อบก. กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง ลงนาม MOU ร่วมพัฒนาองค์ความรู้และบุคลากรรองรับระบบจัดการก๊าซเรือนกระจกของประเทศ รับมือการลดก๊าซเรือนกระจกมาตรการภาคสมัครใจ สู่ภาคบังคับ
กฎหมายภูมิอากาศเปลี่ยนโจทย์ จาก “สมัครใจ” สู่ “ต้องทำ”
การลดก๊าซเรือนกระจกของไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ จากเดิมที่ดำเนินการในลักษณะ “มาตรการภาคสมัครใจ” ไปสู่ “มาตรการบังคับตามกฎหมาย” ผ่านร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นกฎหมายแม่บทด้านการรับมือโลกร้อนฉบับแรกของประเทศ
ร่างกฎหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะกำหนดให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายต้องคำนวณ รายงาน และทวนสอบข้อมูลก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ
โจทย์จึงไม่ได้มีเพียงการมีกฎหมายหรือกำหนดมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่รวมถึงการมีบุคลากรที่สามารถทำงานด้านข้อมูลได้อย่างถูกต้อง ตั้งแต่การคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ระดับองค์กรและผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการรายงานและทวนสอบข้อมูลเพื่อส่งเข้าสู่ฐานข้อมูลกลางของประเทศ
อีกส่วนสำคัญคือความรู้เกี่ยวกับกลไกคาร์บอนเครดิตและมาตรฐานการพัฒนาโครงการลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และได้มาตรฐานสากล

38 มหาวิทยาลัยราชภัฏกับโจทย์ “สร้างคน” กระจายทั่วประเทศ
เพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. โดยสถาบันวิทยาการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Action Academy: CAA) จัดงานสัมมนาเครือข่ายวิทยาการด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก หรือ Climate Action Academy Network (CAAN) พร้อมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ
ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่าง มหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และ อบก. เพื่อขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกสู่เครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทย และสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ
นอกจากความร่วมมือระหว่าง 38 มหาวิทยาลัยราชภัฏแล้ว อบก. ยังมุ่งเสริมสร้างเครือข่าย CAAN ให้เป็นกลไกประสานความร่วมมือเชิงวิชาการระหว่างสถาบันการศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ
เป้าหมายคือการเสริมองค์ความรู้เฉพาะทางให้กับผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ประเมินภายนอกสำหรับโครงการลดก๊าซเรือนกระจก หรือ VVB ที่ปรึกษา ผู้พัฒนาโครงการ และนักวิชาการ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้

ทำให้ “ความรู้” ใช้งานได้จริง
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนว่า การเตรียมพร้อมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้จำกัดอยู่ที่การกำหนดนโยบาย แต่ต้องสร้างระบบความรู้และบุคลากรที่สามารถนำมาตรฐานด้านก๊าซเรือนกระจกไปใช้ได้จริง
ผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านการลดก๊าซเรือนกระจก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งอาจารย์ นักวิจัย วิทยากร ผู้ทวนสอบ ผู้ตรวจประเมิน และที่ปรึกษาจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา
กำลังคนกลุ่มนี้จะมีบทบาทต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูลก๊าซเรือนกระจกของประเทศ และเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมประเทศไทยเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ตามทิศทางความร่วมมือที่ระบุไว้ในการจัดงาน




