ไทย สมายล์ บัส เปิดโครงการ “TSB Travel Assist จิตอาสาขนส่งสาธารณะ” ดึงเยาวชนร่วมช่วยผู้โดยสารวางแผนและเชื่อมต่อการเดินทาง หวังลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนตัว ซึ่งเชื่อมโยงทั้งปัญหารถติด พลังงาน และมลพิษในเมือง
คนกรุงยังพึ่งรถส่วนตัว โจทย์ขนส่งสาธารณะจึงไม่ใช่แค่ “มีรถให้ใช้”
การลดรถติดและมลพิษในกรุงเทพฯ มีโจทย์สำคัญอยู่ที่การเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางของประชาชน
ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ซึ่งเปรียบเทียบรูปแบบการเดินทางหลักในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พบว่า สัดส่วนการเดินทางด้วยรถยนต์เพิ่มจาก 39.9% ในปี 2017 เป็น 49.6% ในปี 2022 ขณะที่สัดส่วนขนส่งสาธารณะลดลงจาก 23.8% เหลือ 10.4% ในช่วงเดียวกัน
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนอีกด้านของโจทย์ Sustainable Mobility เพราะการมีโครงสร้างพื้นฐานหรือยานพาหนะเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ หากผู้โดยสารยังไม่สามารถเข้าใจเส้นทาง รู้จุดต่อรถ หรือวางแผนเดินทางข้ามระบบได้อย่างสะดวก
บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB) จึงเปิดพื้นที่ให้กลุ่มเยาวชนจิตอาสาด้านขนส่งสาธารณะ Sriwisa Transit ร่วมดำเนินโครงการ “TSB Travel Assist จิตอาสาขนส่งสาธารณะ” เพื่อให้ข้อมูลและช่วยประชาชนวางแผนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ โดยไม่ได้จำกัดเฉพาะบริการของ TSB แต่ครอบคลุมขนส่งสาธารณะประเภทและผู้ให้บริการอื่น เพื่อช่วยเชื่อมต่อการเดินทางของผู้โดยสาร
หนึ่งในปัญหาที่โครงการต้องการแก้คือ ผู้โดยสารไม่ทราบว่าควรใช้รถเมล์สายใด ต้องเปลี่ยนหรือต่อรถที่จุดไหน รวมถึงไม่แน่ใจว่ารถจะมาถึงเมื่อใด ซึ่งอาจสร้างความกังวลให้กับผู้ใช้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ นักท่องเที่ยว หรือผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ

TSB Travel Assist ใช้ “คน” ปิดช่องว่างข้อมูลการเดินทาง
การลงพื้นที่ครั้งแรกบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีเยาวชนจิตอาสาเข้าร่วมมากกว่า 10 คน พร้อมผู้บริหาร ผู้จัดการสาขา และทีมงานของไทย สมายล์ บัส เพื่อให้ข้อมูลเส้นทางและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร
กุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด ระบุว่า โครงการเปิดโอกาสให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาขนส่งสาธารณะ พร้อมทำหน้าที่เชื่อมระหว่างผู้ใช้บริการและผู้ประกอบการ โดยความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชนจะถูกนำกลับไปใช้ประกอบการพัฒนาบริการ
เป้าหมายอีกด้านคือการเพิ่มการใช้ขนส่งสาธารณะทุกประเภทในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพราะหากสามารถลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวได้ จะเชื่อมโยงไปสู่การลดการใช้พลังงาน มลพิษ และความหนาแน่นของการจราจร
TSB ยังมีนโยบายให้ผู้บริหาร ผู้จัดการ และทีมงานลงพื้นที่ร่วมกับจิตอาสา เพื่อให้บุคลากรที่มีบทบาทบริหารได้สัมผัสปัญหาจากการใช้งานจริง และนำข้อมูลจากผู้โดยสารกลับเข้าสู่กระบวนการพัฒนาบริการ

ภาณุเมศวร์ ศรีวิสทิยกุล ตัวแทนเยาวชนจาก Sriwisa Transit ระบุว่า จุดเริ่มต้นของทีมคือความต้องการช่วยให้ประชาชนเข้าถึงขนส่งสาธารณะง่ายขึ้น เพราะยังมีผู้เดินทางจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะผู้สูงอายุและนักท่องเที่ยว ที่ไม่ทราบสายรถ จุดต่อรถ หรือเวลาที่รถจะมาถึง การมีผู้ให้คำแนะนำในพื้นที่จึงช่วยลดความกังวลและเพิ่มความมั่นใจในการเดินทางได้
นอกจากเยาวชนจิตอาสากว่า 10 คน การลงพื้นที่ยังมีนายกมลธร โกมารทัต ผู้ช่วยรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายขวัญ โม้ชา ผู้จัดการส่วน และทีมงานฝ่ายสื่อสารองค์กรของ TSB เข้าร่วม
Sustainable Mobility ต้องแก้ทั้ง “รถ” และ “คน”
มิติด้านสิ่งแวดล้อมทำให้การเพิ่มสัดส่วนขนส่งสาธารณะมีความสำคัญมากกว่าการแก้รถติดเพียงอย่างเดียว
กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมระบุว่า แหล่งกำเนิด PM2.5 ในกรุงเทพฯ ส่วนหนึ่งมาจากภาคคมนาคมขนส่ง โดยเฉพาะไอเสียเครื่องยนต์ดีเซล ขณะที่การเปลี่ยนรถโดยสารสาธารณะจากเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่รถโดยสารไฟฟ้าเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางอากาศ
แต่การเปลี่ยนเทคโนโลยีของรถเพียงด้านเดียวไม่สามารถรับประกันได้ว่าคนเมืองจะลดการใช้รถส่วนตัว หากประสบการณ์เดินทางด้วยระบบสาธารณะยังซับซ้อนหรือผู้โดยสารไม่รู้ว่าจะเชื่อมต่อระหว่างระบบอย่างไร

ในมุมนี้ TSB Travel Assist จึงน่าสนใจในฐานะการทดลองลด “อุปสรรคด้านข้อมูล” ของระบบขนส่ง โดยใช้ทั้งเยาวชน ผู้จัดการ และผู้บริหารลงไปพบผู้โดยสารจริง และนำ Feedback กลับเข้าสู่การปรับปรุงบริการ
แนวคิดดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับ SDG 11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน โดยเฉพาะเป้าหมาย 11.2 ที่กำหนดให้ประชาชนสามารถเข้าถึงระบบขนส่งที่ปลอดภัย ราคาที่จ่ายได้ เข้าถึงได้ และยั่งยืน พร้อมให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับกลุ่มเปราะบาง เด็ก ผู้พิการ และผู้สูงอายุ
วัดผลให้ได้ว่า “ช่วยบอกทาง” เปลี่ยนพฤติกรรมเดินทางได้จริงหรือไม่
โจทย์ต่อไปของ TSB Travel Assist จึงไม่ใช่เพียงจำนวนเยาวชนหรือจำนวนครั้งที่ลงพื้นที่ แต่คือการพิสูจน์ผลลัพธ์ของโครงการผ่านข้อมูล เช่น จำนวนประชาชนที่ได้รับความช่วยเหลือ ปัญหาที่ผู้โดยสารถามมากที่สุด จุดเชื่อมต่อที่สร้างความสับสน ความพึงพอใจของผู้ใช้ และจำนวนผู้โดยสารที่กลับมาใช้ขนส่งสาธารณะซ้ำ
หากข้อมูลจากภาคสนามถูกนำไปปรับเส้นทาง ระบบข้อมูล การเชื่อมต่อ หรือประสบการณ์ผู้โดยสารได้จริง โครงการจิตอาสาจะสามารถขยับจากกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมไปสู่กลไกหนึ่งของการพัฒนา Sustainable Mobility ได้
เพราะปลายทางของขนส่งสาธารณะที่ยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการมีรถพลังงานสะอาดวิ่งอยู่บนถนน แต่ต้องทำให้ประชาชนทุกกลุ่มรู้ว่า “จะเดินทางอย่างไร” และมั่นใจว่าขนส่งสาธารณะสามารถเป็นทางเลือกแทนรถยนต์ส่วนตัวได้ในชีวิตประจำวัน


