บราเดอร์ เดินหน้าโครงการฟื้นฟูป่าชายเลนปีที่ 18 ทำงานต่อเนื่องกับระบบนิเวศและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย “จากปลูกป่าสู่ Biodiversity: เมื่อการฟื้นฟูธรรมชาติกลายเป็นส่วนหนึ่งของโจทย์การเติบโตธุรกิจ”
Biodiversity จากเรื่องสิ่งแวดล้อม สู่โจทย์ที่ธุรกิจต้องจับตา
บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) เดินหน้าโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนปีที่ 18 ภายใต้แนวคิด “Grow with PRIDE” โดยนำเรื่อง Biodiversity มาเป็นแกนของกิจกรรม พร้อมเชื่อมโยงธรรมชาติ พนักงาน พันธมิตร และชุมชนเข้าด้วยกัน
ความหลากหลายทางชีวภาพ หรือ Biodiversity ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงจำนวนชนิดพันธุ์ในระบบนิเวศ แต่เกี่ยวข้องกับความสมบูรณ์ของระบบธรรมชาติที่ธุรกิจและสังคมพึ่งพา ทั้งทรัพยากร น้ำ อาหาร วัตถุดิบ และบริการจากระบบนิเวศ
แนวคิด Nature Positive จึงเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ขณะที่กรอบ Kunming-Montreal Global Biodiversity Framework (GBF) วางเป้าหมายระดับโลกเพื่อหยุดและฟื้นฟูการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพภายในปี 2030 และมุ่งสู่การอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุลภายในปี 2050

ในภาคธุรกิจ Taskforce on Nature-related Financial Disclosures (TNFD) เป็นอีกกรอบสำคัญที่ช่วยให้องค์กรมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจกับธรรมชาติ ทั้ง การพึ่งพาธรรมชาติ ผลกระทบ ความเสี่ยง และโอกาส ที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศ
ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าองค์กร “ทำกิจกรรมสีเขียว” มากเพียงใด แต่รวมถึงการทำความเข้าใจว่าธุรกิจเกี่ยวข้องกับธรรมชาติอย่างไร และจะลดความเสี่ยงหรือสร้างคุณค่าจากการฟื้นฟูธรรมชาติได้อย่างไร
บราเดอร์เดินหน้าฟื้นฟูป่าชายเลนปีที่ 18
ภายใต้บริบทดังกล่าว บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) เดินหน้าโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนเป็นครั้งที่ 18 โดยใช้แนวคิด “Grow with PRIDE” เป็นกรอบในการสื่อสารเรื่อง Biodiversity และการเติบโตที่เชื่อมโยงผู้คนกับธรรมชาติ ข้อมูลของบริษัทระบุว่าโครงการดังกล่าวดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยตั้งแต่ปี 2019 ซึ่งในเวลานั้นเข้าสู่ปีที่ 11 และมีผู้บริหาร พนักงาน และพันธมิตรทางธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วม
ความต่อเนื่องดังกล่าวทำให้โครงการมีมิติที่แตกต่างจากกิจกรรมที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว เพราะเปิดพื้นที่ให้บริษัททำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียผ่านกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

“Grow with PRIDE” แปลง Biodiversity ให้เป็นเรื่องที่คนมีส่วนร่วม
แนวคิด PRIDE ของโครงการประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่
P – Proud to Protect การลงมือปกป้องธรรมชาติ
R – Restore Nature การฟื้นฟูธรรมชาติและระบบนิเวศป่าชายเลน
I – Inclusive Biodiversity การเปิดพื้นที่ให้สิ่งมีชีวิตที่แตกต่างสามารถอยู่ร่วมกัน
D – Diversity Drives Growth มองความหลากหลายเป็นพลังของระบบที่แข็งแรงและยืดหยุ่น
E – Eco Future การส่งต่อระบบนิเวศที่มีคุณภาพไปยังคนรุ่นต่อไป
ทั้งหมดถูกเชื่อมเข้ากับ Key Line “Grow with PRIDE, Grow Biodiversity.” หรือแนวคิดการเติบโตไปพร้อมกับความหลากหลายทางชีวภาพ
ในเชิงการมีส่วนร่วม บราเดอร์ออกแบบกิจกรรมให้ผู้เข้าร่วมไม่ได้เป็นเพียงผู้รับสาร แต่มีส่วนร่วมกับแนวคิดของโครงการ เช่น Paint with PRIDE ที่ให้ตกแต่งกระถางต้นไม้และนำกลับไปดูแลต่อ รวมถึง Forest of PRIDE ซึ่งเปิดให้ผู้เข้าร่วมตอบคำถาม “What would you like to plant for the world?” ผ่าน QR Code ก่อนนำคำตอบมาสร้างเป็น Digital Mangrove Forest
กิจกรรมดังกล่าวจึงทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสื่อสาร Biodiversity ให้เชื่อมโยงกับประสบการณ์ของผู้เข้าร่วม มากกว่าการนำเสนอเรื่องระบบนิเวศในเชิงข้อมูลเพียงอย่างเดียว

ป่าชายเลนเชื่อม Climate – Biodiversity – Community
ป่าชายเลนมีความเกี่ยวข้องกับหลายมิติของความยั่งยืน ทั้งระบบนิเวศชายฝั่ง แหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอนุบาลของสิ่งมีชีวิต ตลอดจนความสัมพันธ์กับชุมชนในพื้นที่
บราเดอร์ นำ Thai Wellness Moment ซึ่งเชื่อมโยงภูมิปัญญาการนวดไทยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม เพื่อขยายกรอบจากสิ่งแวดล้อมไปสู่ Local Community แนวทางนี้สะท้อนมุมมอง Sustainability ที่ไม่ได้แยก “ธรรมชาติ” ออกจาก “ผู้คน” แต่พยายามเชื่อมทั้งสองส่วนเข้าด้วยกันผ่านกิจกรรมขององค์กร
ขณะเดียวกัน โครงการยังถูกเชื่อมโยงกับ SDG 3, SDG 13, SDG 14, SDG 15 และ SDG 17 ตั้งแต่สุขภาวะ การรับมือ Climate Change ระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง ระบบนิเวศบนบก ไปจนถึงความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
จุดที่น่าจับตาของการทำงานด้าน Biodiversity ในภาคธุรกิจจึงอยู่ที่ “ผลลัพธ์” มากกว่า “กิจกรรม”

การปลูกต้นไม้หรือฟื้นฟูป่าชายเลนสามารถเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความตระหนักและการมีส่วนร่วม แต่ในมุมของ Nature-related Strategy คำถามต่อไปคือ พื้นที่ที่ได้รับการฟื้นฟูมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ระบบนิเวศกลับมาทำหน้าที่ได้มากน้อยเพียงใด ชุมชนได้รับประโยชน์อย่างไร และกิจกรรมดังกล่าวเชื่อมโยงกับการบริหารความเสี่ยงหรือกลยุทธ์องค์กรอย่างไร
นี่คือจุดที่แนวคิด Biodiversity และ Nature Positive แตกต่างจากการสื่อสาร CSR แบบเดิม สำหรับบราเดอร์ การเดินหน้าสู่ปีที่ 18 ทำให้ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงกิจกรรมของปีนี้ แต่คือความต่อเนื่องของการทำงานกับพื้นที่ ผู้คน และพันธมิตร ซึ่งสามารถเป็นฐานต่อยอดไปสู่การวัดผลกระทบด้าน Biodiversity ที่ชัดเจนขึ้นในอนาคต




