TGO ปรับเกณฑ์รับรอง Net Zero GHG Emissions ฉบับกรกฎาคม 2569 สอดคล้อง SBTi และ ISO 14068-1 ปรับ 6 ประเด็นสำคัญ เริ่มบังคับใช้ 1 ตุลาคม 2569
TGO อัปเดตเกณฑ์รับรอง Net Zero ฉบับใหม่
องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (TGO) หรือ อบก. ประกาศปรับปรุง ข้อกำหนดและแนวทางการรับรองการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 (กรกฎาคม 2569) เพื่อยกระดับมาตรฐานการรับรองของประเทศไทยให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติระดับสากล อาทิ Science Based Targets initiative (SBTi) และ ISO 14068-1 โดยมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์สำคัญ 6 ด้าน ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
การปรับเกณฑ์ครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศไทยในการผลักดันภาคธุรกิจสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างมีมาตรฐาน โปร่งใส และสามารถเปรียบเทียบผลการดำเนินงานได้ในระดับสากล
1. เพิ่มความยืดหยุ่นในการเลือก “ปีฐาน” (Base Year)
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ การเปิดโอกาสให้องค์กรสามารถเลือกใช้ ปีปฏิทิน ปีงบประมาณ หรือรอบปีบัญชี เป็นปีฐานได้ตามความเหมาะสม พร้อมต้องได้รับการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมาย CFO จาก อบก.
ขณะเดียวกัน ได้ยกเลิกการใช้ค่าเฉลี่ยหลายปีเป็นปีฐาน เพื่อให้ข้อมูลมีความชัดเจนมากขึ้น และยกเลิกข้อกำหนดเดิมที่จำกัดการใช้ข้อมูลก่อนปี 2561 ทำให้องค์กรสามารถเลือกปีฐานที่สะท้อนการดำเนินธุรกิจได้เหมาะสมยิ่งขึ้น
2. กำหนดปีเริ่มต้นของ Net Zero Pathway ให้ชัดเจน
ข้อกำหนดใหม่ระบุว่า “ปีที่ 1” ของแผนลดก๊าซเรือนกระจก (Net Zero Pathway) สามารถเป็นปีเดียวกับปีที่ยื่นขอรับรองแผนได้ โดยต้องมีระยะเวลาเพียงพอสำหรับการดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
นอกจากนี้ องค์กรจะต้องเริ่มดำเนินการภายในปีที่ยื่นขอรับรอง หรือไม่เกินปีถัดไป เพื่อให้แผนสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง
3. ปรับแนวทางกำหนดเป้าหมาย ครอบคลุม Scope 1-3
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ การยกเลิกการแบ่งเป้าหมายเป็นระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว แล้วกำหนดให้ตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทุก ๆ 5 ปี จนบรรลุ Net Zero ภายในปี 2050
พร้อมกำหนดให้
- ปีฐานต้องครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1, Scope 2 และ Scope 3
- Net Zero Pathway สามารถกำหนดเป้าหมายครอบคลุม Scope 1+2 หรือ Scope 1+2+3
- แต่เป้าหมาย Net Zero ขั้นสุดท้าย ต้องครอบคลุม Scope 1, Scope 2 และ Scope 3 ทั้งหมด
ขณะที่การคำนวณ Scope 3 ต้องอ้างอิงตามหลักเกณฑ์ Carbon Footprint for Organization (CFO) ฉบับล่าสุดของ อบก.
4. ยกเลิกเกณฑ์ลดคาร์บอนคงที่ 4.2% ต่อปี
ข้อกำหนดใหม่ยกเลิกเกณฑ์เดิมที่กำหนดให้องค์กรต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 4.2% ต่อปี รวมถึงยกเลิกข้อจำกัดที่กำหนดให้ช่วงเวลาระหว่างปีฐานกับปีเป้าหมายต้องไม่เกิน 21 ปี
แทนที่ด้วยแนวทางที่ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยองค์กรสามารถ
- ใช้แนวทาง Absolute Contraction Approach (ACA) ตามหลัก Science Based Targets
- หรือกำหนดอัตราการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยวิธีการขององค์กรเอง
อย่างไรก็ตาม ปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสมทุก 5 ปี จะต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนดตามแนวทาง ACA
5. เปิดทางใช้ผลการดำเนินงานข้ามปีได้
เกณฑ์ใหม่ยังปรับหลักการชดเชยกรณีองค์กรดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายรายปี
จากเดิมที่ไม่สามารถนำผลการดำเนินงานที่ทำได้ดีกว่าเป้าหมายไปชดเชยปีอื่นได้ ปัจจุบัน องค์กรสามารถ
- นำปริมาณการปล่อยที่ต่ำกว่าเป้าหมาย ไปหักล้างกับปีที่ปล่อยสูงกว่าเป้าหมาย
- หากปล่อยสูงกว่าเป้าหมาย ต้องชดเชยด้วยผลการดำเนินงานของปีที่ต่ำกว่าเป้าหมาย หรือใช้ คาร์บอนเครดิต มาชดเชย
แนวทางดังกล่าวช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหาร Net Zero Pathway โดยยังคงรักษาความเข้มงวดของเป้าหมายโดยรวม
6. ยกระดับหลักเกณฑ์การรับรอง Net Zero
สำหรับการขอรับรอง Net Zero ข้อกำหนดใหม่ระบุว่า องค์กรต้องจัดทำ รายงานการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกขององค์กรและ Net Zero พร้อมแสดงผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อย่างน้อย 90% เมื่อเทียบกับปีฐาน
ส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ยังหลีกเลี่ยงไม่ได้ สามารถชดเชยได้ด้วย
- การดูดกลับก๊าซเรือนกระจกแบบถาวร (Permanent Removal)
- หรือคาร์บอนเครดิตประเภท Removal
ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มมาตรฐานสากลที่ให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยจริง ก่อนพึ่งพาการชดเชยคาร์บอน
เริ่มบังคับใช้ 1 ตุลาคม 2569
ข้อกำหนดและแนวทางการรับรอง Net Zero GHG Emissions ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 (กรกฎาคม 2569) จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
องค์กรที่อยู่ระหว่างการวางแผนด้านสภาพภูมิอากาศ หรือเตรียมขอรับรอง Net Zero ควรศึกษาหลักเกณฑ์ฉบับใหม่อย่างละเอียด เพื่อปรับแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับข้อกำหนดล่าสุด
สามารถดาวน์โหลดเอกสารฉบับเต็มได้ที่ เว็บไซต์ฉลากคาร์บอนของ TGO https://thaicarbonlabel.tgo.or.th/ ซึ่งเผยแพร่ข้อกำหนดฉบับปรับปรุงและเอกสารที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการ

