สยามไบโอไซเอนซ์ – eXmoor Pharma เปิดศูนย์ “เซลล์และยีนบำบัด” ระดับโลกในไทย ก้าวสำคัญสู่นวัตกรรมการแพทย์แห่งอนาคต ช่วยผู้ป่วยเข้าถึงการรักาา ลดค่าใช้จ่าย
การประกาศความร่วมมือระหว่าง สยามไบโอไซเอนซ์ ผู้บุกเบิกด้านยาชีววัตถุในไทย และ eXmoor Pharma บริษัทชั้นนำจากสหราชอาณาจักร ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่จะยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น ศูนย์กลางเซลล์และยีนบำบัด (Cell and Gene Therapy) แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ก้าวใหม่ของการรักษาโรคด้วยนวัตกรรม Cell and Gene Therapy
เซลล์และยีนบำบัดถูกยกให้เป็น “การแพทย์แห่งอนาคต” เนื่องจากสามารถรักษาโรคที่ซับซ้อนและร้ายแรงได้ เช่น มะเร็งและโรคทางพันธุกรรม โดยใช้การดัดแปลงยีนและการกระตุ้นศักยภาพของเซลล์มนุษย์ กระบวนการนี้ต้องอาศัยเทคโนโลยีการผลิตที่ซับซ้อนและมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด

การจัดตั้งศูนย์ในไทยจะช่วยให้ผู้ป่วย เข้าถึงการรักษาได้เร็วขึ้น ลดค่าใช้จ่ายด้านการขนส่ง และทำให้ภูมิภาคสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น ไม่ต้องรอการนำเข้ายาจากตลาดโลกเหมือนในอดีต
ความหมายเชิงกลยุทธ์ต่อไทยและอาเซียน
การดึงดูดการลงทุนและงานวิจัย : ความร่วมมือนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการดึงดูดการลงทุนด้านชีวเวชภัณฑ์สู่ไทยและภูมิภาค

การยกระดับสาธารณสุข : ศูนย์ใหม่ที่นนทบุรีจะสนับสนุนการผลิตตามมาตรฐาน GMP และช่วยให้ไทยมีศักยภาพในการผลิตยาเชิงพาณิชย์
Medical Hub ของอาเซียน : หากดำเนินการสำเร็จ ไทยจะกลายเป็นหนึ่งในประเทศแรกในภูมิภาคที่มีโครงสร้างพื้นฐานด้าน Cell and Gene Therapy เทียบชั้นศูนย์วิจัยชั้นนำของยุโรปและสหรัฐฯ
Angela Osborne ซีอีโอ eXmoor Pharma ย้ำว่า ความร่วมมือนี้เป็นการผนึกกำลังระหว่างความเชี่ยวชาญระดับโลกและศักยภาพในภูมิภาค เพื่อสร้าง “ระบบนิเวศการรักษาใหม่” ที่ผู้ป่วยเข้าถึงได้จริง

ดร.ทรงพล ดีจงกิจ ซีอีโอ สยามไบโอไซเอนซ์ มองว่าศูนย์นี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ไทยก้าวขึ้นสู่เวทีโลกด้านนวัตกรรมการแพทย์ พร้อมเพิ่มความหวังใหม่ให้ผู้ป่วยโรคร้ายแรง
นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรกิตติมศักดิ์ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ กล่าวว่า เซลล์และยีนบำบัดไม่ได้เป็นเพียง “การรักษา” แต่คือการเปลี่ยนชีวิตผู้ป่วย ซึ่งสะท้อนพันธกิจของบริษัทในการมอบโอกาสสุขภาพที่เท่าเทียม
วิเคราะห์แนวโน้ม: Cell and Gene Therapy จะไปทางไหนต่อ?
เติบโตอย่างก้าวกระโดด – ตลาดเซลล์และยีนบำบัดทั่วโลกคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยปีละกว่า 20% ในทศวรรษหน้า โดยเน้นโรคมะเร็งและโรคหายาก

จากห้องแล็บสู่เชิงพาณิชย์ – การสร้างโครงสร้างพื้นฐานในไทยหมายถึงงานวิจัยสามารถแปลงสู่ “ยาใช้จริง” ได้เร็วขึ้น
โอกาสของผู้ป่วยไทยและอาเซียน – ผู้ป่วยในภูมิภาคจะไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง แต่สามารถเข้าถึงการรักษามาตรฐานโลกได้เท่าเทียม


