เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเวที CP Innovation Exposition 2026 ระหว่างวันที่ 20–22 ตุลาคม 2569 โดยมีผลงานนวัตกรรมส่งเข้าประกวด 319 ผลงาน จาก 10 ประเทศ พร้อมมอบ 29 รางวัล Chairman Awards และจัดแสดงกว่า 90 นวัตกรรม ครอบคลุม AI หุ่นยนต์ อาหารแห่งอนาคต และเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน ควบคู่การสร้างเครือข่ายพันธมิตรและเชื่อมโยงงานวิจัยกับภาคอุตสาหกรรม
จาก 319 ผลงาน สู่การต่อยอดนวัตกรรมในภาคธุรกิจ
การนำเทคโนโลยีมาใช้แก้ปัญหาการทำงานและสร้างโอกาสทางธุรกิจเป็นประเด็นสำคัญของ CP Innovation Exposition 2026 หรือมหกรรมนวัตกรรมบัวบาน เครือเจริญโภคภัณฑ์ ครั้งที่ 9 ซึ่งจัดขึ้นที่ทรู ดิจิทัล พาร์ค ภายใต้แนวคิด “RISE TOGETHER, INNOVATE BEYOND — ผสานพลังขับเคลื่อนสู่นวัตกรรมแห่งอนาคต เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า”
ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงาน เปิดเผยว่า ปีนี้มีผลงานส่งเข้าร่วมทั้งหมด 319 ผลงาน จาก 10 ประเทศ ในจำนวนนี้ 190 ผลงานมุ่งปรับปรุงกระบวนการทำงาน ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพ ขณะที่ผลงานส่วนที่เหลือมุ่งสร้างแหล่งรายได้ใหม่
ผู้พัฒนาโครงการยังต้องประเมินผลลัพธ์ทางธุรกิจและศักยภาพในการขยายผล เพื่อแสดงให้เห็นว่านวัตกรรมสามารถสร้างคุณค่าให้องค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรม

ภายในงานมีการมอบ 29 รางวัล Chairman Awards 2026 จากผลงานที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย 60 ผลงาน โดยแบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่ Process Innovation, Product & Service Innovation, Sustainability Innovation และ Business Model Innovation
ผลงานที่ได้รับรางวัลสะท้อนการประยุกต์ใช้ AI หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีชีวภาพ และดิจิทัล เพื่อพัฒนากระบวนการทำงาน ผลิตภัณฑ์ และรูปแบบธุรกิจใหม่ รวมถึงต่อยอดแนวทางที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ
4 นวัตกรรมทรู กับโจทย์ที่แตกต่างในโลกการทำงาน
หนึ่งในตัวอย่างของการพัฒนานวัตกรรมจากโจทย์การทำงานจริง คือผลงาน 4 รายการจากทีมนวัตกรทรูที่ได้รับรางวัล Chairman Award ตามข้อมูลที่นำเสนอในบทความต้นฉบับ แต่ละผลงานใช้เทคโนโลยีต่างกัน ตั้งแต่ AI วิเคราะห์ภาพและวิดีโอ ไปจนถึงหุ่นยนต์เพื่อสนับสนุนการดูแลผู้ป่วย
1. กล้องอัจฉริยะที่เชื่อมการวิเคราะห์ภาพกับการปฏิบัติงาน
นวัตกรรมกล้องอัจฉริยะใช้ AI วิเคราะห์ภาพและวิดีโอจากกล้องวงจรปิด พร้อมเชื่อมโยงสิ่งที่ตรวจพบเข้ากับกระบวนการทำงานแบบเรียลไทม์ ระบบสามารถส่งข้อมูล แจ้งเตือน ติดตามผลการดำเนินการ และตรวจสอบสถานะได้

ตัวอย่างการใช้งานที่ทีมพัฒนาระบุ ได้แก่ การแจ้งเตือนเมื่อมีลูกค้ารอคิวชำระเงินเกิน 5 คน เพื่อให้สาขาพิจารณาเปิดจุดชำระเงินเพิ่ม หากผ่านไป 5 นาทีแล้วยังไม่มีการดำเนินการ ระบบจะแจ้งเตือนไปยังผู้รับผิดชอบอีกระดับ
ทีมพัฒนายังรวบรวม Use Case ไว้ใน AI Library ซึ่งสามารถปรับให้เข้ากับเงื่อนไขการใช้งานได้กว่า 300 รูปแบบ โดยมีตัวอย่างการนำไปใช้ติดตามรถจอดกีดขวางในโครงการบ้านจัดสรรและตรวจพบสัตว์เลี้ยงที่พลัดหลงออกจากบ้านในช่วงน้ำท่วม
2. CORGI หุ่นยนต์สนับสนุนการทำกายภาพบำบัด
CORGI เป็นหุ่นยนต์ที่ True Innovation Center พัฒนาร่วมกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูผู้ป่วยวัณโรคหลังการผ่าตัด โดยผสาน Robotics, AI Vision, Edge Computing และ Telemedicine
ระบบมี 3 ฟังก์ชันหลัก ได้แก่ การกายภาพบำบัดทางไกล การขนส่งอาหารและยาโดยลดการสัมผัส และการบันทึกเวชระเบียนรายบุคคลอัตโนมัติ นอกจากนี้ ทีมพัฒนายังสร้างระบบ Autonomous Viewpoint Optimization เพื่อให้หุ่นยนต์เคลื่อนที่และปรับมุมมองกล้องได้โดยอัตโนมัติสำหรับการประเมินและติดตามการทำกายภาพบำบัด

3. EnergySense AI บริหารพลังงานโครงข่ายโทรคมนาคม
EnergySense เป็นระบบ AI สำหรับบริหารจัดการพลังงานของโครงข่ายโทรคมนาคม ต่อยอดจาก GENIE: Green Energy Network IntelligencE ซึ่งได้รับรางวัล Chairman Award 2025
ทีมพัฒนานำ IoT มาทำงานร่วมกับ AI และ Machine Learning เพื่อเพิ่มความสามารถในการควบคุมพลังงานระดับฮาร์ดแวร์ในสถานีฐาน โดยต้องพิจารณาความเหมาะสมของแต่ละสถานีและช่วงเวลาการใช้งาน เพื่อประหยัดพลังงานโดยไม่กระทบประสิทธิภาพเครือข่ายและคุณภาพบริการ
โจทย์สำคัญจึงไม่ได้มีเพียงการลดการใช้พลังงานและค่าใช้จ่าย แต่รวมถึงการรักษาสมดุลระหว่างประสิทธิภาพโครงข่าย คุณภาพบริการ และการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า

4. ว่องไว (Wong-WAI) AI เฝ้าระวังความเสี่ยงด้านชื่อเสียงองค์กร
ว่องไวเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ AI และ Machine Learning วิเคราะห์ข้อมูลจาก Social Listening ร่วมกับระบบ Rule-based เพื่อประเมินความเสี่ยงจากแนวโน้มการมีส่วนร่วมและการเติบโตของประเด็นบนโลกออนไลน์ ก่อนแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทีมเริ่มพัฒนาระบบตั้งแต่ปี 2019 ด้วยการใช้กติกาวิเคราะห์ข้อความ ก่อนยกระดับด้วย AI ในปี 2024 โดยได้รับการสนับสนุนจาก True Lab และร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังและ BOTNOI Group
นอกจากการแจ้งเตือนความเสี่ยงแล้ว ระบบยังมีฟังก์ชันช่วยเสนอแนวทางการสื่อสารเบื้องต้น เช่น การร่าง PR Statement ตามประเภทของเหตุการณ์ โดยทีมพัฒนาระบุว่าได้ดำเนินการแจ้งจดทรัพย์สินทางปัญญาและเผยแพร่งานวิจัยในระดับนานาชาติแล้ว
CP COE เชื่อม 30 องค์กร มุ่งพัฒนาทักษะแห่งอนาคต
นอกเหนือจากการประกวดนวัตกรรม งานครั้งนี้ยังเป็นเวทีประกาศความร่วมมือระหว่าง CP COE กับ 30 องค์กรชั้นนำจากไทยและต่างประเทศ เพื่อสร้างระบบนิเวศการพัฒนาเทคโนโลยีและบุคลากรแห่งอนาคต

ศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงด้านภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ สังคม สภาพภูมิอากาศ และ AI ทำให้องค์กรจำเป็นต้องพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านสินค้า กระบวนการ และรูปแบบธุรกิจ
ความร่วมมือจะขับเคลื่อนผ่าน CP-CoEX แพลตฟอร์มการเรียนรู้และสร้างนวัตกรรมที่เชื่อมผู้เชี่ยวชาญเข้ากับโจทย์ธุรกิจจริง โดยมุ่งเน้น 3 ด้าน ได้แก่ AI, Food & Longevity และ Sustainability Tech เพื่อพัฒนาผู้นำและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
จับมือ อว. เชื่อมบุคลากรวิจัยสู่อุตสาหกรรม
เครือซีพียังร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ภายใต้แนวคิด “TALENT MOBILITY for Future Industries” โดยมี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าวปาฐกถาและร่วมเป็นสักขีพยาน
ความร่วมมือมุ่งเชื่อมบุคลากรวิจัยและผู้เชี่ยวชาญเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม พร้อมยกระดับทักษะด้าน AI, Robotics, Biotechnology และ Energy Technology รวมถึงผลักดัน 4 โครงการภายใต้ Siam Terra ได้แก่ Mega Farming, Precision Biotechnology, Future Food และ Biomanufacturing

Future Fest รวมกว่า 90 นวัตกรรมและผู้เชี่ยวชาญกว่า 70 คน
CP Innovation Exposition 2026 จัดในรูปแบบ Future Fest ระหว่างวันที่ 20–22 ตุลาคม 2569 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค โดยมีวิทยากรจากไทยและต่างประเทศกว่า 70 คน พร้อมจัดแสดงนวัตกรรมกว่า 90 ผลงาน ครอบคลุม AI หุ่นยนต์ อาหารแห่งอนาคต เทคโนโลยีชีวภาพ และความยั่งยืน
อีกหนึ่งกิจกรรมคือ Healthylicious ซึ่งเปิดพื้นที่ให้เอสเอ็มอี สตาร์ตอัป และผู้เข้าร่วมจากภายนอกนำเสนอโครงการด้านสุขภาพ อาหาร และเทคโนโลยี มีทีมส่งผลงานกว่า 50 ทีม และผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ 6 ทีม
โจทย์สำคัญคือการขยายผลสู่การใช้งานจริง
ตัวชี้วัดสำคัญของนวัตกรรมไม่ได้อยู่ที่การพัฒนาเทคโนโลยีหรือการได้รับรางวัลเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถในการนำผลงานไปใช้แก้ปัญหา เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างคุณค่าในระยะยาว

สำหรับ CP Innovation Exposition 2026 แนวทางดังกล่าวปรากฏผ่านการประเมินผลลัพธ์ทางธุรกิจของผลงานนวัตกรรม การเชื่อมโยงพันธมิตรผ่าน CP COE และการผลักดันบุคลากรวิจัยเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมผ่านความร่วมมือกับกระทรวง อว.
อย่างไรก็ตาม การประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงในระยะยาวยังต้องอาศัยข้อมูลเพิ่มเติม เช่น ผลประหยัดต้นทุนที่วัดได้ ประสิทธิภาพการดำเนินงาน จำนวนหน่วยงานที่นำเทคโนโลยีไปใช้ และผลลัพธ์ต่อผู้ใช้งาน
ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดงานและลงทะเบียนเข้าร่วมได้ที่ https://cpinnoexpo2026.com โดยข้อมูลต้นฉบับระบุว่าเปิดให้เข้าร่วมงานฟรี




