บราเดอร์ ประเทศไทย เดินหน้าวาง “ความยั่งยืน” เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธุรกิจ ชูแนวคิดธุรกิจต้องเติบโตควบคู่การสร้างคุณค่าแก่ผู้คน ชุมชนและสังคม ย้ำ “คุณภาพชีวิตที่ดี” คือหนึ่งในฐานสำคัญของสังคมที่เข้มแข็ง พร้อมผสานพลังพนักงาน พันธมิตร และภาคส่วนต่าง ๆ ขับเคลื่อน ESG จากแนวคิดสู่ผลลัพธ์ ล่าสุดคว้า CSR Award 2026 หนึ่งใน 10 องค์กรดีเด่นในกรุงเทพฯ สะท้อนการขับเคลื่อนมิติ Social และการสร้างคุณค่าร่วมในระยะยาว
บราเดอร์ ประเทศไทย หรือ บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด พยายามผลักดันแนวคิด “ธุรกิจโตคู่สังคม” ให้เป็นส่วนหนึ่งของทิศทางการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร
แนวคิดสำคัญคือ การเติบโตในระยะยาวของธุรกิจจำเป็นต้องเดินไปพร้อมกับการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตั้งแต่พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า พันธมิตร ชุมชน ไปจนถึงสังคมในวงกว้าง โดยเฉพาะการยกระดับ “คุณภาพชีวิต” ซึ่งบราเดอร์มองว่าเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของการสร้างสังคมที่เข้มแข็ง
ทิศทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการนำหลัก ESG (Environmental, Social and Governance) เข้ามาเชื่อมโยงกับการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะมิติ Social หรือ S ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการทำกิจกรรมเพื่อสังคม แต่ขยายไปสู่การสร้างผลกระทบเชิงบวกและคุณค่าร่วมระหว่างองค์กรกับผู้คนและชุมชนในระยะยาว
ESG ไม่ใช่กิจกรรมแยกส่วน แต่ต้องเดินไปพร้อมกับธุรกิจ
ก่อนหน้านี้ บราเดอร์ได้วางทิศทางการเติบโตโดยผสานเทคโนโลยี การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการดำเนินธุรกิจบนหลัก ESG เข้าด้วยกัน ภายใต้กรอบ The Brother Group Global Charter โดยมอง “ความยั่งยืน” เป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักของธุรกิจ หรือ Core Business Strategy ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริหารทรัพยากร ไปจนถึงการสร้างคุณค่าร่วมแก่สังคมและสิ่งแวดล้อม

พรภัค อุไพศิลป์สถาพร ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการเงินและบริหาร บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การเติบโตขององค์กรต้องเดินไปพร้อมกับการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้คนและชุมชน เพราะคุณภาพชีวิตที่ดีถือเป็นหนึ่งในพื้นฐานสำคัญของสังคมที่เข้มแข็ง
“เราเชื่อว่าการเติบโตขององค์กรต้องเดินไปพร้อมกับการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้คนและชุมชน เพราะคุณภาพชีวิตที่ดีเป็นหนึ่งในพื้นฐานสำคัญของสังคมที่เข้มแข็ง บราเดอร์จึงพร้อมนำศักยภาพขององค์กร ผสานกับพลังของพนักงาน พันธมิตร และภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อร่วมกันสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้แก่สังคมในระยะยาว”
แนวทางดังกล่าวสะท้อนภาพของ ESG ที่กำลังขยับจาก “กิจกรรมเพื่อสังคม” ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของวิธีคิดและการดำเนินธุรกิจ โดยนำทรัพยากร ความเชี่ยวชาญขององค์กร และเครือข่ายพันธมิตรมาร่วมกันสร้างคุณค่าให้เกิดขึ้นกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
จาก CSR สู่ Creating Shared Value สร้างคุณค่าที่ธุรกิจและสังคมเติบโตไปด้วยกัน
สำหรับบราเดอร์ ความรับผิดชอบต่อสังคมจึงไม่ได้ถูกมองเป็นกิจกรรมที่แยกออกจากธุรกิจ แต่เชื่อมโยงไปสู่แนวคิด Creating Shared Value (CSV) หรือการสร้างคุณค่าร่วม ซึ่งมุ่งนำความเชี่ยวชาญ ทรัพยากร เทคโนโลยี และเครือข่ายขององค์กรมาใช้สร้างประโยชน์ต่อผู้คนและชุมชน ขณะเดียวกันก็สร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรในระยะยาว

ที่ผ่านมา บราเดอร์ขับเคลื่อน ESG ในหลายมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมผ่าน Green Innovation การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ แนวคิด Circular Economy และการฟื้นฟูระบบนิเวศ ตลอดจนมิติ Social ผ่านการสนับสนุนชุมชน การศึกษา การสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น รวมถึงกิจกรรมด้าน Health & Well-being
ทั้งหมดเชื่อมโยงกลับมายังแนวคิดของแบรนด์ “At Your Side, Every Side of Life.” ที่ต้องการขยายบทบาทขององค์กรจากการอยู่เคียงข้างลูกค้า ไปสู่การอยู่เคียงข้างผู้คนในหลากหลายมิติ ทั้งการทำงาน การใช้ชีวิต สุขภาวะ ชุมชน และการเติบโตไปพร้อมกับสังคมอย่างยั่งยืน
CSR Award 2026 อีกบทพิสูจน์แนวทาง “ธุรกิจโตคู่สังคม”
ล่าสุด ทิศทางดังกล่าวได้รับการตอกย้ำผ่านการที่บราเดอร์ ประเทศไทย ได้รับ รางวัลส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจ ประจำปี 2569 (CSR Award 2026) ประเภท “องค์กรที่มีผลงานการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจดีเด่น ในเขตกรุงเทพมหานคร” โดยมีองค์กรได้รับการคัดเลือกเพียง 10 แห่ง
พรภัค กล่าวว่า รางวัล CSR Award 2026 เป็นอีกหนึ่งการยืนยันถึงความตั้งใจของบราเดอร์ในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมมาอย่างต่อเนื่อง และสะท้อนแนวคิดที่องค์กรต้องการนำศักยภาพของตนเองมาผสานกับพลังของพนักงาน พันธมิตร และภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้แก่สังคมในระยะยาว
รางวัลดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “CSR Partnerships for Sustainable Thailand: CSR พลังความร่วมมือ ขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืน” โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อยกย่ององค์กรภาคธุรกิจและศูนย์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจที่สามารถสร้างประโยชน์แก่ประชาชน ชุมชน และสังคมผ่านการดำเนินงานด้าน CSR ที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม

หัวใจสำคัญยังอยู่ที่การสร้างความร่วมมือระหว่าง ภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม และเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อร่วมกันสร้างผลกระทบทางสังคมในวงกว้าง
92 องค์กร–ศูนย์ CSR ต้นแบบ สู่ “หุ้นส่วนของการเปลี่ยนแปลง”
ในปี 2569 มีองค์กรและศูนย์ CSR ต้นแบบได้รับการยกย่องรวม 92 แห่งทั่วประเทศ ในฐานะ “หุ้นส่วนของการเปลี่ยนแปลง” แบ่งเป็นองค์กรที่มีผลงานการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจดีเด่นในเขตกรุงเทพมหานคร 10 องค์กร องค์กรที่มีผลงานดีเด่นระดับจังหวัด 73 องค์กร และศูนย์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจจังหวัดดีเด่นอีก 9 แห่ง
พรภัค กล่าวว่า ความยั่งยืนไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รางวัลที่ได้รับจึงเป็นทั้งความภาคภูมิใจและแรงผลักดันให้บราเดอร์เดินหน้าสานต่อความร่วมมือให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น พร้อมนำศักยภาพขององค์กรไปสร้างคุณค่าที่ส่งต่อถึงผู้คน ชุมชน และสังคม

นั่นสะท้อนโจทย์สำคัญของการทำธุรกิจในยุค ESG ที่การสร้าง Sustainable Growth ไม่ได้มีเพียงเป้าหมายให้องค์กรเติบโต แต่ต้องสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต เพื่อให้ “ธุรกิจ” และ “สังคม” สามารถเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

