ธนาคารไทยพาณิชย์เตรียมวงเงินสนับสนุนกว่า 2,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนของผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานอสังหาริมทรัพย์ของแสนสิริ ครอบคลุมสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน
สินเชื่อเพื่อความยั่งยืนให้วงเงินสูงสุด 50 ล้านบาทต่อราย ไม่ต้องใช้หลักประกัน พร้อมอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.50% ในปีแรก สำหรับธุรกิจที่ผ่านเกณฑ์อนุมัติ
ผู้ประกอบการ SME ในห่วงโซ่อุปทานอสังหาริมทรัพย์มีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนเพิ่มเติม หลังธนาคารไทยพาณิชย์เตรียมวงเงินสนับสนุนคู่ค้าของแสนสิริรวมกว่า 2,000 ล้านบาท ครอบคลุมสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน โดยผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อความยั่งยืนให้วงเงินสูงสุด 50 ล้านบาทต่อราย โดยไม่ต้องใช้หลักประกัน และมีอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.50% ในปีแรก สำหรับผู้ที่ได้รับอนุมัติภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ตามเงื่อนไขธนาคาร ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งช่วยให้ผู้ประกอบการมีเงินทุนสำหรับพัฒนาธุรกิจและลงทุนในกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
วงเงินกว่า 2,000 ล้านบาท เสริมสภาพคล่องและการลงทุนของ SME
บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จัดงาน “Synergy for SME Sustainable Success: ผนึกพลัง ขับเคลื่อน SME สร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืน” เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ณ สิริ แคมปัส เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย และเตรียมความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจจากเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และมาตรฐานด้านความยั่งยืน

ธนาคารไทยพาณิชย์เตรียมวงเงินสนับสนุนคู่ค้าของแสนสิริรวมกว่า 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อธุรกิจที่มีหลักประกัน ทั้งวงเงินกู้ระยะยาวและวงเงินทุนหมุนเวียนในอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับลูกค้าที่ได้รับการคัดเลือก รวมถึงสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนทางธุรกิจ (Sustainable Financing) สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการลงทุนหรือปรับเปลี่ยนกิจการไปสู่แนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
สำหรับสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน มีวงเงินกู้สูงสุด 50 ล้านบาทต่อรายโดยไม่ต้องใช้หลักประกัน อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.50% ในปีแรก สำหรับผู้ที่ได้รับอนุมัติภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ทั้งนี้ การอนุมัติและเงื่อนไขสินเชื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร
กิจกรรมที่เข้าข่าย Green Activities ตามข้อมูลที่ธนาคารระบุ ได้แก่ การติดตั้งระบบผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบบำบัดน้ำเสีย อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
เศรษฐาชี้ SME ต้องรักษากระแสเงินสดและความเชื่อมั่นในซัพพลายเชน
เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรีและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างแสนสิริกับธนาคารไทยพาณิชย์ว่า ทั้งสององค์กรร่วมกันหาแนวทางช่วยเหลือและประคับประคองผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้สามารถผ่านช่วงเศรษฐกิจที่ท้าทายและเติบโตไปด้วยกัน

เศรษฐา เน้นย้ำถึงรากฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจ 3 ประการ ได้แก่ การบริหารกระแสเงินสด (Cash Flow) วินัยทางการเงินและการวางแผนอย่างรัดกุม ตลอดจนการรักษาข้อตกลงและความเชื่อมั่นระหว่างผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้าง และผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่ธุรกิจ
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัว พัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และมองหาโอกาสใหม่ แม้ต้องเผชิญความผันผวนทางเศรษฐกิจ ขณะที่องค์กรขนาดใหญ่ควรมีบทบาทสนับสนุนคู่ค้า เพราะความแข็งแกร่งของธุรกิจแต่ละรายเชื่อมโยงกันตลอดทั้งซัพพลายเชน
Green Supply Chain เชื่อมเป้าหมาย ESG กับโอกาสทางธุรกิจ
อุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทดำเนินกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนมานานกว่า 10 ปี และนำแนวคิด Green Supply Chain มาประยุกต์ใช้ผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ Green Procurement, Green Construction และ Green Architecture & Design
ตามข้อมูลของแสนสิริ บริษัทมีผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานมากกว่า 4,000 ราย ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งมอบที่อยู่อาศัยและกิจกรรมทางธุรกิจต่อเนื่องหลายประเภท รวมถึงการจ้างงาน
แสนสิริระบุเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนขององค์กรลง 20% ในปี 2025 และมุ่งสู่ Net-Zero ในปี 2050 พร้อมชี้ว่าความท้าทายด้านทรัพยากร ต้นทุนวัตถุดิบ และคุณภาพชีวิตแรงงาน เป็นปัจจัยที่ธุรกิจต้องให้ความสำคัญ ควบคู่กับการสนับสนุนคู่ค้าให้ปรับตัวสู่แนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ความร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์จึงครอบคลุมทั้งการให้ความรู้และโซลูชันทางการเงิน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการพิจารณาการลงทุนที่เหมาะสมกับธุรกิจ รวมถึงเพิ่มโอกาสในการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม

SCB มอง AI และการเข้าถึงเงินทุนเป็นโจทย์สำคัญของธุรกิจ
สารัชต์ รัตนาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการต้องปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยีดิจิทัล การใช้ AI พฤติกรรมผู้บริโภค และมาตรฐานด้านความยั่งยืนที่มีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะ SME ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานและต้องรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
ธนาคารให้ความสำคัญกับแนวคิด Value Chain Ecosystem และการทำหน้าที่เป็น Business Value Chain Partner เพื่อเชื่อมโยงโอกาส เครือข่ายทางธุรกิจ องค์ความรู้ และแหล่งเงินทุนให้แก่ลูกค้าและพันธมิตร
สำหรับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ความท้าทายที่ระบุในงานครั้งนี้ประกอบด้วยต้นทุนที่ผันผวน การขาดแคลนแรงงานทักษะ และการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีก่อสร้างสมัยใหม่ การสนับสนุนผู้ประกอบการจึงมุ่งเพิ่มความพร้อมในการปรับธุรกิจ ใช้เทคโนโลยี และพิจารณาแนวทางการลงทุนที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
ด้านพิกุล ศรีมหันต์ Chief Debt Recovery Management Officer และ Chief Business Banking Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ความสำเร็จของธุรกิจขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยธนาคารมุ่งเชื่อมโยงคู่ค้า ลูกค้า และพันธมิตรให้เข้าถึงเงินทุน องค์ความรู้ เครือข่าย และเครื่องมือสำหรับการปรับตัวสู่เศรษฐกิจยุคใหม่
SME ควรตรวจสอบเงื่อนไขสินเชื่อก่อนตัดสินใจลงทุน
สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน ควรตรวจสอบว่ากิจกรรมที่ต้องการลงทุนเข้าข่าย Green Activities ตามเกณฑ์ของธนาคารหรือไม่ พร้อมพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ ต้นทุนการลงทุน และผลต่อกระแสเงินสดของกิจการ
แม้สินเชื่อเพื่อความยั่งยืนจะกำหนดวงเงินสูงสุด 50 ล้านบาทต่อรายโดยไม่ต้องใช้หลักประกัน แต่การอนุมัติยังเป็นไปตามเงื่อนไขของธนาคาร ส่วนอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.50% เป็นอัตราสำหรับปีแรกของผู้ที่ได้รับอนุมัติภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ไม่ใช่การรับประกันอัตราดอกเบี้ยสำหรับผู้สมัครทุกราย
ในภาพรวม ความร่วมมือระหว่างแสนสิริกับไทยพาณิชย์สะท้อนแนวทางใช้เงินทุนและความร่วมมือในห่วงโซ่ธุรกิจเพื่อสนับสนุน SME ให้รับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับการเข้าถึงสินเชื่อจริง ความสามารถในการนำเงินทุนไปใช้ และการปรับตัวของผู้ประกอบการแต่ละราย



