“เมื่อพูดถึง ‘ชาตรามือ’ หลายคนคงนึกถึงกลิ่นหอมของชาไทยสีส้มที่เป็นเอกลักษณ์ แต่เบื้องหลังความหอมกรุ่นนี้ คือการปรับตัวครั้งสำคัญที่เปลี่ยนแบรนด์จากความทรงจำในบ้าน สู่ธุรกิจเครื่องดื่มทันสมัยที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศ”
เราได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้บริหารรุ่นใหม่ของบริษัท ชาตรามือ 1945 จำกัด ที่เล่าถึงเส้นทางการเติบโตของแบรนด์เก่าแก่ ซึ่งเริ่มต้นจากโรงคั่วชาเล็กๆ สู่ร้านชาโมเดิร์นที่มีสาขากว่า 80 แห่งทั่วประเทศ
“ชาไทยไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่คือวัฒนธรรม”
จากคำกล่าวสรุปของ ดิฐพงศ์ เรืองฤทธิเดช ประธานบริหารกลุ่มบริษัทในเครือชาตรามือ ชัดเจนว่าวิสัยทัศน์ของ “ชาตรามือ” ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นแบรนด์เครื่องดื่มอันดับหนึ่งในประเทศไทย หากแต่มุ่งมั่นที่จะยกระดับวัฒนธรรมชาไทยสู่สายตาโลก

ในโอกาสครบรอบ 80 ปีของแบรนด์ชาตรามือ เรามีโอกาสพูดคุยกับ 4 ผู้บริหารรุ่นใหม่จากตระกูล “เรืองฤทธิเดช” ผู้อยู่เบื้องหลังการพาแบรนด์ชาไทยก้าวไกลอย่างมั่นคง สู่การเป็น ผู้นำธุรกิจชาแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมเดินหน้าอย่างกล้าหาญสู่ Global Brand
ย้อนรอยความสำเร็จ 8 ทศวรรษ ชาตรามือ
“เรามีความภูมิใจที่ชาตรามือไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่ม แต่เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำในสังคมไทยมายาวนาน”
– ศรีศุภร จาตุรงควนิชย์, กรรมการบริหารแบรนด์ชาตรามือ
จากโรงคั่วชาในยุคบุกเบิก ปี 2488 ชาตรามือเป็นหนึ่งในแบรนด์แรกที่คิดค้นสูตร “ชาไทยใส่นม” เสิร์ฟพร้อมน้ำแข็ง ตอบโจทย์สภาพอากาศร้อนของไทย และกลายเป็นต้นแบบให้ร้านชาไทยทั้งประเทศ

ไม่เพียงแค่พัฒนาสูตร แต่ยังพลิกโฉมชาไทยจากสตรีทฟู้ด สู่ร้านเครื่องดื่มโมเดิร์นในห้างสรรพสินค้า เปิดแฟล็กชิปร้านแรกในปี 2558 ก่อนขยายสาขาได้กว่า 220 สาขาในไทย และ 114 สาขาในต่างประเทศ และตั้งเป้าครบ 250 สาขาในประเทศ และ 130 สาขาในต่างประเทศภายในปี 2568
ธุรกิจชาแบบครบวงจรที่เติบโตไปพร้อมกับคนไทย
“หัวใจของแบรนด์เรา คือการเติบโตแบบยั่งยืน ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ” – พราวนรินทร์ เรืองฤทธิเดช, กรรมการบริหารแบรนด์ชาตรามือ
ที่ดอยในภาคเหนือของไทย คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด ชาตรามือทำงานร่วมกับเกษตรกรไร่ชาอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การให้ความรู้ พัฒนาทักษะ ไปจนถึงการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ก่อนจะส่งต่อเข้าสู่ “กลางน้ำ” ที่โรงงานผลิตของบริษัทใน อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย

โรงงานแห่งนี้ไม่เพียงผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ตนเอง แต่ยังเป็น “หลังบ้าน” ให้กับหลากหลายแบรนด์ดังในประเทศและต่างประเทศ
เมื่อถึง “ปลายน้ำ” ชาตรามือมีสินค้ามากกว่า 50 SKU วางจำหน่ายทั้งในโมเดิร์นเทรด ร้านค้าดั้งเดิม และอีคอมเมิร์ซ พร้อมขยายตัวในระดับนานาชาติ โดยปัจจุบันส่งออกสินค้าไปกว่า 21 ประเทศทั่วโลก
Game Plan สู่แบรนด์ระดับโลก
“80 ปีที่ผ่านมา เราสร้างรากให้มั่นคง… วันนี้ถึงเวลาผลักดันแบรนด์ชาตรามือขึ้นสู่เวทีโลก” – เศรษฐิกิจ เรืองฤทธิเดช, กรรมการบริหารแบรนด์ชาตรามือ
กลยุทธ์ใหญ่ที่วางไว้ในปีนี้ประกอบด้วย 3 แกนสำคัญ ได้แก่:
1. Expand Market – ขยายสาขาในต่างประเทศ และเร่งการส่งออกสินค้าให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในตลาดใหม่ เช่น แคนาดา ลาว เม็กซิโก และอินโดนีเซีย นอกเหนือจาก 11 ประเทศที่แบรนด์มีสาขาอยู่แล้ว
2. New Products – พัฒนานวัตกรรมสินค้าอย่างต่อเนื่อง เช่น
• “ชาไทยไม่มีสี” (เปิดตัว ก.ค. 2568)
• “ชาไทยสีธรรมชาติ”
• และ “ชาไทยคอมบูฉะ” เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ใส่ใจสุขภาพ
3. Collaboration Projects – ร่วมมือกับแบรนด์ต่างประเทศและข้ามอุตสาหกรรม เช่น
• Sushiro (ซูชิ)
• Sculptor (แฟชั่นเกาหลี)
• Cremo (ไอศกรีมชาไทยครีมชีส)
• Universal Music (แคมเปญร่วมศิลปินระดับโลก)

จัดเต็มกิจกรรมฉลอง 80 ปี ชาตรามือ
“เราจะไม่เพียงเฉลิมฉลองความสำเร็จ แต่ยังสร้างเวทีให้ชาไทยกลายเป็นวัฒนธรรมร่วมสมัย”
– ศรัณพัฐ เรืองฤทธิเดช, กรรมการบริหารแบรนด์ชาตรามือ
เตรียมพบกับงานใหญ่แห่งปี “Thai Tea Festival: Celebrate ChaTraMue 80th Anniversary” วันที่ 19–21 กันยายน 2568 ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งจะรวบรวมเมนูพิเศษ สินค้าลิมิเต็ด และคาเฟ่พาร์ทเนอร์ชื่อดังที่ร่วมรังสรรค์เมนูสุดสร้างสรรค์จากวัตถุดิบของชาตรามือ
พร้อมกิจกรรมไฮไลต์ “Thai Tea Star Challenge” การแข่งขันสร้างสรรค์เมนูอาหารและขนมหวานจากวัตถุดิบชาไทยชาตรามือ ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 100,000 บาท

จากความทรงจำของคนไทย สู่วัฒนธรรมที่โลกต้องรู้จัก
“ชาตรามือไม่ได้เปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตามทันโลก แต่เปลี่ยนแปลงเพื่อให้โลกเห็นคุณค่าของชาไทย”
ด้วยวิสัยทัศน์อันชัดเจน และกลยุทธ์ที่เข้มแข็ง ชาตรามือไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์ชา แต่คือ “ตัวแทนวัฒนธรรมไทย” ที่เดินหน้าสู่เวทีระดับโลกอย่างภาคภูมิใจ


