SC ย้ำมาตรฐานอาคารเขียว SC Green Mark นำร่องโครงการบ้านเดี่ยว Grand Bangkok Boulevard ราชพฤกษ์–พรานนก จัดแสดงองค์ประกอบด้านความยั่งยืน 13 จุด ตั้งแต่วัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ ฉนวนกันความร้อน ระบบเติมอากาศ ไปจนถึงโซลาร์เซลล์และระบบกักเก็บพลังงาน ก่อนตั้งเป้าขยายมาตรฐานให้ครอบคลุมอาคารในทุกธุรกิจรวม 4,000 อาคารภายใน 5 ปีข้างหน้า
SC Green Mark กับโจทย์ใหม่ของบ้านประหยัดพลังงาน
แนวคิดบ้านเขียวไม่ได้จบลงที่การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์หรือเพิ่มพื้นที่ต้นไม้ แต่ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบอาคาร การเลือกวัสดุ การจัดการพลังงานและน้ำ ไปจนถึงคุณภาพอากาศและความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย
ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC กล่าวว่า บริษัทขับเคลื่อนพันธกิจด้านความยั่งยืนร่วมกับพันธมิตรอย่างเป็นรูปธรรม สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ได้อย่างต่อเนื่อง ตามเป้าหมายระยะ 5 ปี (2568–2572) รวม 100,000 tCO₂e ภายใต้พันธกิจ SCero Mission
สำหรับปี 2569 SC ยังคงปรับตัวอย่างต่อเนื่อง พร้อมก้าวสู่การรีแบรนด์ครั้งสำคัญในรอบ 20 ปี เปลี่ยนโลโก้ใหม่ เพื่อสื่อสารกับผู้คนกลุ่มใหม่ สอดรับกับโครงสร้างธุรกิจที่ปรับมาเป็น 3 เครื่องยนต์หลัก ได้แก่ ธุรกิจที่อยู่อาศัย, ธุรกิจสร้างรายได้ประจำ, และธุรกิจใหม่นอกกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ พร้อมสร้างความหลากหลายของแหล่งรายได้ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการรับมือกับความผันผวน และสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว โดยบริษัทตั้งเป้าหมายสร้างสถิติกำไรใหม่ภายในปี 2573 และเพิ่มสัดส่วนกำไรจากธุรกิจนอกที่อยู่อาศัยเป็นมากกว่า 30%

การเติบโตจากทั้ง 3 เครื่องยนต์นี้ ขับเคลื่อนด้วยเป้าประสงค์เดียวกัน คือ การสร้างคุณค่าสู่ผู้คนและโลกอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ SC ยังใช้เวลาพัฒนา SC Green Mark อย่างต่อเนื่องกว่า 2 ปี โดยร่วมมือกับสถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI) ภายใต้มูลนิธิอาคารเขียวไทย และพันธมิตรกว่า 100 ราย ทั้งผู้เชี่ยวชาญ ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง และผู้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัย
SC นำหลักการอาคารเขียวมาปรับให้เข้ากับบริบทประเทศไทย โดยตั้งใจให้การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นควบคู่กับประโยชน์ที่ผู้อยู่อาศัยสัมผัสได้ เช่น บ้านที่จัดการความร้อนได้ดีขึ้น การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และสภาพแวดล้อมภายในบ้านที่เหมาะสมต่อสุขภาวะ
อย่างไรก็ตาม การมีมาตรฐานอาคารเขียวจะสร้างความแตกต่างได้มากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของเกณฑ์ประเมิน วิธีตรวจสอบ และหลักฐานที่ยืนยันผลลัพธ์หลังนำไปใช้งานจริง ไม่ใช่เพียงจำนวนเทคโนโลยีที่ติดตั้งภายในบ้าน

เปิด 13 จุดกรีน ตั้งแต่วัสดุก่อสร้างถึงระบบพลังงาน
โครงการ Grand Bangkok Boulevard ราชพฤกษ์–พรานนก เป็นโครงการบ้านเดี่ยวที่นำแนวคิด SC Green Mark มาใช้ในระยะเริ่มต้น โดยให้ความสำคัญกับ Passive Design หรือการออกแบบที่อาศัยธรรมชาติช่วยสร้างสภาวะน่าอยู่ ลดการพึ่งพาพลังงานจากระบบกลไก เช่น การจัดช่องแสง การส่งเสริมการระบายอากาศ และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว
องค์ประกอบ 13 จุดที่ SC นำเสนอแบ่งได้เป็น 4 กลุ่มสำคัญ ดังนี้
1. วัสดุก่อสร้างและการลดคาร์บอนตั้งแต่ต้นทาง
กลุ่มแรกประกอบด้วยเหล็ก TATA TISCON จากทาทา สตีล ซึ่งใช้เทคโนโลยี Electric Arc Furnace (EAF) และมีบริการ Cut & Bend เพื่อช่วยลดเศษวัสดุจากการก่อสร้าง รวมถึงปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกอินทรีเพชร Easy Flow และอิฐมวลเบา Low Carbon จาก Q-Con ที่ระบุว่ามีฉลาก Carbon Footprint Product (CFP)
ส่วนสี TOA และ 4Seasons 2in1 ได้รับการนำเสนอในแง่การรวมสีรองพื้นและสีทับหน้าไว้ในผลิตภัณฑ์เดียว เพื่อลดขั้นตอนการทำงานและการใช้ทรัพยากร ขณะที่ฉนวนกันความร้อน SCG รุ่น STAY COOL มุ่งลดความร้อนที่เข้าสู่ตัวบ้าน

2. พลังงานและการจัดการความร้อนภายในบ้าน
ผลิตภัณฑ์แสงสว่างจาก ATON และ Philips เป็นองค์ประกอบที่เน้นอายุการใช้งานและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ขณะที่ฉนวนกันความร้อนและสีสะท้อนแสงอาทิตย์มีเป้าหมายลดภาระการทำความเย็น
สีที่นำเสนอสะท้อนแสงอาทิตย์ได้สูงสุด 97.6% ส่วนฉนวน SCG STAY COOL สะท้อนความร้อนได้ 95% ช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านได้ 3–4 องศาเซลเซียส และประหยัดไฟเครื่องปรับอากาศได้ถึง 47% ขณะที่อิฐมวลเบา Q-Con มีการระบุว่าสามารถช่วยประหยัดค่าไฟได้ประมาณ 30%
3. คุณภาพอากาศ ความปลอดภัย และการใช้ทรัพยากร
ระบบเติมอากาศจาก SC เป็นองค์ประกอบที่มุ่งจัดการคุณภาพอากาศภายในอาคาร โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุถึงความสามารถในการกำจัดหรือยับยั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรียอย่างน้อย 99% ตามเงื่อนไขที่ผู้ผลิตกำหนด

ด้านความปลอดภัย พื้นกระเบื้องยาง UNIX Shock Absorption Floor (SAF) ได้รับการออกแบบให้ช่วยซับแรงกระแทกและลดความรุนแรงจากการหกล้ม โดยเฉพาะในบ้านที่มีเด็กและผู้สูงอายุ ส่วนถังเก็บน้ำ DOS ใช้วัสดุ Food Grade และระบุว่าวัสดุสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้
ห้องน้ำเป็นอีกจุดที่เชื่อมโยงความยั่งยืนกับการใช้น้ำและวัสดุ โดยมีผลิตภัณฑ์จาก American Standard, GROHE และ INAX ที่นำเสนอแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและ Circular Living
4. พลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานสำหรับบ้านอนาคต
ระบบโซลาร์เซลล์พร้อมแบตเตอรี่จาก Vasticity Assets เป็นองค์ประกอบที่ติดตั้งให้บ้านทุกหลังในโครงการนำร่องตามข้อมูลต้นฉบับ ขณะที่ระบบ RueJai Home Panel จาก RINTECH Smart Home Solution ช่วยควบคุมไฟส่องสว่าง กล้องวงจรปิด และอุปกรณ์ไฟฟ้าผ่านหน้าจอภายในบ้านหรือสมาร์ทโฟน
โครงการยังเตรียมระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับ EV Charger กำลังสูงสุด 22 กิโลวัตต์ ผ่านระบบไฟฟ้า 3 เฟส โดยนำผลงานของ B.Grimm Technology มาจัดแสดงในบ้านนำร่อง
องค์ประกอบเหล่านี้ช่วยเพิ่มทางเลือกในการใช้พลังงานสะอาดและรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า แต่ผลลัพธ์ด้านการลดค่าใช้จ่ายและการปล่อยคาร์บอนจะขึ้นอยู่กับขนาดระบบผลิตไฟฟ้า ความจุแบตเตอรี่ รูปแบบการใช้พลังงาน และแหล่งไฟฟ้าที่ใช้ชาร์จรถยนต์ด้วย

เป้าหมาย 4,000 อาคาร ความท้าทายอยู่ที่การวัดผล
SC ตั้งเป้าภายใน 5 ปีข้างหน้าให้อาคารในทุกธุรกิจจำนวน 4,000 อาคารผ่านมาตรฐาน SC Green Mark ครอบคลุมทั้งบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม โรงแรม คลังสินค้า และอาคารสำนักงาน
ตามข้อมูลบริษัท เกณฑ์ประเมินประกอบด้วย 2 ขั้นตอน ได้แก่ การผ่านข้อกำหนดพื้นฐาน (Pre-requisite) ครบทุกข้อ และการผ่านเกณฑ์คะแนนที่กำหนด ครอบคลุม 3 ด้าน คือ ดีต่อคน ดีต่อโลก และดีด้วยนวัตกรรม
เป้าหมายดังกล่าวทำให้ SC Green Mark ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสาธิตเทคโนโลยีในบ้านตัวอย่าง แต่กำลังถูกวางให้เป็นแนวทางสำหรับอาคารหลายประเภท ซึ่งมีรูปแบบการใช้พลังงาน น้ำ และทรัพยากรแตกต่างกัน

จากบ้านนำร่องสู่มาตรฐานที่พิสูจน์ผลลัพธ์ได้
ก้าวต่อไปของ SC Green Mark คือการแสดงให้เห็นว่าเกณฑ์อาคารเขียวสามารถนำไปใช้กับอาคารประเภทต่าง ๆ ได้อย่างสม่ำเสมอ พร้อมข้อมูลที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ และมีผลลัพธ์ที่วัดได้หลังเข้าใช้งานจริง
ท้ายที่สุด บ้านเขียวที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนไม่ได้วัดจากจำนวนอุปกรณ์หรือวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาว่าอาคารใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด ลดผลกระทบได้จริงแค่ไหน และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องหรือไม่




