เมื่อการช้อปปิ้งไม่ได้หยุดแค่เรื่องของแฟชั่นหรืออาหารอีกต่อไป แต่ยังเป็นพื้นที่ของการขับเคลื่อนสู่โลกที่ยั่งยืน หลายแบรนด์ชื่อดังในศูนย์การค้าเซ็นทรัล กำลังแสดงให้เห็นว่า “ความเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นที่เราได้จริง” ผ่านมาตรการลดการใช้พลังงานและการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ
ในยุคที่วิกฤตโลกร้อนไม่ใช่แค่ข่าวไกลตัว เซ็นทรัลพัฒนา จึงผนึกกำลังกับพันธมิตรร้านค้ากว่า 165 แบรนด์ทั่วประเทศ ผ่านโครงการ “Central Pattana Green Partnership รวมพลังพันธมิตรลดโลกร้อน” เพื่อสร้างโมเดลธุรกิจที่ลดพลังงาน ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และผลักดันสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050
รวมไฮไลต์มาตรการประหยัดพลังงานจากแบรนด์ชั้นนำในศูนย์การค้าเซ็นทรัล

- Major Cineplex – หนังดี + ระบบประหยัดไฟ = Green Cinema

โรงภาพยนตร์อัปเกรดเครื่องฉายภาพยนตร์ทุกสาขาเป็น Laser Projector ซึ่งประหยัดพลังงานมากกว่าระบบเดิม พร้อมระบบปรับอากาศอัจฉริยะที่คุมอุณหภูมิและการหมุนเวียนอากาศแบบแม่นยำ

- UNIQLO – เรียบง่ายแต่ยั่งยืน
ยูนิโคล่เปลี่ยนทุกสาขาให้เป็นพื้นที่ประหยัดพลังงานด้วยหลอดไฟ LED และ iPad ที่ใช้แทนคอมพิวเตอร์ในจุดชำระเงิน ช่วยลดพลังงานได้ถึง 10 เท่า

ยังมีโครงการ RE.UNIQLO รับบริจาคเสื้อผ้าเพื่อส่งต่อให้ผู้ยากไร้ พร้อมบริการซ่อมเสื้อผ้าเพื่อลดการทิ้ง
- MK Restaurants – ระบบตรวจสอบพลังงานแบบมืออาชีพ
MK ตรวจสอบและปรับปรุงอุปกรณ์ภายในร้านให้ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า พร้อมปลูกจิตสำนึกรักษ์โลกให้พนักงานทุกระดับ ทำให้ “ความยั่งยืน” เป็นส่วนหนึ่งของบริการ

- JASPAL Group (CC DOUBLE O, LYN) – แฟชั่นสายกรีน
จากเสื้อผ้า Sustainable Collection ไปจนถึงรถ EV Truck ที่ใช้ขนส่งสินค้าทั่วประเทศ และรณรงค์ใช้ถุงกระดาษรีไซเคิล JASPAL แสดงจุดยืนชัดว่าธุรกิจแฟชั่นก็เดินหน้าไปกับโลกสีเขียวได้


- Saemaeul – ปิ้งย่างเกาหลีแบบรักษ์โลก
ร้านอาหารเกาหลีที่ใส่ใจตั้งแต่การจัดวางวัตถุดิบในตู้เย็นเพื่อลดการเปิด-ปิด ไปจนถึงการใช้ระบบ Timer ควบคุมการใช้ไฟ และการตรวจเช็คเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ

ไม่ใช่แค่รางวัล แต่คือการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ
โครงการ Green Partnership ยังสนับสนุนการวางแผนพลังงานให้กับร้านค้านำร่อง เช่น วัตสัน, บาร์บีคิวพลาซ่า และยัสปาล โดยมีผู้เชี่ยวชาญช่วยวางแผนกลยุทธ์ลดการใช้พลังงานภายใน 3 ปี เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างแท้จริง
ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ในปีเดียว:
- ลดการใช้ไฟฟ้ากว่า 4.3 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง
- ลดการปล่อยคาร์บอนกว่า 217,000 ตัน CO₂e

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับเรา?
การเลือกซื้อสินค้าหรือบริการจากแบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่แค่เรื่องของภาพลักษณ์ แต่คือการสนับสนุนธุรกิจที่มุ่งมั่นเปลี่ยนโลกไปในทางที่ดีกว่า และแสดงให้เห็นว่า “ทุกการตัดสินใจของเราในชีวิตประจำวัน มีผลต่อโลกใบนี้”
คำถามที่ชวนคิด
- ร้านที่คุณซื้อของบ่อยๆ มีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมหรือยัง?
- ถ้าคุณเลือกได้ จะเลือกแบรนด์ที่ช่วยลดโลกร้อนมากกว่าเดิมไหม?

