ตลาดหลักทรัพย์ฯ สร้างหมุดหมายครั้งสำคัญของตลาดทุนเอเชีย หลังประกาศเข้าร่วมแคมเปญระดับโลก “Ring the Bell for LGBTIQ+ Equality” ในฐานะตลาดหลักทรัพย์แห่งแรกของภูมิภาคเอเชีย ส่งสัญญาณชัดว่าความหลากหลาย ความเสมอภาค และการเคารพสิทธิมนุษยชน กำลังกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจและการลงทุนยุคใหม่
การเข้าร่วมครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ด้านสิทธิมนุษยชน แต่สะท้อนถึงทิศทางใหม่ของตลาดทุนไทยที่ต้องการผลักดัน Inclusive Economy หรือเศรษฐกิจที่เติบโตโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พร้อมสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนยกระดับมาตรฐานด้าน ESG และ DEI อย่างเป็นรูปธรรม
SET ส่งสัญญาณใหม่ ตลาดทุนต้องเติบโตบน “ความหลากหลาย”
พิธี “Ring the Bell for LGBTIQ+ Equality” จัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 ภายใต้ความร่วมมือของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ร่วมกับ UN Human Rights (OHCHR), UN Sustainable Stock Exchanges Initiative (SSE), UN Global Compact (UNGC), Koppa และ Open for Business ภายในงาน Pride Show 2026 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC)
ในปีนี้มีตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกเข้าร่วมทั้งสิ้น 16 แห่ง และ SET ถือเป็น ตลาดหลักทรัพย์แห่งแรกในเอเชีย ที่เข้าร่วมแคมเปญดังกล่าว

การประกาศจุดยืนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ประเทศไทยเพิ่งบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม และกำลังผลักดันการเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030 ซึ่งช่วยเชื่อมโยงนโยบายภาครัฐกับบทบาทของตลาดทุนในการสร้างเศรษฐกิจที่ครอบคลุมทุกกลุ่มคน
เศรษฐกิจที่ครอบคลุม ดึงดูด FDI ได้มากกว่า 4.5 เท่า
ข้อมูลจาก Open for Business ระบุว่า ประเทศที่มีกฎหมายคุ้มครองความหลากหลายสามารถดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ได้มากกว่าประเทศที่ไม่มีมาตรการดังกล่าวถึง 4.5 เท่า
ขณะเดียวกัน ประเทศไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม สูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมประมาณ 1.47% ของ GDP ต่อปี จากต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการกีดกันกลุ่ม LGBTIQ+
สำหรับประเทศไทยเพียงประเทศเดียว คาดว่าสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจราว 51,800–121,800 ล้านบาทต่อปี ซึ่งสะท้อนว่า นโยบายด้านความหลากหลายไม่ใช่เพียงประเด็นทางสังคม แต่เป็นปัจจัยด้านความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
DEI กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของ ESG
รายงาน Thailand Workplace Equity Report 2026 ของบริษัท TransTalents Consulting Group พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า
- 52% ขององค์กรไทยยังไม่มีระบบวัดผลด้าน DEI

- 81% เชื่อว่า DEI มีผลต่อการดึงดูดและรักษาบุคลากร
- 58% คาดว่า DEI จะถูกรวมอยู่ในการรายงาน ESG ภายใน 2 ปี
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า บริษัทจดทะเบียนจำเป็นต้องพัฒนาการบริหารทุนมนุษย์ให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม และสามารถวัดผลและเปิดเผยข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ
“ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีความภาคภูมิใจที่เป็นตลาดหลักทรัพย์แห่งแรกในเอเชียที่เข้าร่วมโครงการ ‘Ring the Bell for LGBTIQ+ Equality’ เราเชื่อมั่นว่าเบื้องหลังทุกบริษัท ทุกนวัตกรรม ทุกการตัดสินใจลงทุน และทุกธุรกิจที่ยั่งยืนคือ ‘คน’ โดยคนจะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อได้รับความเคารพ การยอมรับ และสามารถเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับตลาดทุนที่จะมีความเข้มแข็งอย่างแท้จริงเมื่อทุกคนมีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมและสร้างคุณค่าได้อย่างเท่าเทียม”
— พรรณวดี ลดาวัลย์ ณ อยุธยา รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ด้าน ณัฐินีฐิติ ภิญญาปิญชาน์ ผู้ก่อตั้ง TransTalents Consulting Group กล่าว่า เศรษฐกิจ LGBTIQ+ ระดับโลกมีมูลค่าประมาณ 4.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับสามของโลก แต่คำถามสำคัญในวันนี้ไม่ใช่ว่าจะให้ความครอบคลุมหรือไม่ หากคือจะบูรณาการศักยภาพที่ยังไม่ถูกใช้นี้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างไร การที่ SET ลั่นระฆังในวันนี้ คือสัญญาณว่าโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของไทยพร้อมเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงนี้แล้ว

ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ก้าวต่อไปของตลาดทุนไทยสู่ปี 2573
หลังการเข้าร่วมแคมเปญครั้งนี้ SET เตรียมเดินหน้าความร่วมมือระยะยาวจนถึงปี 2573 ครอบคลุมการพัฒนาธรรมาภิบาลเชิงครอบคลุม การยกระดับการเปิดเผยข้อมูลด้านความหลากหลายทางเพศ และการสนับสนุนงานวิจัยเชิงนโยบาย เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่เปิดกว้างสำหรับทุกคนในเอเชีย
การเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ หากแต่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของตลาดทุนไทยสู่ยุคที่ความสามารถในการแข่งขันไม่ได้วัดเพียงผลประกอบการ แต่รวมถึงศักยภาพในการสร้างระบบเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โปร่งใส และเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม

