ปตท.สผ. ประสบความสำเร็จครั้งแรกของไทย นำแท่นหลุมผลิตกลับมาใช้ใหม่ทั้งโครงสร้าง สร้างความแข็งแกร่งมาตรฐานด้าน Circular Economy ในอุตสาหกรรมพลังงาน ลดเวลาดำเนินงานกว่า 70% ลดต้นทุนก่อสร้าง 35-50% และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก3,270 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อแท่น
ปตท.สผ. แท่นหลุมผลิตกลับมาใช้ใหม่ กลายเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียมไทย หลังบริษัทประสบความสำเร็จในการนำแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่สิ้นสุดภารกิจกลับมาใช้งานใหม่ทั้งโครงสร้าง (Total Wellhead Platform Reuse) เป็นครั้งแรกของประเทศไทย ช่วยลดระยะเวลาดำเนินงานกว่า 70% ลดต้นทุนก่อสร้าง 35-50% และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ราว 3,270 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อแท่น สะท้อนการยกระดับการบริหารทรัพยากรตามแนวคิด Circular Economy ควบคู่เป้าหมายความยั่งยืนขององค์กร
การใช้ทรัพยากรให้เกิดมูลค่าสูงสุด พลิกแนวคิดการรื้อถอนสู่การนำกลับมาใช้ใหม่
มนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม เมื่อแหล่งผลิตสิ้นสุดอายุการผลิต แท่นหลุมผลิตปิโตรเลียม (Wellhead Platform) ซึ่งทำหน้าที่รองรับการผลิต หากยังมีความแข็งแรงและผ่านการประเมินด้านความปลอดภัย ยังคงสามารถสร้างคุณค่าได้อีกครั้ง
ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงนำแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาประยุกต์ใช้ร่วมกับวิศวกรรมการก่อสร้างและเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อพัฒนาโครงการ Total Wellhead Platform Reuse หรือการนำแท่นหลุมผลิตกลับมาใช้ใหม่ทั้งโครงสร้าง

การดำเนินงานครั้งแรกเกิดขึ้นที่ แท่นหลุมผลิตจักรวาลเค (JKWK) ของแหล่งฟูนาน ในโครงการ จี 1/61 โดยนำทั้ง ส่วนบนของแท่น (Topside) ขาแท่น (Jacket) และเสาเข็มบางส่วน (Piles Section) กลับมาติดตั้งและใช้งานใหม่ภายในแหล่งผลิตเดียวกัน
แนวทางนี้ ทำให้ระยะเวลาก่อสร้างและติดตั้งลดลงอย่างมาก จากเดิมประมาณ 20 เดือน เหลือเพียง 6 เดือน หรือคิดเป็นการลดเวลาประมาณ 70% ขณะเดียวกันยังสามารถลดต้นทุนก่อสร้างได้ประมาณ 35-50% เมื่อเทียบกับการสร้างแท่นหลุมผลิตใหม่ทั้งหมด
ลดทั้งต้นทุนและคาร์บอน สร้างสมดุลระหว่างพลังงานกับสิ่งแวดล้อม
นอกเหนือจากประโยชน์ด้านต้นทุนและระยะเวลาดำเนินงาน โครงการดังกล่าวยังสร้างผลลัพธ์เชิงสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
การนำโครงสร้างเดิมกลับมาใช้ใหม่ช่วยลดการใช้เหล็กและอุปกรณ์การผลิต ส่งผลให้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 3,270 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อแท่น
อีกหนึ่งนวัตกรรมสำคัญคือ การนำวิศวกรรมการก่อสร้างสมัยใหม่มาใช้ในขั้นตอนรื้อถอนและเคลื่อนย้าย โดยเลือกใช้วิธี Wet Tow หรือการลากจูงขาแท่นในน้ำ เพื่อนำโครงสร้างไปติดตั้งยังพื้นที่ใหม่

วิธีดังกล่าวช่วยลดการใช้พลังงานในการเคลื่อนย้าย พร้อมลดผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลที่อาศัยเกาะอยู่บริเวณขาแท่น สะท้อนแนวทางการพัฒนาธุรกิจที่คำนึงถึงทั้งประสิทธิภาพการผลิตและการอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเลควบคู่กัน
“ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้ในการดำเนินงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมอย่างเป็นรูปธรรม โดยนับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการนำแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมกลับมาใช้งานใหม่ได้ทั้งโครงสร้าง ซึ่งเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยลดระยะเวลาการดำเนินงาน ลดการใช้ทรัพยากรใหม่ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทำให้เกิดคุณค่าในหลายมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางพลังงาน และสิ่งแวดล้อมพร้อม ๆ กัน”
— มนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปตท.สผ.
เดินหน้าขยายผลอีก 10 แท่นในช่วงปี 2570-2572
หลังประสบความสำเร็จจากโครงการนำร่อง ปตท.สผ. เตรียมขยายผลแนวทาง Total Wellhead Platform Reuse อย่างต่อเนื่อง
บริษัทมีแผนในช่วงปี 2570-2572 ที่จะนำแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมซึ่งยังมีความแข็งแรงและผ่านการประเมินด้านความปลอดภัยกลับมาใช้งานใหม่ อีกประมาณ 10 แท่น

เป้าหมายดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดการใช้วัสดุใหม่ สนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการดำเนินงานในระยะยาว พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมตามแนวทางความยั่งยืนของบริษัท
จุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมพลังงานไทย
ความสำเร็จของ ปตท.สผ. ไม่ได้เป็นเพียงการลดต้นทุนโครงการ แต่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียมไทยสู่การบริหารสินทรัพย์แบบหมุนเวียน (Asset Circularity) ซึ่งกำลังได้รับความสำคัญในระดับโลก
การนำโครงสร้างเดิมกลับมาใช้ใหม่ทั้งระบบสามารถสร้างคุณค่าได้พร้อมกันในหลายมิติ ได้แก่
- ลดระยะเวลาดำเนินโครงการจาก 20 เดือนเหลือ 6 เดือน
- ลดต้นทุนก่อสร้างประมาณ 35-50%
- ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 3,270 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อแท่น
- ลดการใช้ทรัพยากรและวัสดุก่อสร้างใหม่
- ลดผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลด้วยเทคนิค Wet Tow

สนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานควบคู่กับเป้าหมายด้านความยั่งยืน
หากแผนการนำแท่นหลุมผลิตกลับมาใช้ใหม่อีกประมาณ 10 แท่นในช่วงปี 2570-2572 ดำเนินการได้ตามเป้าหมาย จะช่วยตอกย้ำบทบาทของ ปตท.สผ. ในการยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจพลังงานของไทยสู่แนวทาง Circular Economy และการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมพลังงานในระยะยาว

