GISTDA เปิดแผนที่ IVT ฝนตกหนักมีเริ่มคลี่คลาย สัญญาณแนวโน้มอ่อนกำลังตั้งแต่ 28 กันยายนนี้ เผยภาคกลาง-ตะวันออกยังเสี่ยง เตือนเฝ้าระวังฝนตกหนัก – น้ำสะสม 27 กันยายน
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA รายงานสถานการณ์ ฝนตกหนักช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 เริ่มมีสัญญาณคลี่คลาย หลังการลำเลียงความชื้นในบรรยากาศ หรือ Integrated Vapor Transport (IVT) มีแนวโน้มอ่อนกำลังลงตั้งแต่วันที่ 28 กันยายนเป็นต้นไป แต่ความเสี่ยงยังไม่สิ้นสุดทันที โดยเฉพาะ ภาคกลางและภาคตะวันออก ที่ยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักและฝนสะสมในวันที่ 27 กันยายน ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านการระบายน้ำ
ข้อมูลประเมินช่วงวันที่ 26-30 กันยายน 2569 ระบุว่า วันที่ 27 กันยายน การลำเลียงความชื้นยังอยู่ในระดับ 2-3 บริเวณ ภาคใต้ตอนบน อ่าวไทยตอนบน และบางส่วนของภาคตะวันออก ขณะที่ปริมาณฝนโดยรวมลดลงจากวันที่ 26 กันยายน แต่ยังมีพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกที่ต้องจับตา โดยคาดว่าจะมีฝนประมาณ 35-90 มิลลิเมตรต่อวัน
ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “ฝนจะลดลงเมื่อไร” แต่คือ น้ำฝนที่สะสมไว้ก่อนหน้านี้จะถูกระบายออกได้เร็วแค่ไหน เพราะแม้ปริมาณฝนในภาพรวมเริ่มลดลง แต่พื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่เมือง และพื้นที่ที่มีระบบระบายน้ำจำกัดยังสามารถเผชิญความเสี่ยงน้ำท่วมได้ หากมีฝนตกหนักซ้ำในช่วงเวลาสั้น ๆ

28-30 ก.ย. ความชื้นลดลง ความเสี่ยงฝนหนักเริ่มคลี่คลาย
หลังวันที่ 27 กันยายน แนวโน้มการลำเลียงไอน้ำในบรรยากาศเริ่มลดความรุนแรงลง โดยระหว่างวันที่ 28-30 กันยายน ระดับ IVT ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 1-2 ซึ่งอยู่ในช่วงอ่อนถึงปานกลาง
วันที่ 28 กันยายน ยังต้องติดตามอิทธิพลของความชื้นบริเวณ ทะเลอันดามัน ภาคใต้ตอนบน และอ่าวไทยตอนบน ซึ่งอยู่ในระดับ 1-2 และบางพื้นที่อาจขึ้นไปถึงระดับ 3 ขณะที่ในวันที่ 29-30 กันยายน แนวโน้มความชื้นโดยรวมจะลดลงมาอยู่ที่ระดับ 1-2 ทั่วประเทศ
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนว่า โอกาสเกิดฝนตกหนักมีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจนในช่วงปลายสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ยังไม่หมายความว่าฝนจะหายไปทั้งหมด เพราะยังมีโอกาสเกิดฝนตกกระจายในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันตก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก
ความเสี่ยงไม่ได้จบพร้อมฝนลด เพราะต้องจับตา “ฝนสะสม”
สำหรับการบริหารความเสี่ยงจากสภาพอากาศ สิ่งที่ต้องติดตามควบคู่กับปริมาณฝนรายวันคือ ปริมาณฝนสะสมและศักยภาพการระบายน้ำของพื้นที่
ภาคกลางและภาคตะวันออกจึงยังเป็นพื้นที่ที่ต้องจับตาจนถึงวันที่ 27 กันยายน เนื่องจากเป็นช่วงที่ค่าการลำเลียงความชื้นยังอยู่ในระดับปานกลางถึงสูง ขณะเดียวกันแนวโน้มปริมาณฝนยังอยู่ในระดับที่สามารถสร้างผลกระทบในพื้นที่เสี่ยงได้
สำหรับภาคธุรกิจ ประเด็นดังกล่าวมีความหมายมากกว่าการเตรียมรับมือฝนในแต่ละวัน เพราะฝนตกหนักและน้ำสะสมสามารถกระทบต่อ การเดินทาง การขนส่ง ห่วงโซ่อุปทาน การส่งมอบสินค้า การดำเนินงานของโรงงาน พื้นที่คลังสินค้า และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะธุรกิจที่พึ่งพาโครงข่ายถนนและโลจิสติกส์อย่างต่อเนื่อง
การที่ IVT เริ่มลดลงในวันที่ 28-30 กันยายนจึงเป็นสัญญาณเชิงบวกในมุมของความเสี่ยงสภาพอากาศ แต่สำหรับผู้ประกอบการ สิ่งที่ต้องประเมินต่อคือ ระยะเวลาที่น้ำสะสมจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และความสามารถของโครงสร้างพื้นฐานในการรองรับฝนระลอกต่อไป

Climate Risk กำลังเปลี่ยนจาก “ฝนตกหนัก” สู่ “การจัดการความเสี่ยงหลังฝน”
สถานการณ์ครั้งนี้สะท้อนประเด็นสำคัญของการปรับตัวต่อ Climate Change เพราะความเสียหายจากสภาพอากาศไม่ได้เกิดจากปริมาณฝนเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยร่วม เช่น ฝนสะสม สภาพพื้นที่ ระบบระบายน้ำ ความหนาแน่นของเมือง และความเปราะบางของโครงสร้างพื้นฐาน
ข้อมูล IVT จึงมีประโยชน์ในฐานะ Early Warning Indicator ที่ช่วยให้หน่วยงานและภาคธุรกิจมองเห็นแนวโน้มการเคลื่อนตัวของความชื้นและประเมินความเสี่ยงฝนหนักล่วงหน้า ก่อนนำไปประกอบกับข้อมูลพยากรณ์อากาศ ปริมาณฝนสะสม และข้อมูลพื้นที่จริง
สำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ใกล้ทางน้ำ หรือบริเวณที่มีประวัติน้ำท่วม ควรติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำสะสมอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมรับมือกรณีเกิดฝนตกหนักในระยะสั้น
ทั้งนี้ แนวโน้มช่วงวันที่ 26-30 กันยายน 2569 เป็นการประเมินจาก ข้อมูล IVT ร่วมกับข้อมูลแบบจำลองพยากรณ์อากาศและข้อมูลดาวเทียม จึงควรใช้ประกอบการเฝ้าระวัง และติดตามประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในพื้นที่จริง




