เอพี ไทยแลนด์ ร่วมมหาวิทยาลัยมหิดล เปิดแนวคิด Toward a Sustainable Future ต่อยอด “หย่อมป่า” สร้าง Biodiversity และ Green Infrastructure ในโครงการที่อยู่อาศัย นำร่อง THE CITY บางนา 3
เอพี ไทยแลนด์ เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความยั่งยืน ภายใต้คำมั่นสัญญา “ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้” ด้วยการลงนามความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดแนวคิด “Toward a Sustainable Future” มุ่งพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยควบคู่การสร้างสมดุลด้านสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศเมือง พร้อมต่อยอดโครงการ “หย่อมป่า” เพื่อผลักดันความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ในเมืองใหญ่
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ AP Thailand ในการยกระดับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จากการสร้าง “พื้นที่สีเขียว” ไปสู่การออกแบบ “ระบบนิเวศของการอยู่อาศัย” ที่สามารถใช้งานได้จริง ทั้งในด้านคุณภาพอากาศ การลดความร้อนในเมือง และการสร้างสมดุลระหว่างคน เมือง และธรรมชาติ

ดัน “หย่อมป่า” สู่ต้นแบบ Green Infrastructure เพื่อเมืองแห่งอนาคต
กิตติเชษฐ์ สถิตย์นพชัย รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์การตลาดองค์กรและดิจิทัล บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดลถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาแนวคิด “Toward a Sustainable Future” ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านนิเวศเมืองและความหลากหลายทางชีวภาพ เข้ากับการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยอย่างเป็นระบบ
เอพี ไทยแลนด์ ตั้งเป้าสร้างมาตรฐานใหม่ของวงการอสังหาริมทรัพย์ ที่ให้ความสำคัญทั้งด้าน Living Quality และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

หนึ่งในหัวใจสำคัญของโครงการ คือ การต่อยอด “หย่อมป่า” ให้กลายเป็น “โครงสร้างพื้นฐานสีเขียว” หรือ Green Infrastructure ที่ทำงานได้จริง ไม่ใช่เพียงองค์ประกอบด้านความสวยงาม แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศเมือง ลดฝุ่น PM2.5 ดูดซับคาร์บอน และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะของผู้อยู่อาศัย
3 แนวคิดออกแบบพื้นที่สีเขียว เพื่อ Biodiversity ในเมือง
เอพี ไทยแลนด์ และมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกันพัฒนาแนวทางการออกแบบพื้นที่สีเขียวเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ ผ่าน 3 หลักการสำคัญ ได้แก่
1. Design for Ecosystem
ออกแบบพื้นที่สีเขียวให้สามารถ “ทำงาน” ในระบบนิเวศได้จริง ช่วยลดปรากฏการณ์ Urban Heat Island ดักจับฝุ่น PM2.5 กักเก็บคาร์บอน และเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับธรรมชาติในชีวิตประจำวัน

2. Multi-tiered Planting
จัดวางพรรณไม้แบบหลายระดับชั้น เลียนแบบโครงสร้างป่าธรรมชาติ ตั้งแต่ไม้คลุมดิน ไม้พุ่ม ไปจนถึงไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ เพื่อสร้างแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยให้กับนกและแมลงผสมเกสร พร้อมเชื่อมต่อระบบนิเวศในเมือง
3. Urban Fit & Native Resilient
เลือกใช้พันธุ์ไม้ท้องถิ่นและพันธุ์ไม้ที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมเมือง มีความแข็งแรง ทนโรค ดูแลง่าย และไม่กระทบโครงสร้างวิศวกรรม ช่วยสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนและลดภาระการดูแลระยะยาว

THE CITY บางนา 3 ต้นแบบ “Urban Micro Ecosystem”
แนวคิดดังกล่าวถูกนำร่องในโครงการ THE CITY บางนา 3 ซึ่งถูกพัฒนาให้เป็น “Urban Micro Ecosystem” หรือระบบนิเวศขนาดย่อมภายในโครงการที่อยู่อาศัย โดยมีการออกแบบพื้นที่สีเขียวแบบหลายชั้น ทั้งไม้ใหญ่ ไม้พุ่ม และไม้คลุมดิน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมทั้งต่อผู้อยู่อาศัยและสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศเดียวกัน
ความสำเร็จดังกล่าวต่อยอดมาจากโครงการ LIFE สาทร-เซียร์ร่า ที่เคยได้รับรางวัล Good Design Award หรือ G-Mark จากประเทศญี่ปุ่น จากแนวคิดการออกแบบพื้นที่สีเขียวที่ผสาน Biodiversity เข้ากับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยอย่างเป็นรูปธรรม

กิตติเชษฐ์ กล่าวว่า เป้าหมายของความร่วมมือครั้งนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการพัฒนาโครงการของเอพี ไทยแลนด์ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการวางรากฐานการพัฒนาเมืองแห่งอนาคต ที่ให้ความสำคัญทั้งคุณภาพชีวิตและระบบนิเวศอย่างสมดุล

