Gartner บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีระดับโลก เผยแนวโน้มสำคัญว่า ภายในปี 2571 หน่วยงานภาครัฐอย่างน้อย 80% จะนำ AI Agents มาใช้ เพื่อยกระดับกระบวนการตัดสินใจในภารกิจประจำให้เป็นระบบอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับคุณภาพการให้บริการแก่ประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกำลังกดดันให้ผู้บริหารไอทีภาครัฐ (CIO) ต้องปรับรูปแบบการดำเนินงานสู่แนวคิด “Decision-Centric” หรือการยึด “การตัดสินใจ” เป็นศูนย์กลาง เพื่อให้การตัดสินใจมีความรวดเร็ว สอดคล้อง และตรวจสอบได้ในระดับมหภาค ขณะเดียวกันยังต้องรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนควบคู่ไปด้วย
AI + Decision Intelligence = หัวใจใหม่ของภาครัฐ
Daniel Nieto ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์ ระบุว่า CIO ภาครัฐกำลังเผชิญแรงกดดันในการนำ AI มาผสานเข้ากับกระบวนการตัดสินใจอย่างมีธรรมาภิบาล โดยเฉพาะเมื่อเทคโนโลยีอย่าง Multimodal AI, ระบบสนทนา และระบบเอเจนต์ (Agentic Systems) เข้ามาเสริมศักยภาพให้สามารถ:
- ทำงานอัตโนมัติได้มากขึ้น
- เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกได้รวดเร็ว
- คาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้าได้แม่นยำ
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญยังคงเป็น “โครงสร้างองค์กรแบบไซโล” และ ระบบเดิม (Legacy Systems) ซึ่งผลสำรวจของการ์ทเนอร์พบว่า:
- 41% ของอุปสรรคมาจากกลยุทธ์ที่แยกส่วน
- 31% มาจากระบบเทคโนโลยีที่ล้าสมัย
สะท้อนว่า “แค่ปรับเทคโนโลยี” ยังไม่เพียงพอ หากไม่เปลี่ยนวิธีคิดและโครงสร้างการทำงาน

ธรรมาภิบาล AI ต้องเปลี่ยน: จาก “คุมโมเดล” → “คุมการตัดสินใจ”
แนวคิด Decision Intelligence (DI) กำลังกลายเป็นรากฐานใหม่ของภาครัฐ โดยเปลี่ยนโฟกัสจากการควบคุมโมเดล AI ไปสู่การกำกับ “ผลลัพธ์ของการตัดสินใจ” โดยตรง เช่น
- การออกแบบกระบวนการตัดสินใจ
- การติดตามและตรวจสอบ
- ความโปร่งใสและความเป็นธรรม
การเปลี่ยนแปลงนี้มีความสำคัญต่อความชอบธรรมของภาครัฐ เนื่องจากความไว้วางใจของประชาชนต้องตั้งอยู่บน “ความโปร่งใสและตรวจสอบได้”
ผลสำรวจยังพบว่า 39% ของหน่วยงานรัฐลงทุน AI เพื่อยกระดับบริการและสร้างความเชื่อมั่นประชาชน ซึ่ง DI จะช่วยทำให้เส้นทางการตัดสินใจชัดเจน ตรวจสอบได้ และนำไปใช้ได้จริง
อนาคต AI ภาครัฐต้อง “อธิบายได้” และ “มีมนุษย์กำกับ”
การ์ทเนอร์คาดว่า ภายในปี 2572: ประมาณ 70% ของหน่วยงานรัฐจะใช้ Explainable AI (XAI)ทุกระบบอัตโนมัติสำคัญจะมี Human-in-the-Loop (HITL)
แนวทางนี้จะช่วยให้การตัดสินใจของ AI สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ โดยมนุษย์ยังมีบทบาทในกรณีความเสี่ยงสูง ลดความเสี่ยงจาก “Black Box AI”
“ความเชื่อมั่นประชาชน” ตัวชี้วัดใหม่ของความสำเร็จ AI
แม้ “ประสิทธิภาพ” ยังสำคัญ แต่ “ความเชื่อมั่น” กลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญยิ่งกว่า 50% ของหน่วยงานรัฐให้ “ประสบการณ์ประชาชน” เป็น Top Priority โดยบริการรัฐจะเปลี่ยนจาก “Reactive” → “Proactive” AI จะคาดการณ์ความต้องการและให้บริการล่วงหน้า
เมื่อการติดต่อเจ้าหน้าที่ลดลง ความโปร่งใส ความเป็นธรรม และความน่าเชื่อถือของระบบ จะยิ่งมีบทบาทสำคัญ

ภาครัฐต้อง “คิดใหม่” ไม่ใช่แค่ “ใช้ AI”
การมาของ AI Agents และ Decision Intelligence ไม่ใช่แค่การเพิ่มเทคโนโลยี แต่คือการ “เปลี่ยนวิธีตัดสินใจของรัฐ” ทั้งระบบ
- จากขั้นตอน → สู่การตัดสินใจ
- จากเจ้าหน้าที่ → สู่ระบบอัตโนมัติ + มนุษย์กำกับ
- จากบริการทั่วไป → สู่บริการเฉพาะบุคคล

