งานวิจัย Next Generation Thailand พบ เยาวชนไทยให้น้ำหนักกับความมั่นคงทางการเงิน 62% และสุขภาพ-สุขภาวะ 43% ขณะที่การแต่งงานมีเพียง 10% และการย้ายออกจากบ้านพ่อแม่ 5% สะท้อนการจัดลำดับความสำเร็จในชีวิตที่เปลี่ยนไป
ภาพความสำเร็จที่เคยผูกกับการมีงานมั่นคง แต่งงาน สร้างครอบครัว และย้ายออกจากบ้าน กำลังมีความหมายต่างออกไปสำหรับเยาวชนไทยอายุ 18–30 ปี ผลวิจัย Next Generation Thailand โดย British Council พบว่า ความมั่นคงทางการเงินและสุขภาพกลายเป็นเรื่องสำคัญ ขณะที่หมุดหมายทางสังคมแบบเดิมมีน้ำหนักลดลง
ความสำเร็จไม่ได้หายไป แต่ “ลำดับความสำคัญ” กำลังเปลี่ยน
ปิยธิดา คำบุญมา ผู้ก่อตั้งและหัวหน้าทีมวิจัย Iconic Research เผยรายงาน Next Generation Thailand ศึกษามุมมอง ความคาดหวัง และประสบการณ์ของเยาวชนไทยอายุ 18–30 ปี จากการสำรวจเยาวชน 2,000 คนทั่วประเทศ ควบคู่กับการวิจัยเชิงคุณภาพและการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายภาคส่วน

ผลที่ออกมาสะท้อนภาพคนรุ่นใหม่ที่ยังมีความทะเยอทะยาน แต่ไม่ได้ใช้หมุดหมายแบบเดิมเป็นมาตรวัดความสำเร็จเพียงอย่างเดียว สิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญมากขึ้นคือการสร้าง “ฐานชีวิต” ให้มีความมั่นคงก่อน
ความมั่นคงทางการเงินอยู่ที่ 62% และ สุขภาพและสุขภาวะที่ดีอยู่ที่ 43% ขณะที่หมุดหมายอย่างการแต่งงานและการย้ายออกจากบ้านพ่อแม่มีสัดส่วนต่ำกว่ามาก
เงินและสุขภาพขึ้นมาอยู่แถวหน้า ขณะที่แต่งงานมีเพียง 10%
เมื่อเจาะลงไปที่หมุดหมายของชีวิต ความแตกต่างยิ่งชัดเจนขึ้น มีเยาวชนไทยเพียง 10% ที่มองว่า “การแต่งงาน” เป็นองค์ประกอบสำคัญของความสำเร็จ ขณะที่เพียง 5% ให้ความสำคัญกับ “การย้ายออกจากบ้านพ่อแม่” ในฐานะหมุดหมายของชีวิต
ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่าเยาวชนไทยปฏิเสธการแต่งงานหรือไม่ต้องการสร้างครอบครัว แต่สะท้อนว่าเส้นทางเหล่านี้ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นมาตรวัดความสำเร็จที่ทุกคนจำเป็นต้องเดินตามอีกต่อไป

เมื่อความมั่นคงทางการเงินและสุขภาวะถูกจัดไว้ในลำดับต้น ๆ ภาพของการเข้าสู่วัยผู้ใหญ่จึงอาจไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามว่า “เมื่อไรจะแต่งงาน” หรือ “เมื่อไรจะย้ายออกจากบ้าน” แต่เป็นคำถามว่า ตัวเองพร้อมแค่ไหนที่จะดูแลชีวิตและสร้างอนาคตของตัวเอง
คนรุ่นใหม่ยังทะเยอทะยาน และ 68% สนใจทำธุรกิจ
การเปลี่ยนแปลงของนิยามความสำเร็จไม่ได้มาพร้อมกับความทะเยอทะยานที่ลดลง ตรงกันข้าม งานวิจัยพบว่า 84% มองอนาคตด้านอาชีพและคุณภาพชีวิตในเชิงบวก และ 68% สนใจเริ่มต้นธุรกิจภายใน 5 ปี
ข้อมูลชุดนี้ทำให้เห็นอีกด้านของคนรุ่นใหม่ พวกเขายังคงต้องการเติบโตและสร้างเส้นทางของตัวเอง เพียงแต่สิ่งที่มาก่อนอาจไม่ใช่การทำตามลำดับชีวิตที่สังคมเคยกำหนดไว้ แต่เป็นการสร้างเงื่อนไขให้ตัวเองสามารถเลือกเส้นทางนั้นได้
ดังนั้น ประเด็นจึงไม่ใช่ว่าเยาวชนไทย “ฝันน้อยลง” แต่เป็นการ เปลี่ยนวิธีไปให้ถึงความฝัน

Agency Gap เมื่อศักยภาพมี แต่พื้นที่ให้มีส่วนร่วมยังไม่เพียงพอ
ซาร่าห์ โรเจอร์สัน (Ms. Sarah Rogerson) ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า โครงการ Next Generation ดำเนินการมาแล้วในกว่า 20 ประเทศ เพื่อทำความเข้าใจมุมมองและความต้องการของคนรุ่นใหม่ และนำเสียงของเยาวชนไปสู่การพัฒนานโยบายและความร่วมมือที่ตอบโจทย์อนาคต
สำหรับประเทศไทย งานวิจัยพบว่าเยาวชนมีความมุ่งมั่นและพร้อมสร้างอนาคตของตนเอง แต่ยังเผชิญข้อจำกัดทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา ทักษะ และโอกาสในการมีส่วนร่วม
ประมาณครึ่งหนึ่งของเยาวชนรู้สึกว่าเสียงของคนรุ่นใหม่ในประเด็นระดับชาติยังไม่ค่อยได้รับการรับฟัง ซึ่งรายงานอธิบายผ่านแนวคิด “Agency Gap” หรือช่องว่างระหว่างศักยภาพ ความต้องการมีส่วนร่วม และโอกาสที่เยาวชนได้รับจริง

จาก “ทำไมไม่เดินตามเส้นทางเดิม” สู่คำถามว่า “จะสร้างโอกาสอย่างไร”
การเปลี่ยนนิยามความสำเร็จของเยาวชน ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของค่านิยมส่วนบุคคล แต่เชื่อมโยงกับเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และโอกาสที่คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ บริบทนี้ยังสามารถนำไปพิจารณาร่วมกับแนวคิด “Waithood” ที่ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) หรือ สศช. เคยกล่าวถึง ซึ่งหมายถึงการชะลอความสัมพันธ์หรือการแต่งงานจากความไม่พร้อมหรือความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจำนวนการจดทะเบียนสมรสไม่สามารถนำมาใช้สรุปโดยตรงว่า การเปลี่ยนนิยามความสำเร็จเป็นสาเหตุของการแต่งงานที่ลดลงได้ เพราะยังมีปัจจัยอื่นเกี่ยวข้อง
ข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งมีที่มาจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ระบุว่า การจดทะเบียนสมรสทั่วประเทศลดจาก 305,487 คู่ในปี 2565 เหลือ 279,748 คู่ในปี 2566 และ 263,087 คู่ในปี 2567

โจทย์ใหม่ของรัฐ การศึกษา และภาคธุรกิจ
เมื่อคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงและยังมีความต้องการสร้างอนาคตของตัวเองสูง โจทย์สำหรับสังคมจึงอาจไม่ได้อยู่ที่การทำให้เยาวชนกลับไปเดินตามเส้นทางเดิม แต่คือการสร้างเงื่อนไขให้พวกเขาสามารถเปลี่ยนศักยภาพและความทะเยอทะยานให้กลายเป็นโอกาสจริง
สำหรับภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคธุรกิจ ประเด็นที่รายงานสะท้อน จึงครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาทักษะที่ตอบโจทย์ตลาดงาน การเพิ่มโอกาสเข้าถึงการศึกษาและภาษาอังกฤษ การสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ไปจนถึงการสร้างพื้นที่ให้เยาวชนมีส่วนร่วมในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของพวกเขา เพราะสำหรับคนรุ่นใหม่ ความสำเร็จอาจไม่ได้มีหน้าตาแบบเดียวอีกต่อไป
สิ่งที่ควรติดตามต่อจากงานวิจัยนี้คือ การเปลี่ยนแปลงของ “นิยามความสำเร็จ” จะส่งผลต่อการออกแบบงาน การศึกษา สวัสดิการ การพัฒนาทักษะ และนโยบายสำหรับเยาวชนอย่างไร
ในระดับองค์กร นายจ้างอาจต้องทำความเข้าใจคนรุ่นใหม่ ผ่านเป้าหมายเรื่องคุณภาพชีวิต ความมั่นคง และการเติบโต มากกว่ามองเพียงเส้นทางอาชีพแบบเดิม
ส่วนในระดับนโยบาย ความท้าทายคือการลด Agency Gap เพื่อให้เยาวชนที่มีความทะเยอทะยานและต้องการมีส่วนร่วม สามารถเข้าถึงโอกาสและพื้นที่ในการใช้ศักยภาพได้จริง
รายงาน Next Generation Thailand จึงไม่ได้เพียงถามว่าเยาวชนไทยต้องการอนาคตแบบไหน แต่ยังชวนให้สังคมตั้งคำถามว่า เรากำลังสร้างเงื่อนไขแบบใดให้คนรุ่นใหม่สามารถสร้างอนาคตที่พวกเขาต้องการได้




