ธนจิรา รีเทล เดินเกม “3 กลยุทธ์หลัก” สร้างธุรกิจแกร่งระยะยาว ดัน Q1/69 รายได้โตแตะ 508 ล้าน ฝ่าเศรษฐกิจผันผวน ชูโมเดล Expansion–Excellence–Sustainability ขยายฐานลูกค้า ยกระดับประสิทธิภาพองค์กร และเติบโตตามแนว ESG พร้อมเร่งต่างประเทศ E-Commerce และ Beauty & Wellness เป็นเครื่องยนต์ใหม่
ธนพงษ์ จิราพาณิชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น หรือ TAN กล่าวว่า TAN สร้างการเติบโตมั่นคง ผ่านการวางรากฐานธุรกิจระยะยาวภายใต้ 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ Expansion, Excellence และ Sustainability ซึ่งกลายเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้สามารถปรับตัวและเติบโตได้ในทุกสภาวะเศรษฐกิจ
ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 สะท้อนภาพดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยบริษัทมีรายได้รวม 508 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 40.1 ล้านบาท เติบโต 3.2% แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุน และความผันผวนของกำลังซื้อทั่วโลก

เบื้องหลังการเติบโตครั้งนี้ มาจากแนวคิด “Business Resilience” หรือการสร้างความยืดหยุ่นทางธุรกิจ ผ่านการกระจายพอร์ตแบรนด์พรีเมียม การขยายตลาดต่างประเทศ การเพิ่มสัดส่วนรายได้จากดิจิทัล และการพัฒนา Customer Ecosystem เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่
หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือ “Expansion” หรือการขยายฐานลูกค้าและสร้างโอกาสการเติบโตใหม่ บริษัทเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแบรนด์ HARNN ในประเทศจีน ซึ่งยังคงเป็นตลาดดาวเด่นของกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ โดยไตรมาสแรกสามารถสร้างรายได้รวม 65 ล้านบาท เติบโต 26.8% ขณะที่ตลาดจีนเติบโตสูงถึง 64.6%
ปัจจุบัน HARNN Greater China มีจุดจำหน่ายมากกว่า 570 จุด ครอบคลุม 12 มณฑล รวมถึงการขยายร้าน Concept Store และ Flagship Store อย่างต่อเนื่อง สะท้อนศักยภาพของแบรนด์ไทยในตลาดพรีเมียมระดับสากล
นอกจากนี้ TAN ยังเร่งขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทาง E-Commerce และ Social Commerce โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม TikTok และ Livestreaming ซึ่งกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ ทั้งในจีนและภูมิภาคเอเชีย ผ่านแพลตฟอร์มอย่าง T-Mall, Douyin, Xiao Hong Shu, JD.com และ WeChat Channels
ขณะเดียวกัน กลยุทธ์ “Excellence” หรือการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ก็เริ่มเห็นผลอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างการบริหารของแบรนด์ PANDORA ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการขายและการควบคุมต้นทุน ส่งผลให้กลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์กลับมาฟื้นตัวในทิศทางที่ดีขึ้น
บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาทีมขาย การบริหารหน้าร้าน และการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในทุกมิติของธุรกิจรีเทล ควบคู่กับการใช้ Data Analytics และ Customer Insight เพื่อสร้างการตลาดที่แม่นยำมากขึ้น
อีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญคือ TANACHIRA CLUB ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด Customer Centric เพื่อเชื่อมโยง Ecosystem ของลูกค้า ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 84,335 ราย และสามารถสร้างยอดขายจากสมาชิกเพิ่มขึ้น 22.6% รวมถึงอัตราการกลับมาซื้อซ้ำเพิ่มขึ้นถึง 265% สะท้อนประสิทธิภาพของกลยุทธ์ CRM และการใช้ข้อมูลในการสร้าง Loyalty ระยะยาว

ในด้าน “Sustainability” บริษัทมุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้แนวทาง ESG ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล โดยให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน การลงทุนอย่างมีวินัย และการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตและความมั่นคงทางธุรกิจ
TAN ยังเดินหน้าปรับสมดุลพอร์ตธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่ม Beauty & Wellness มีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นจาก 17% เป็น 20% จากการตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและการดูแลตัวเองมากขึ้น ขณะที่กลุ่ม Lifestyle ยังคงเป็นรายได้หลักคิดเป็น 51% ของพอร์ตทั้งหมด
การเดินหน้าภายใต้ 3 กลยุทธ์หลักของ TAN ไม่เพียงสะท้อนการเติบโตเชิงตัวเลขในระยะสั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานธุรกิจให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมค้าปลีกในอนาคต ผ่านการสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่ง

