CMG จับมือ CASIO Thailand ขยายแนวคิด ESG จากการดำเนินธุรกิจสู่การสร้างพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ผ่าน “CASIO Pop Up at Vanich House” ย่านตลาดน้อย นำ Upcycling–การแยกขยะ–ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก เชื่อมเข้ากับไลฟ์สไตล์และชุมชน พร้อมเปิดจุดคัดแยกขยะนาน 3 เดือน หลัง CMG เผยปีที่ผ่านมาลดขยะพลาสติกได้กว่า 2.8 ตัน
เดเมียน โมโฮท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป จำกัด (CMG) กล่าวว่า ได้ร่วมกับ CASIO Thailand นำแนวคิด นำ ESG เชื่อมกับไลฟ์สไตล์และชุมชน มาต่อยอดผ่านกิจกรรม “CASIO Pop Up at Vanich House” ด้วยการจัดทำจุดแยกขยะ พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมการแยกขยะอย่างถูกต้องและสร้างสรรค์ รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม ผ่านประสบการณ์ในรูปแบบ Community Lifestyle Space
CMG ให้ความสำคัญและดำเนินธุรกิจภายใต้แนวทาง ESG อย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมตั้งแต่การบริหารร้านค้าไปจนถึงการจัดการคลังสินค้า

ความร่วมมือในกิจกรรม CASIO Pop Up at Vanich House จึงสะท้อนความตั้งใจที่จะขยายการรับรู้ด้านสิ่งแวดล้อมออกจากกระบวนการภายในองค์กร ไปสู่กิจกรรมที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงและมีส่วนร่วมได้ง่ายขึ้น
“ความร่วมมือในกิจกรรม CASIO Pop Up at Vanich House สะท้อนความตั้งใจของเราในการสร้างการรับรู้ด้านสิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรมที่เข้าถึงผู้คนได้ง่าย และเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคและชุมชนร่วมสร้างพฤติกรรมเชิงบวกในการดูแลสิ่งแวดล้อมร่วมกัน”
Community Building เชื่อมแบรนด์กับคนรุ่นใหม่
อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญของโครงการคือการใช้ Community Building เป็นเครื่องมือสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์ ผู้บริโภครุ่นใหม่ ชุมชน และประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม

สิรินาถ เรืองสุวรรณเดช Head of Casio Watch บริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นการต่อยอดความตั้งใจของ CMG ในการนำแนวคิดด้านความยั่งยืนออกไปสู่ชุมชนและกลุ่มคนรุ่นใหม่ ผ่านพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนเรียนรู้และมีส่วนร่วมกับการดูแลสิ่งแวดล้อมในรูปแบบที่สนุกและเข้าถึงง่าย
Community Building ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภครุ่นใหม่ จึงถูกนำมาพัฒนาเป็นกิจกรรม CMG CASIO Pop Up at Vanich House โดยพื้นที่ได้รับการตกแต่งด้วยวัสดุ Upcycling พร้อมจัดทำถังแยกขยะที่มีการคัดแยกอย่างละเอียด เพื่อช่วยให้ขยะสามารถถูกนำกลับไปรีไซเคิลหรือใช้ประโยชน์ต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จุดคัดแยกขยะดังกล่าวจะเปิดให้บริการภายในพื้นที่เป็นเวลา 3 เดือน และ CMG มีแผนขยายแนวคิดไปยังพื้นที่อื่น ๆ ในอนาคต

CASIO นำ Bio-based Resin–พลังงานแสงอาทิตย์ เชื่อม Product กับ Sustainability
ด้าน นากาอิ ซึเนโอะ Managing Director, CASIO Marketing Thailand กล่าวว่า CASIO มุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้แก่สังคมในทุกประเทศที่เข้าไปดำเนินงาน โดยประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญที่บริษัทต้องการมีส่วนร่วมสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับชุมชน
CASIO จึงร่วมมือกับ CMG ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจสำคัญ เพื่อส่งต่อแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมไปยังผู้บริโภคชาวไทย ขณะเดียวกัน CASIO ยังพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทั้งการใช้ Bio-based Resin ในการผลิตสายนาฬิกา การใช้ พลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงการปรับกล่องบรรจุภัณฑ์เป็นวัสดุกระดาษที่สามารถรีไซเคิลได้ง่าย
ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ถูกนำมาจัดแสดงภายในงาน เพื่อสะท้อนแนวคิดด้านความยั่งยืนของแบรนด์ควบคู่ไปกับประสบการณ์ของผู้บริโภค

เปลี่ยน Pop Up Store เป็นพื้นที่เชื่อม “แบรนด์–ชุมชน–สิ่งแวดล้อม”
กิจกรรม “CMG CASIO Pop Up at Vanich House” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 มิถุนายน – 20 กันยายน 2569 โดยออกแบบกิจกรรมให้เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ผ่าน 3 ส่วนหลัก ได้แก่ Weekend Market ที่รวบรวมร้านค้าที่น่าสนใจ, Workshop กิจกรรมสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบ อาทิ Hair Styling, Wine Tasting, Sketching และ Keyboard for Beginners by CASIO Music และ Special Menu Collaboration ร่วมกับ Vanich House
ภายในงานยังมี CASIO Pop Up Store ที่ออกแบบและตกแต่งด้วยวัสดุ Upcycling พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ขณะเดียวกัน กิจกรรมยังเชื่อมโยงออกไปยัง ชุมชนย่านตลาดน้อย ผ่านกิจกรรมสะสมตราประทับ หรือ Stamp Collection ที่กระจายอยู่ตามจุดต่าง ๆ ในชุมชน เมื่อสะสมแล้วสามารถนำมาแลกรับของที่ระลึกและเมนูเครื่องดื่มพิเศษ สะท้อนแนวคิดการเติบโตไปพร้อมกันระหว่างแบรนด์ ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

CMG ลดขยะพลาสติกกว่า 2.8 ตัน ลดใช้ถุงพลาสติกกว่า 20,000 ใบ
นอกเหนือจากกิจกรรมที่เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง CMG ยังเดินหน้าลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
เดเมียน ระบุว่า ตลอดปีที่ผ่านมา CMG สามารถ ลดปริมาณขยะพลาสติกได้กว่า 2.8 ตัน และ ลดการใช้ถุงพลาสติกในกระบวนการดำเนินธุรกิจได้มากกว่า 20,000 ใบ
ขณะที่ช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทยังสามารถลดการใช้ถุงพลาสติกได้เพิ่มอีก กว่า 12,000 ใบ
“CMG ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนโครงการที่สร้างคุณค่าให้กับสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างต่อเนื่อง… สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการผสานแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้ากับการดำเนินธุรกิจ”
การขยับ ESG จากกระบวนการภายในองค์กรออกมาสู่พื้นที่ไลฟ์สไตล์และชุมชน จึงเป็นอีกแนวทางที่ทำให้เรื่อง “ความยั่งยืน” เข้าใกล้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งไม่เพียงเป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญของแบรนด์ แต่ยังเป็นหนึ่งในกลุ่มที่สามารถขับเคลื่อนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นในวงกว้างได้ในอนาคต

