“เคทีซี” เปิดเวที ให้ความรู้ “Solar Rooftop: มาตรการใหม่คืนภาษี 200,000 บาท พลิกเกมพลังงานบ้านไทย” พบกระตุ้นยอดตลาดโซลาร์ภาคครัวเรือนพุ่ง 30–40% ย้ำกำหนดระบบ On-grid ไม่เกิน 10 kWp เพื่อเชื่อมกับโครงข่ายไฟฟ้า จำกัด 1 หลังต่อ 1 สิทธิ์ เผยโครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน” ปัจจุบันเต็มโควต้าแล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มเป้าหมายการรับซื้อภายใต้แผน PDP ฉบับใหม่
“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ผนึกกำลังภาครัฐและภาคเอกชน เปิดเวทีให้ความรู้ “Solar Rooftop: มาตรการใหม่คืนภาษี 200,000 บาท พลิกเกมพลังงานบ้านไทย” เพื่อสร้างความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ต้นทุน และความคุ้มค่าในการลงทุนพลังงานแสงอาทิตย์
ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไทย มาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้ง Solar Rooftop ในบ้านพักอาศัยสูงสุด 200,000 บาท กำลังกลายเป็น “ตัวเร่งสำคัญ” ที่จุดกระแสการผลิตไฟใช้เองในระดับครัวเรือน และอาจต่อยอดไปสู่มาตรการระยะถัดไปที่เข้มข้นขึ้น

จารุวรรณ พิพัฒน์พุทธพันธ์ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มติดตามและประเมินผล กองพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน (พพ.) กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวล่าสุด ภาครัฐได้ประกาศใช้ พระราชกฤษฎีกาฯ ฉบับที่ 805 (ปี 2569) อย่างเป็นทางการ โดยให้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีสำหรับประชาชนที่ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อประหว่างวันที่ 3 มีนาคม 2569 – 31 ธันวาคม 2571 ซึ่งถือเป็น “เฟสแรก” ของการกระตุ้นตลาดโซลาร์ภาคครัวเรือนอย่างจริงจัง
สัญญาณเชิงนโยบาย: จาก “มาตรการภาษี” สู่ “โครงสร้างพลังงานใหม่”
แม้มาตรการปัจจุบันจะเน้น “ลดภาระภาษี” แต่ทิศทางนโยบายสะท้อนชัดว่า รัฐกำลังวาง Solar Rooftop เป็นหนึ่งในโครงสร้างพลังงานหลักของประเทศ โดยมาตรการคืนภาษี 200,000 บาท ถูกออกแบบให้ครอบคลุม บ้านอยู่อาศัยโดยตรง
- กำหนดระบบ On-grid ไม่เกิน 10 kWp เพื่อเชื่อมกับโครงข่ายไฟฟ้า
- จำกัด 1 สิทธิ์ต่อครัวเรือน เพื่อกระจายการเข้าถึงใช้สิทธิ์ได้ 1 ครั้ง ภายในกรอบ 3 ปี (3 มีนาคม 2567 – 31 ธันวาคม 2570) โดยต้องใช้สิทธิ์ในปีภาษีที่ได้รับอนุญาตให้เชื่อมต่อระบบกับการไฟฟ้าแล้ว
- ให้สิทธิเฉพาะบ้านที่อยู่อาศัย (มิเตอร์ประเภทที่ 1) ไม่รวมนิติบุคคลที่มีเกณฑ์แยกต่างหาก
ตัวอย่างระบบขนาด 5 kW สามารถช่วยประหยัดค่าไฟได้ราว 2,000–2,500 บาทต่อเดือน

ขณะเดียวกัน ยังมี “มาตรการเสริม” เช่น
- การรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกิน (~2.2 บาท/หน่วย)
- สิทธิ์ลดหย่อนเครื่องจักรประหยัดพลังงาน 150% สำหรับธุรกิจ
สะท้อนว่า รัฐกำลังสร้าง Ecosystem พลังงานสะอาดครบวงจร ไม่ใช่แค่แคมเปญระยะสั้น
แนวโน้มเฟสถัดไป: โอกาส “อัดมาตรการเพิ่ม” กระตุ้นตลาด
ผู้ร่วมเสวนามองตรงกันว่า มาตรการปัจจุบันยังเป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” และมีแนวโน้มพัฒนาไปสู่เฟสถัดไป เช่น
1. มาตรการการเงิน (Soft Loan / Co-pay)
ภาครัฐอยู่ระหว่างหารือสถาบันการเงิน เพื่อเพิ่มการเข้าถึงของกลุ่มที่ “ไม่มีภาระภาษี” ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่
2. การขยายโครงการรับซื้อไฟ (Net Billing / Net Metering)
ปัจจุบันโครงการโซลาร์ภาคประชาชนยังจำกัดโควต้า แต่มีแนวโน้มขยายในแผน PDP ใหม่
3. การเชื่อมโยง EV และ Smart Home
นโยบายพลังงานกำลังเชื่อม Solar + EV + Smart Home เข้าด้วยกัน เพื่อสร้าง Demand ใหม่
4. การลดขั้นตอนอนุญาต (Regulatory Ease)
หน่วยงานไฟฟ้า (MEA/PEA) เร่งปรับกระบวนการเชื่อมต่อให้เร็วขึ้น

มาตรการ “กระตุ้นตลาดได้จริง”
ข้อมูลล่าสุดชี้ชัดว่า มาตรการภาษีเริ่มส่งผลเชิงพฤติกรรมทันที เอกภัทร ปัญญาแก้ว ประธานบริหาร บริษัท เอโซลาร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เผยว่า หลังมาตรการออกมา ส่งผลยอดติดตั้งเพิ่มขึ้น 30–40% กระแส EV และค่าไฟแพง ดันคนหันมาผลิตไฟใช้เอง และโมเดล “ผลิตไฟเอง–ชาร์จรถเอง” เริ่มเห็นชัด
ขณะที่ระบบขนาดไม่เกิน 10 kWp ยังคงเป็นตัวเลือกหลักของบ้านไทย เพราะครอบคลุมพฤติกรรมใช้ไฟได้ถึง 50–60%
ณัฐสิทธิ์ สุนทราณู ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในหมวด Solar โต กว่า 110% พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนชัด จาก “ผู้ใช้ไฟ” เป็น “นักลงทุนพลังงาน”
- ยอดใช้จ่าย Solar ผ่านบัตร KTC โต 110%
- จำนวนธุรกรรมเพิ่มขึ้น 40%
- คนไทยเริ่มมอง Solar เป็น “เครื่องมือบริหารต้นทุน”

เคทีซีจึงเข้ามาเป็น Financial Enabler
- ผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน
- พันธมิตรติดตั้งกว่า 21 ราย (เป้าหมาย 35 รายในปี 2569)
- เครดิตเงินคืน + ใช้คะแนนแลกสูงสุด 13%
ผู้บริโภคเปลี่ยนมุมมองเป็น “การลงทุนระยะยาว”
ปัจจัยหนุนสำคัญ ได้แก่
- ค่าไฟที่มีแนวโน้มสูง
- การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
- เทคโนโลยี Solar ที่เข้าสู่ช่วงราคาคุ้มค่า

“Tax Incentive” เปลี่ยน Mindset คนไทย
แก่นสำคัญของมาตรการนี้ไม่ใช่แค่ลดภาษี แต่คือการ “เปลี่ยนพฤติกรรม”จากเดิมผู้ใช้ไฟฟ้า (Consumer) สู่ ผู้ผลิตพลังงาน (Prosumer) โดย Solar Rooftop กลายเป็น เครื่องมือบริหารค่าใช้จ่าย และเป็นสินทรัพย์ระยะยาวของบ้าน
จุดเริ่มต้นของ Smart / Smarter Living
สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือ “มาตรการเฟส 2” ที่จะเป็นตัวเร่งตลาดตัวจริง ในภาพรวม มาตรการลดหย่อนภาษี 200,000 บาท ถือเป็น “Spark” ที่จุดตลาด แต่การเติบโตแบบก้าวกระโดดจะขึ้นอยู่กับ เฟสถัดไปของนโยบาย ได้แก่
- การเข้าถึงเงินทุน (Financing)
- การเปิดตลาดซื้อไฟ
- การเชื่อมโยงเทคโนโลยีพลังงาน
หากนโยบายเดินต่อเนื่อง มีโอกาสเห็น Solar Rooftop กลายเป็น “มาตรฐานใหม่ของบ้านไทย” ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

จารุวรรณ กล่าวว่า ขณะนี้ไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่า มาตรการเฟสใหม่จะเริ่มได้เมื่อไร หรือแตกต่างจากมาตรการเดิมอย่างไร เพราะต้องมีการศึกษาต่อเนื่อง และต้องทำงานร่วมกันหลายภาคส่วน สำหรับมาตรการแรกที่ออกมา มีการพูดคุยกันมาตั้งแต่ปี 2567
ส่วนเรื่องของการรับซื้อไฟฟ้าและแผน PDP (Power Development Plan) หรือแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ โครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน” ปัจจุบันเต็มโควต้าแล้ว และอยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มเป้าหมายการรับซื้อภายใต้แผน PDP ฉบับใหม่ที่กำลังจัดทำ โดยตั้งเป้าจะผลักดันแผน PDP ให้ชัดเจนภายในปีนี้ภายใต้รัฐบาลใหม่ เพื่อให้สามารถเปิดรับซื้อไฟฟ้าตามกรอบหลักการเดิมได้
สำหรับที่พักอาศัยประเภทคอนโดมิเนียม ยังมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ติดตั้งและการเฉลี่ยสิทธิประโยชน์ระหว่างครัวเรือน ที่แต่ละโครงการมีผู้อยู่อาศัยจำนวนมาก

