ยูโอบี ประเทศไทย เผยผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอาเซียน ASEAN Consumer Sentiment Study: ACSS ปี 2568 โดยร่วมกับ Boston Consulting Group (BCG) พบว่า คนไทย 39% มองเศรษฐกิจในอนาคตอย่างเป็นบวก เพิ่มขึ้นจากปีก่อน แม้จะยังระวังการใช้จ่ายท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงขึ้น พร้อมจับเทรนด์การเงินคนไทย 2025: ความรู้มีครบ แต่พฤติกรรมยังสวนทาง คนไทย “รู้ว่าควรออม” แต่ยังใช้จ่ายตามใจ
แนวโน้มสำคัญที่สะท้อนชัดคือ ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับ “สุขภาพ การศึกษา และคุณภาพชีวิต” มากกว่าการใช้จ่ายเพื่อความฟุ่มเฟือย และเริ่มวางแผนด้านการเงินระยะยาวมากขึ้น
จอห์น วากเนอร์ กรรมการผู้จัดการ และพาร์ทเนอร์ บีซีจี ประเทศไทย ได้สรุปผลสำรวจจากกลุ่มผู้บริโภคไทย 1,000 คน ครอบคลุมทุกช่วงรายได้ ตั้งแต่รายได้ต่ำกว่า 50,000 ไปจนถึงมากกว่า 200,000 บาท และทุกเจเนอเรชันตั้งแต่ Gen Z ถึง Baby Boomer พบว่า เศรษฐกิจไทยวันนี้ คนอยากใช้ชีวิตดีขึ้น… แม้เศรษฐกิจโตช้า และหนี้พุ่งสูง
แม้เศรษฐกิจไทยจะโตช้าและความเสี่ยงทางการเมืองยังเป็นประเด็นสำคัญ แต่ผลสำรวจใหม่จาก BCG ชี้ให้เห็น “อีกด้านหนึ่ง” ที่น่าสนใจมาก — คนไทยยังคงอยากใช้ชีวิตให้ดีขึ้น และพร้อม “กู้” เพื่อไปให้ถึงจุดนั้น

เศรษฐกิจไทยโดยรวมโตน้อย แต่ยังยืนอยู่ได้ โดยไทยเป็นเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของอาเซียน แต่อัตราการเติบโตต่ำติดอันดับท้ายภูมิภาคมานานกว่า 10 ปี สถานการณ์ดีที่สุดก็ยังโตแค่ ประมาณ 3% แต่ที่น่าสนใจคือ…ประเทศไทยยังถือว่า “มั่นคงท่ามกลางความไม่มั่นคง” เมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค และหนึ่งในปัญหาสำคัญคือ เสถียรภาพการเมืองยังเป็นคำถามใหญ่
ความเหลื่อมล้ำที่เห็นชัด
67% ของทรัพย์สินในประเทศ อยู่ในมือคนเพียง 10% แรกของประชากร ซึ่งตัวเลขนี้สูงที่สุดในอาเซียน ใกล้เคียงกับ สหรัฐฯ และจีน
ผู้บริโภคไทยอยาก “ใช้ชีวิตให้ดี” และพร้อม “กู้” เพื่อให้ได้มา แม้เศรษฐกิจชะลอตัว แต่ความต้องการยกระดับไลฟ์สไตล์ไม่ได้ลดลงเลย 66% รู้สึกโอเคกับการกู้เงินเพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเงิน โดยเป้าหมายที่กู้มากที่สุดคือ “อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น” 25% กู้เพื่อยกระดับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง นี่ทำให้ หนี้ครัวเรือนต่อ GDP ของไทยสูงที่สุดในอาเซียน ( >80% )

โอกาสของแบรนด์และธุรกิจ
ถ้าทำธุรกิจเกี่ยวกับผู้บริโภค ต้องจำประโยคนี้ “ทำให้คนรู้สึกว่าชีวิตดีขึ้น… โดยไม่ต้องจ่ายแพง” สินค้า/บริการที่ตอบโจทย์ การอัพเลเวลชีวิตแบบคุ้มค่า จะมีโอกาสชนะในตลาดไทยสูงมาก เช่น สินค้าไลฟ์สไตล์ราคาจับต้องได้ บริการ subscription ค่าบริหารได้ หรือเครื่องประดับ/แฟชั่น/เทคโนโลยีที่ “ดูดีแต่ราคาไม่แรง”
จอห์น กล่าวว่า บทบาทที่รัฐต้องทำ คือ ควบคุมหนี้ คุม NPL พร้อมกับ กระตุ้นเศรษฐกิจ และต้องไม่ปล่อยให้เกิดเหตุซ้ำรอยวิกฤตปี 1997
คนไทยส่วนใหญ่ยัง “เชื่อว่าตัวเองเอาอยู่”
ด้านยุทธชัย เตยะราชกุล กรรมการผู้จัดการ บุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้กล่าวถึงอินไซด์ผู้บริโภคในปีนี้ว่า เรื่องที่น่าเป็นห่วงคือ ผู้บริโภคไทย “รู้ว่าอะไรถูก…แต่ทำอีกอย่าง” โดยจากการศึกษาร่วมของ BCG x UOB พบว่าแม้เศรษฐกิจจะผันผวน คนไทยส่วนใหญ่ยัง “เชื่อว่าตัวเองเอาอยู่” แม้ลึก ๆ แล้วกลับ ไม่มั่นใจในสถานะการเงินของตัวเอง เท่าที่คิด
คนไทยมั่นใจว่า “บริหารเงินได้” แต่…90% บอกว่าตัวเองออมเงินได้ ขณะที่มีแค่ 39% ที่มั่นใจว่า “เงินพอจริง” รู้ว่าควรออม-ควรลงทุน แต่ก็มี Impulse Spending อยู่ดี คนไทยขณะนี้ มี “ช่องว่าง” ชัดเจนระหว่าง ความรู้ vs พฤติกรรมจริง ทุกกลุ่มรายได้ได้รับผลจาก เงินเฟ้อ
พฤติกรรมที่พบ คือ
- ผู้มีรายได้ทั่วไป < 50,000 → เช็กโปรโมชั่น, เปรียบเทียบก่อนซื้อ
- รายได้สูง > 200,000 → ลดฟุ่มเฟือย + หา รายได้เสริม/Passive Income
ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมากสุดคือ อาหาร การเดินทาง ซูเปอร์มาร์เก็ต (พุ่งถึง +20%)

คนไทยยอมจ่ายเกิน เพื่อ “ประสบการณ์”
3 ใน 4 เลือกซื้อของ/บริการที่ “ให้ความรู้สึก” มากกว่าแค่ของ โดยเฉพาะ Gen Z / Gen Y และผู้มีรายได้สูง ที่พร้อมเปย์ให้กับ การท่องเที่ยว การกินร้านดีๆ การร่วมกิจกรรม/คอนเสิร์ต
มุมมองของคนไทยในยุคนี้คือ หนี้ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกแล้ว?
- 66% พร้อมกู้เงินเพื่อเป้าหมายทางการเงิน
- 25% พร้อมกู้เพื่อ “อัปไลฟ์สไตล์”
- กลุ่ม Gen Z และ Gen Y มีแนวโน้ม จ่ายบัตรช้า และยอมจ่ายดอกเบี้ย
เพราะ แรงกดดันทางสังคม และ “อยากไม่ตกเทรนด์”
จากการสำรวจยังพบว่า คนไทยเริ่มวางแผนชีวิตมากขึ้น โดยมี 4 เสาหลักด้านการเงินที่เห็นชัด
- ออม คนไทยออมมากขึ้น โดยเฉพาะ Gen เปิดบัญชีใหม่สูงสุด
- ป้องกัน ประกันสุขภาพโตแรง +40%
- ลงทุน กลุ่มรายได้ทั่วไปเริ่มลงทุนมากขึ้น และ Gen Z ลงทุนออนไลน์โต +300%
- เกษียณ ส่วนใหญ่เริ่มคิดว่าต้องทำงานเกิน 60 ปี

ยุทธชัย กล่าวว่า ปัญหาไม่ใช่ “ไม่รู้เรื่องเงิน” แต่คือ “รู้…แต่ทำไม่ได้” เพราะ
- แรงกดดันทางสังคม
- ความอยากรักษาภาพลักษณ์
- การใช้จ่ายตามใจในระยะสั้น
นี่คือเหตุผลที่ หนี้ครัวเรือนไทยยังสูงที่สุดในภูมิภาค
ใช้จ่ายเพื่อสุขภาพและการศึกษา เพิ่มความมั่นคงในระยะยาว
ผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทย 44% ระบุว่า เพิ่มงบการศึกษา สุขภาพ และกิจกรรมดูแลคุณภาพชีวิต โดยคำนึงถึงความสุขในปัจจุบันควบคู่การเตรียมตัวเพื่อการเกษียณ กลุ่มทั่วไปตั้งเป้าเงินเกษียณเฉลี่ย 3.9 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มมีกำลังซื้อสูงตั้งเป้าเฉลี่ย 10.5 ล้านบาท
ยูโอบีเสนอให้ผู้บริโภค กระจายการลงทุน วางแผนสุขภาพเชิงป้องกัน และทำประกันรองรับความเสี่ยง เพื่อคงมาตรฐานการใช้ชีวิตหลังเกษียณ
โซเชียลมีเดีย สร้าง Engagement มากกว่ายอดขายทันที
แม้คนไทย 45% ซื้อสินค้าผ่านโซเชียลเพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา แต่ 47% ใช้เวลาตัดสินใจนานกว่าเดิม ไลฟ์สตรีมจึงมีบทบาทเป็นพื้นที่ เปรียบเทียบ-ดูรีวิว-สนุกกับคอนเทนต์ มากกว่าสั่งซื้อทันที
ผลลัพธ์คือ แบรนด์ต้องให้คุณค่าและสร้างสัมพันธ์ระยะยาว มากกว่าเน้นปิดการขายไว

คนไทยมั่นใจบริหารการเงิน แต่ “วินัยการออม” ยังเป็นโจทย์ท้าทาย
ผลสำรวจพบว่า
- 87% เชื่อมั่นในการจัดการการเงินของตน
- 74% ออมมากกว่า 10% ของรายได้
- กลุ่มมีกำลังซื้อสูงออมมากถึง 88%
- Gen Z เปิดบัญชีเงินฝากใหม่ 48%
อย่างไรก็ตาม แรงกดดันทางสังคมและไลฟ์สไตล์ ยังคงเป็นปัจจัยที่ทำให้การออมไม่ต่อเนื่อง เพื่อช่วยจัดการการเงินได้ง่ายขึ้น ยูโอบีได้เพิ่มฟีเจอร์ Smart Insights บนแอป UOB TMRW เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้จ่าย แจ้งเตือนค่าใช้จ่ายล่วงหน้า แนะนำรูปแบบการวางแผนเงินให้เหมาะกับแต่ละคน ทำให้ผู้ใช้สามารถ “ใช้ชีวิตวันนี้ และเติบโตทางการเงินในวันหน้า”
เทรนด์นี้ชี้ชัดว่า ผู้บริโภคไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ให้ความหมายกับคุณภาพชีวิตมากกว่าการบริโภคเร็ว ธุรกิจที่ตอบโจทย์ สุขภาพ-การเรียนรู้-ความยั่งยืน จะเป็นผู้ได้เปรียบในอนาคต

