บางจาก – มทร.อีสาน – ขอนแก่น เดินหน้าความร่วมมือวิจัยพืชพลังงาน “หยีน้ำ (Pongamia)” วางรากฐานวัตถุดิบผลิต SAF น้ำมันอากาศยานยั่งยืน แบบครบห่วงโซ่ ตั้งเป้าสร้างความมั่นคงพลังงาน ลดนำเข้า เพิ่มรายได้เกษตรกร และมุ่งสู่ Net Zero ปี 2050
กลุ่มบริษัทบางจาก โดยบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เร่งขยายยุทธศาสตร์พลังงานสะอาด ภายใต้โมเดล “Farm to Fly” พัฒนาวัตถุดิบชีวภาพตั้งแต่ต้นน้ำสู่การผลิต Sustainable Aviation Fuel (SAF) เชิงพาณิชย์ ล่าสุดลงนามความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) วิจัยและเพาะปลูก “หยีน้ำ” พืชพลังงานศักยภาพสูง ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ เพื่อสร้างระบบนิเวศพลังงานชีวภาพระยะยาวของประเทศ
พิธีลงนามจัดขึ้นที่ มทร.อีสาน วิทยาเขตขอนแก่น โดยมีนายคารม คำพิทูรย์ ปลัดจังหวัดขอนแก่น เป็นประธาน พร้อมผู้บริหารจากบางจากและมหาวิทยาลัย รวมถึงหน่วยงานรัฐและเอกชนร่วมเป็นสักขีพยาน

ต่อยอดจาก “Fry to Fly” สู่ “Farm to Fly” ขยายฐานวัตถุดิบ SAF
ก่อนหน้านี้ บางจากประสบความสำเร็จจากโครงการ Fry to Fly ที่นำน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วมาผลิต SAF และเป็น ผู้ผลิต Neat SAF 100% รายแรกของไทย ครั้งนี้จึงต่อยอดด้วยการพัฒนาวัตถุดิบภาคการเกษตร เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งวัตถุดิบประเภทเดียว และเพิ่มความมั่นคงด้านซัพพลายเชน
บัณฑิต หรรษาไพบูลย์ รักษาการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด บางจากฯ ระบุว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยสร้างฐานวัตถุดิบในประเทศ รองรับความต้องการ SAF ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และสอดคล้องทิศทางหลายประเทศ เช่น อินเดียและออสเตรเลีย ที่พัฒนา “หยีน้ำ” เป็นเชื้อเพลิงแห่งอนาคตอย่างจริงจัง

ทำไมต้อง “หยีน้ำ”? พืชพลังงานที่ไม่แย่งพื้นที่อาหาร
หยีน้ำ (Pongamia) เป็นไม้ยืนต้นที่มีศักยภาพสูงด้านพลังงานชีวภาพ
- เริ่มให้ผลผลิตปีที่ 4 และให้ผลเต็มที่ปีที่ 7–8
- เมล็ดมีน้ำมัน 20–40%
- ให้ผลผลิตเฉลี่ยราว 380 ลิตร/ไร่/ปี
- ปลูกได้ในดินเค็ม พื้นที่แห้งแล้ง หรือพื้นที่ที่พืชเศรษฐกิจปลูกยาก
- ไม่ใช่พืชอาหาร ลดความเสี่ยงกระทบความมั่นคงอาหาร
คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้หยีน้ำเหมาะต่อการพัฒนาเป็นวัตถุดิบ SAF และสามารถผ่านมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล ISCC ซึ่งตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่การผลิต

ขอนแก่นต้นแบบ Smart Energy Farm ใช้ IoT ยกระดับเกษตรกร
จังหวัดขอนแก่นมองว่าโครงการนี้เป็นโอกาสสำคัญในการบูรณาการภาครัฐ–เอกชน–สถาบันการศึกษา โดยนำ Smart Farm และ IoT มาช่วยบริหารจัดการแปลงปลูก เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และขยายผลสู่เกษตรกรในพื้นที่
นอกจากสร้างรายได้ใหม่ให้ชุมชน ยังช่วยลดการนำเข้าพลังงาน และต่อยอดสู่ การพัฒนาคาร์บอนเครดิต ในอนาคต
ก้าวสำคัญของ SAF ไทย สู่ Net Zero

มทร.อีสานจะทำหน้าที่วิจัย พัฒนาองค์ความรู้ และถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคอุตสาหกรรม ขณะที่บางจากจะเชื่อมโยงสู่การผลิต SAF เชิงพาณิชย์ สะท้อนบทบาทของไทยในการผลักดันอุตสาหกรรมการบินคาร์บอนต่ำ
ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงโครงการเกษตรพลังงาน แต่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของประเทศ ที่เชื่อม เกษตรกรรม–เทคโนโลยี–พลังงานสะอาด–อุตสาหกรรมการบิน เข้าด้วยกัน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero ปี 2050

