อพท. จับมือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงนาม MOU เดินหน้าโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง ภายใต้แนวคิดการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานสากล เน้นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ และเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศอย่างเท่าเทียม คาด EIA เสร็จ ก.ค.2569 และเปิดให้บริการปลายปี 2570
วันที่ 16 มกราคม 2569 ศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ร่วมกับ อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อกำหนดกรอบการทำงานร่วมกันในการพัฒนาโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง รวมถึงการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่เกี่ยวเนื่องในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง
“ท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล” บนฐานการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ศิริปกรณ์ กล่าวว่า โครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาล ภายใต้แนวคิด “การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล” (Tourism for All) ที่มุ่งเน้นการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวอย่างเท่าเทียม ควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ โดย อพท. ทำหน้าที่ศึกษาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของโครงการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2555 และในปี 2568 ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการออกแบบโครงการอย่างเป็นรูปธรรม

บันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 2 ฉบับหลัก ได้แก่
- การส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เพื่อร่วมกันวางแผน บริหารจัดการ และพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นระบบ
- การศึกษา วิจัย และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่เกี่ยวเนื่องในพื้นที่พิเศษของ อพท. โดยมุ่งยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวของประเทศ ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
กระเช้าไฟฟ้าไม่ใช่แค่โครงสร้าง แต่คือสัญลักษณ์ของความร่วมมือ
ผู้อำนวยการ อพท. เน้นย้ำว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนความตั้งใจของทั้งสองหน่วยงานในการพัฒนาโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงให้เป็นมากกว่าสิ่งปลูกสร้าง แต่เป็น “สัญลักษณ์ของการพัฒนาอย่างสมดุล” ที่ตั้งอยู่บนรากฐานของความรับผิดชอบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ชุมชน และสังคม ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การท่องเที่ยวสร้างประโยชน์สุขแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง
กรมอุทยานฯ ย้ำยึดหลักอนุรักษ์ ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ด้านอรรถพล กล่าวว่า การลงนาม MOU ครั้งนี้ เป็นการบูรณาการการทำงานทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติ เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบ โปร่งใส และลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด โดยกรมอุทยานฯ พร้อมสนับสนุนข้อมูล วิชาการ และกำกับดูแลการดำเนินงานให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และมาตรฐานการอนุรักษ์อย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้ต่อยอดแนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนไปยังพื้นที่อนุรักษ์อื่น ๆ ที่มีความเหมาะสม ภายใต้กรอบกฎหมายและหลักการคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติเป็นสำคัญ
เดินหน้าศึกษา EIA ตั้งเป้าเปิดบริการปลายปี 2570
สำหรับความคืบหน้าโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสำรวจและออกแบบรายละเอียดโครงสร้าง รวมถึงการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ฉบับสมบูรณ์ คาดว่าจะเสนอให้คณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พิจารณาภายในเดือนกรกฎาคม 2569 ก่อนปักหมุดเสาต้นแรกในเดือนธันวาคม 2569 และพร้อมเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวช่วงปลายปี 2570

