลลัพธ์ และแหล่งเงินทุนเข้าด้วยกันผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อสนับสนุนความโปร่งใสและเพิ่มโอกาสในการขยายตลาด
ในโครงสร้างดังกล่าว คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) จะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ใช้สะท้อนผลลัพธ์จากการลดและกักเก็บก๊าซเรือนกระจก แต่ CPP ยังมองไปถึงคุณค่าด้านระบบนิเวศประเภทอื่น ทั้งการฟื้นฟูป่า การอนุรักษ์ถิ่นที่อยู่อาศัย และความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งอาจนำ Biodiversity Credits มาศึกษาต่อยอดเพื่อสะท้อนมูลค่าของ Natural Capital ในมิติที่กว้างขึ้น
Token X วางกรอบ Green Tokenization ต้องโปร่งใสและอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์
ด้าน จิตตินันท์ ชาติสีหราช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเคน เอกซ์ จำกัด (Token X) ระบุว่า การศึกษา Green Tokenization ครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสินทรัพย์ประเภทคาร์บอนเครดิต แต่ต้องการศึกษาว่าเทคโนโลยีสามารถเชื่อมโยง โครงการด้านสิ่งแวดล้อม คุณค่าจากทุนธรรมชาติ และแหล่งเงินทุน เข้าด้วยกันได้อย่างไร
หัวใจสำคัญจะอยู่ที่คุณภาพของโครงการและข้อมูล ตลอดจนรูปแบบการออกและเสนอขายโทเคนดิจิทัลที่จะต้องเป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
Token X ในฐานะ ICO Portal จะมีบทบาทศึกษาความเหมาะสมของโครงสร้างการออกและเสนอขายโทเคนดิจิทัล รวมถึงกระบวนการที่เกี่ยวข้องภายใต้กรอบกำกับดูแล เพื่อวางรากฐาน Green Tokenization สำหรับโครงการด้านสิ่งแวดล้อมให้มีความน่าเชื่อถือ โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย
เชื่อม Green Tokenization กับ Real-World Asset (RWA)
ขณะที่ วันรบ บุญธรรม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน บริษัท โทเคน เอกซ์ จำกัด (Token X) กล่าวว่า ปัจจุบันโครงการยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาเพื่อวางแนวทางให้ครอบคลุมทั้งด้านหลักเกณฑ์ โครงสร้างที่เหมาะสมในการออกและเสนอขายโทเคนดิจิทัล ความเหมาะสมของสินทรัพย์หรือคุณค่าที่นำมาใช้อ้างอิง และกลไกการจัดสรรผลประโยชน์
อีกองค์ประกอบสำคัญคือการศึกษาการประยุกต์ใช้นวัตกรรมบล็อกเชน เพื่อนำผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมาผสานเข้ากับแนวคิด Real-World Asset (RWA) Tokenization ให้สามารถสร้างประโยชน์ต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล และระบบนิเวศที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม การออกและเสนอขายโทเคนดิจิทัลจะเป็นขั้นตอนที่จะพิจารณาดำเนินการต่อไปตามความเหมาะสม หลังจากกระบวนการศึกษารูปแบบและโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง
ปูทาง “ทุนธรรมชาติ” สู่ระบบการเงินสีเขียว
ความร่วมมือระหว่าง CPP และ Token X จึงถือเป็นอีกก้าวของการนำ องค์ความรู้ด้านการเกษตร การจัดการคาร์บอน เทคโนโลยีบล็อกเชน และนวัตกรรมทางการเงิน มาผสานเข้าด้วยกัน เพื่อค้นหารูปแบบการสร้างมูลค่าจากทุนธรรมชาติและโครงการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ
หากแนวคิด Green Tokenization สามารถพัฒนาไปสู่โครงสร้างที่เหมาะสมภายใต้กรอบกำกับดูแลได้ในอนาคต ก็จะเป็นอีกแนวทางในการเชื่อม Natural Capital เข้ากับ Green Capital และสร้างกลไกทางการเงินเพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมวางรากฐานการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวของเครือเจริญโภคภัณฑ์และประเทศไทยในระยะยาว

