AIS ผนึกกำลังภาครัฐและสถาบันการศึกษา เปิดตัวหลักสูตร “อุ่นใจไซเบอร์ : AI Literacy” บนแพลตฟอร์ม Thai MOOC และอุ่นใจ CYBER มุ่งสร้างทักษะ AI ควบคู่ภูมิคุ้มกันไซเบอร์ เรียนฟรีทุกที่ทุกเวลา
AIS ร่วมกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัวหลักสูตรออนไลน์ “อุ่นใจไซเบอร์ : AI Literacy” เพื่อยกระดับความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของคนไทยทุกช่วงวัย พร้อมปลูกฝังการใช้งานอย่างปลอดภัย มีจริยธรรม และสร้างสรรค์ โดยเปิดให้เรียนฟรีผ่าน Thai MOOC และแพลตฟอร์มอุ่นใจ CYBER
ดัน “AI Literacy” จากทางเลือกสู่ “ทักษะจำเป็น”
ท่ามกลางโลกที่ AI กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของชีวิตประจำวัน ความรู้ด้าน AI ไม่ใช่แค่ “ควรรู้” แต่เป็น “ต้องรู้” หลักสูตรนี้จึงถูกออกแบบให้ครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงการประยุกต์ใช้จริง ทั้งในด้านการทำงาน การเรียน และการใช้ชีวิต

เนื้อหาหลักสูตรแบ่งเป็น 10 โมดูล เข้าใจง่าย ไม่เน้นวิชาการหนัก แต่เน้น “ใช้ได้จริง” พร้อมสอดแทรกเรื่อง ความปลอดภัยไซเบอร์ การคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) และจริยธรรม AI
อว. ดันนโยบาย “AI for All” ครอบคลุมคนไทยกว่า 1.8 ล้านคน
ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงวัย ตั้งแต่การใช้แผนที่ เพลง ไปจนถึงโซเชียลมีเดีย กระทรวง อว. จึงเร่งขับเคลื่อนนโยบาย “AI for All” ผ่านระบบ การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) เพื่อเตรียมความพร้อมกำลังคนกว่า 1.8–2 ล้านคนในระบบการศึกษา และประชาชนทั่วไปให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง

ประชาชนและนักศึกษาสามารถเข้าเรียนหลักสูตรนี้ได้ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ Thai MOOC (thaimooc.ac.th) ของกระทรวง อว. เพื่อให้เข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมได้อย่างทั่วถึง การขับเคลื่อนครั้งนี้ถือเป็นโครงการเรือธง (Flagship) ของกระทรวง อว. ในการพัฒนาทักษะดิจิทัลและหน้าที่พลเมืองดิจิทัล
ส่วนการขยายผลหรือต่อยอด ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าวว่า อนาคตจะมีการเพิ่มจำนวนหลักสูตรให้มากขึ้น จากเดิมที่เป็นโมดูลพื้นฐานจะขยายเป็นหลายโมดูลในอนาคต รวมทั้งมีารสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (Community) กับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วประเทศเพิ่มขึ้น เพื่อกระจายความรู้ให้ครอบคลุมทั่วถึง
จุฬาฯ ชี้ AI ต้องมาคู่ “Responsible AI”
วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า โลกยุค AI ต้องการคนที่ “ใช้เทคโนโลยีอย่างมีวิจารณญาณ” ไม่ใช่แค่ใช้เป็น แต่ต้องเข้าใจผลกระทบและความรับผิดชอบ
จุฬาฯ จึงผลักดันแนวคิด Responsible AI พร้อมตั้งเป้าสร้าง “ผู้สร้าง AI” ไม่ใช่เพียงผู้ใช้งาน และขยายโอกาสการเรียนรู้ผ่านแนวทาง Lifelong Learning รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรที่สามารถสะสมหน่วยกิต (Credit Bank) ได้ในอนาคต
ความร่วมมือกับกระทรวง อว. มหาวิทยาลัยดำเนินงานสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวง อว. เพื่อนำการศึกษาและงานวิจัยไปสร้างประโยชน์แก่ประชาชน นำ AI Literacy จาก “ควรดำเนิน” สู่ “ต้องรู้” Must Know

อธิการบดี จุฬาฯ ย้ำว่า ความรู้เรื่อง AI (AI Literacy) ไม่ใช่แค่เรื่องที่ “ควรจะรู้” (Should Know) แต่เป็นเรื่องที่ทุกคน “ต้องรู้” (Must Know) เพื่อให้สามารถอยู่รอดและพัฒนาได้ในโลกปัจจุบัน โครงการสร้างความรู้ด้าน AI นี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน ได้แก่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ, ศูนย์ AI, กระทรวง อว. และภาคเอกชนอย่าง AIS เพื่อผลักดันให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นผ่านการใช้เทคโนโลยี บทสรุป: ความมุ่งมั่นในครั้งนี้คือการทำให้ “ปัญญาประดิษฐ์” กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการ “ประดิษฐ์ปัญญา” ให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน
AIS ยกระดับจาก Digital Literacy สู่ AI Literacy
สายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร AIS ระบุว่า AIS เดินหน้าสร้าง AI Ecosystem ครบวงจร ทั้งโครงข่ายอัจฉริยะ (Autonomous Network) บริการ AI เช่น AISpace และการพัฒนาทักษะผ่าน LearnDi
การเปิดตัวหลักสูตรนี้ถือเป็นการต่อยอดจากโครงการ “อุ่นใจไซเบอร์” ที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2562 และมีผู้เรียนแล้วกว่า 1.05 ล้านคน โดยมุ่งสร้าง AI ให้เป็น “เพื่อนคู่คิด (AI Buddy)” ที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ

สายชล กล่าวว่า ภายใต้ AI Universe ของ AIS แบ่งการทำงานออกเป็น 4 แกนสำคัญ
1. การยกระดับเครือข่ายอัจฉริยะ (Intelligent Network): มีการนำ AI มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล จัดสรรทราฟฟิก (Traffic) และบริหารจัดการทรัพยากร รวมถึงการจัดการสัญญาณให้มีประสิทธิภาพสูงสุด “ถูกที่ถูกเวลา” เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดให้กับทั้งประชาชนทั่วไปและองค์กรต่าง ๆ
2. การเข้าถึงบริการ AI พื้นฐาน (Easy AI Access): AIS พัฒนาแพลตฟอร์มที่เรียกว่า “AIS Space” เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงนวัตกรรม สินค้า และบริการ AI ขั้นพื้นฐานได้ง่าย ๆ โดยไม่มีความซับซ้อน
3. การพัฒนาทักษะบุคลากรและความปลอดภัย: ส่งเสริมทักษะดิจิทัลให้กับพนักงานผ่าน AIS Academy การยืนยันตัวตน (Identity Verification): นำ AI มาใช้ในการตรวจคัดกรองอัตลักษณ์บุคคลเมื่อมีการเปิดใช้ซิมการ์ด เพื่อป้องกันมิจฉาชีพหรือสแกมเมอร์ที่มักจะใช้ภาพปลอมหรือวิธีการหลอกลวงรูปแบบต่างๆ ในการปลอมแปลงตัวตน

4. แกนแห่งปัญญา (Wisdom) – แกนที่สำคัญที่สุด: AIS เชื่อว่าการมีองค์ความรู้หรือ “Wisdom” คือภูมิปัญญาที่เป็นเสมือน “วัคซีน” ในการปกป้องประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ
8 ปีที่ผ่านมา AIS ได้ขับเคลื่อนเรื่อง Digital Literacy เพื่อให้คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีผู้เรียนผ่านแพลตฟอร์ม LearnDi แล้วประมาณ 1 ล้านคน ล่าสุด กับการต่อยอดสู่หลักสูตร AI Literacy ความสำคัญของหลักสูตรนี้ไม่ใช่แค่ “มีก็ดี” แต่เป็นสิ่งที่ “ต้องมี” (Must have) เพื่อให้คนไทยสามารถอยู่รอด แข่งขัน และใช้เทคโนโลยีได้อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ในโลกยุคใหม่ ภายใต้เป้าหมาย เพื่อให้คนไทยรู้จักใช้ AI อย่างถูกต้อง สร้างคุณค่า และต่อยอดโอกาสให้กับตนเองและประเทศชาติ เป็นการนำเทคโนโลยีมาสร้างประโยชน์ พร้อมกับการสร้างภูมิคุ้มกันทางปัญญาให้แก่คนไทยไปพร้อมกัน
สำหรับรายละเอียดหลักสูตร 10 โมดูล (10 Modules) นี้ ถูกออกแบบมาให้มีความหลากหลายและครอบคลุมในเชิงบริบทที่คนทั่วไปและนักศึกษาจะนำไปใช้ได้จริง โดยมีโครงสร้าง พื้นฐานและแนวคิด: เริ่มจากการทำความเข้าใจศักยภาพของ AI และการปรับตัว (Module 1) ทักษะการใช้งาน: การสร้าง “ผู้ช่วย AI” ที่มีประสิทธิภาพ (Prompting) และการใช้ AI ในการทำงานวิจัยสำหรับนิสิตนักศึกษา, การประยุกต์ใช้ตามสาขาอาชีพ: เช่น AI ในบริบทนิเทศศาสตร์ (การสร้างแบรนด์), การเพิ่มผลิตภาพ (Productivity), และการสร้างแอปพลิเคชันหรือซอฟต์แวร์ด้วยตนเอง (Low-code/No-code) หรือทางด้าน กฎหมายและจริยธรรม: โมดูลที่ 10 จะเน้นเรื่องการกำกับดูแล (Governance) การใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบทั้งในระดับบุคคลและองค์กร

เรียนฟรี! ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมต่อยอดสู่หน่วยกิต
ผู้สนใจสามารถเรียนหลักสูตร “อุ่นใจไซเบอร์ : AI Literacy” ได้ฟรีผ่าน:
แอปพลิเคชัน “อุ่นใจ CYBER”


