AP ไทยแลนด์ ขยายโครงการ “เปลี่ยนถุงเย็น เป็นถุงยา” จากสำนักงานใหญ่สู่คอนโดมิเนียมในเครือ 9 โครงการ เปิดจุดรับถุงเก็บความเย็นระหว่างวันที่ 15 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2569 ก่อนคัดกรองความสะอาดและส่งต่อให้โรงพยาบาลกับหน่วยงานทางการแพทย์นำไปใช้ขนส่งยาและเวชภัณฑ์ที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ โดยมีเครือข่าย GrabExpress สนับสนุนการขนส่ง
เปลี่ยนถุงเก็บความเย็นจากเดลิเวอรี ให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง
ถุงเก็บความเย็นที่เหลือจากการรับอาหารเดลิเวอรี อาจกลายเป็นของที่ไม่ได้ใช้งานต่อ แต่โครงการ “เปลี่ยนถุงเย็น เป็นถุงยา” ต้องการนำทรัพยากรเหล่านี้กลับมาใช้ประโยชน์ โดยเชื่อมโยงผู้ที่มีถุงเหลือใช้เข้ากับโรงพยาบาลและหน่วยงานทางการแพทย์ที่มีความต้องการถุงสำหรับขนส่งยาและเวชภัณฑ์ที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ โดยได้รับการสนับสนุนการขนส่ง จาก GrabExpress
บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) จึงขยายจุดรับบริจาคจากพื้นที่สำนักงานใหญ่สู่คอมมูนิตี้คอนโดมิเนียมในเครือ เพื่อให้ลูกบ้านสามารถนำถุงเก็บความเย็นที่ไม่ใช้แล้วมาส่งต่อได้สะดวกขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเก็บถุงไว้ภายในห้องพักหรือเพิ่มขั้นตอนในการเข้าร่วมกิจกรรม

กิตติเชษฐ์ สถิตย์นพชัย รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์การตลาดองค์กรและดิจิทัล บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวคิด “AP เราเห็นชีวิตคุณ” ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกบ้าน โดยเฉพาะการใช้บริการเดลิเวอรีที่ทำให้เกิดถุงเก็บความเย็นเหลือใช้ และนำความต้องการดังกล่าวมาเชื่อมโยงกับการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม
เปิดจุดรับบริจาคในคอนโดเอพี 9 โครงการ ถึง 15 ธันวาคม 2569
หลังจากเริ่มเปิดจุดรับบริจาคนำร่อง 6 จุดภายในสำนักงานใหญ่ เอพีขยายโครงการสู่คอมมูนิตี้ลูกบ้านคอนโดมิเนียมในเครืออีก 9 โครงการ ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม ถึง 15 ธันวาคม 2569 ได้แก่
- GOOD DAY สุขุมวิท 93
- ASPIRE สุขุมวิท–พระราม 4
- ASPIRE อ่อนนุช สเตชั่น
- ASPIRE วิภา–วิคตอรี่
- ASPIRE อิสรภาพ สเตชั่น
- LIFE สาทร เซียร์รา
- LIFE พระราม 4–อโศก
- RHYTHM เอกมัย เอสเตท
- THE ADDRESS สยาม–ราชเทวี
จุดรับบริจาคจะอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสมของแต่ละโครงการ เช่น The Parlour ซึ่งเป็นเลานจ์สำหรับพักผ่อน ทำงาน และรับประทานอาหารเดลิเวอรี รวมถึงพื้นที่ส่วนกลางอื่น ๆ ที่ลูกบ้านใช้งานเป็นประจำ
การนำจุดรับบริจาคมาไว้ในพื้นที่ส่วนกลางมีเป้าหมายเพื่อทำให้การส่งต่อถุงเก็บความเย็นเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวัน และช่วยเพิ่มช่องทางการรวบรวมถุงกลับเข้าสู่ระบบการใช้ประโยชน์อีกครั้ง

คัดกรองความสะอาด ก่อนส่งต่อผ่านเครือข่าย GrabExpress
ถุงเก็บความเย็นที่รวบรวมได้จะผ่านกระบวนการคัดกรองและตรวจสอบความสะอาดอย่างเป็นระบบ ก่อนส่งมอบให้โรงพยาบาลและหน่วยงานทางการแพทย์ปลายทาง โดยใช้เครือข่ายขนส่งของ GrabExpress พร้อมติดตามผลในเชิงปริมาณ เพื่อให้สามารถตรวจสอบการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ได้
ปิยะ เชาวภานันท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานสื่อสารองค์กร แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า โครงการนี้พัฒนาร่วมกับ PlanB โดยมุ่งส่งเสริมพฤติกรรมการใช้ซ้ำ (Reuse) ลดปริมาณขยะที่อาจเกิดจากการบริโภคในชีวิตประจำวัน และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
ความร่วมมือดังกล่าวยังมีเป้าหมายช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้ถุงเก็บความเย็นสำหรับยาบางประเภท โดยการเพิ่มจุดรับบริจาค ขยายระยะเวลาการเข้าร่วม และประชาสัมพันธ์โครงการผ่านเครือข่ายของพันธมิตร เป็นแนวทางที่คาดว่าจะช่วยเพิ่มจำนวนถุงเก็บความเย็นที่ได้รับบริจาค

ขยายการมีส่วนร่วมจากพื้นที่อยู่อาศัยสู่สังคม
การขยายโครงการ “เปลี่ยนถุงเย็น เป็นถุงยา” สะท้อนแนวทางการนำพื้นที่ส่วนกลางและเครือข่ายลูกบ้านมาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ทรัพยากรซ้ำ โดยเชื่อมโยงพฤติกรรมการบริโภคในชีวิตประจำวันเข้ากับความต้องการของหน่วยงานทางการแพทย์
สำหรับผู้ที่พักอาศัยในคอนโดมิเนียมทั้ง 9 โครงการที่เข้าร่วม สามารถตรวจสอบจุดรับบริจาคภายในโครงการของตนเอง และนำถุงเก็บความเย็นที่ไม่ใช้แล้วไปส่งต่อภายในช่วงเวลาที่กำหนดจนถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2569
ขั้นตอนต่อไปที่ควรติดตามคือจำนวนถุงที่รวบรวมได้ จำนวนที่ผ่านการคัดกรอง และปริมาณที่ส่งมอบถึงหน่วยงานทางการแพทย์จริง ซึ่งจะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ของการใช้ทรัพยากรซ้ำได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

