ดัชมิลล์รุกตลาดอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ รับพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น เผยจำนวนผลิตภัณฑ์ที่ได้รับ “ตราทางเลือกสุขภาพ”เพิ่มกว่า 50% ชู 4P Health Innovation Strategy ตั้งเป้าสินค้าสุขภาพโต High Single-digit ถึง Double-digit
ผู้บริโภคบุคปัจจุบัน ที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียง “ความอร่อย” แต่ขยายไปสู่การมองหาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ลดความเสี่ยงจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำตาลน้อยลง แต่ให้คุณค่าทางโภชนาการเพิ่มขึ้น เช่น โปรตีนสูง และจุลินทรีย์โพรไบโอติก ทำให้กลุ่มบริษัทดัชมิลล์ วางยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนธุรกิจสุขภาพควบคู่กับการตอบรับนโยบายภาครัฐ ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ได้รับ “ตราทางเลือกสุขภาพ” (Healthier Choice) อย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด ดัชมิลล์ระบุว่า เปรียบเทียบระหว่างปี 2567–2568 จำนวนผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่ได้รับตราทางเลือกสุขภาพเพิ่มขึ้นกว่า 50% ส่งผลให้กลุ่มบริษัทดัชมิลล์เป็นบริษัทที่มีจำนวนผลิตภัณฑ์ได้รับ “ตราทางเลือกสุขภาพ” มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในตลาด
ตลาด Dairy กว่า 7 หมื่นล้าน ดัชมิลล์ครองส่วนแบ่งราว 25%
ฐานธุรกิจที่ดัชมิลล์กำลังต่อยอดเข้าสู่ตลาดสุขภาพมีขนาดไม่เล็ก โดยกลุ่มสินค้าผลิตภัณฑ์นม หรือ Total Dairy ซึ่งประกอบด้วย Liquid Milk และ Cup Yoghurt ณ สิ้นปี 2025 มีมูลค่าตลาดรวมกว่า 70,000 ล้านบาท บริษัทครองส่วนแบ่งตลาดประมาณ 25% ของตลาด Dairy โดยรวม
ขณะเดียวกัน ตลาดอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพมีอัตราการเติบโตสูงกว่าตลาดทั่วไป สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การลดความเสี่ยง NCDs ตลอดจนมองหาผลิตภัณฑ์น้ำตาลน้อยลงควบคู่กับสารอาหารที่ตอบโจทย์เฉพาะด้านมากขึ้น

ดัชมิลล์จึงตั้งเป้าผลักดันสินค้ากลุ่มสุขภาพให้เติบโตในระดับ High Single-digit ถึง Double-digit เพื่อรักษาอัตราการเติบโตให้สูงกว่าตลาดโดยรวม
ตั้งเป้า “ทางเลือกสุขภาพ” มากกว่า 50% ของพอร์ต
จิตรภณ ไตรรัตน์วรวุฒิ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กลุ่มบริษัทดัชมิลล์ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคถือเป็นโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ด้านสุขภาพมากขึ้น ขณะที่ “ตราทางเลือกสุขภาพ” เป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริโภคเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับการดูแลสุขภาพได้ง่ายขึ้น
ดัชมิลล์มองว่าการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์สุขภาพมากขึ้น โดย ‘ตราทางเลือกสุขภาพ’ ถือเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับการดูแลสุขภาพได้ง่ายขึ้น
ตราทางเลือกสุขภาพเป็นโครงการที่มีความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยดัชมิลล์ตั้งเป้าขยายจำนวนผลิตภัณฑ์ที่ผ่านเกณฑ์รับรองตราทางเลือกสุขภาพให้ได้ มากกว่า 50% ของพอร์ตผลิตภัณฑ์ทั้งหมดในอนาคต
ในภาพรวมระดับประเทศ ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ณ เดือนมิถุนายน 2569 ระบุว่า มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองสัญลักษณ์ “ทางเลือกสุขภาพ” แล้ว 3,922 ผลิตภัณฑ์ จาก 593 บริษัท ครอบคลุมอาหาร 15 กลุ่ม สะท้อนให้เห็นการขยายตัวของผลิตภัณฑ์ที่ถูกพัฒนาให้สอดคล้องกับเกณฑ์ด้านโภชนาการมากขึ้น

ชู “4P Health Innovation Strategy” สร้างเครื่องยนต์การเติบโตใหม่
หนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของดัชมิลล์ในการพัฒนาพอร์ตผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ คือ “The 4P Health Innovation Strategy” ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 แนวทาง ได้แก่
Protein – ผลิตภัณฑ์โปรตีนสูง
Plant-based – ทางเลือกด้านโภชนาการจากพืช
Probiotic – ผลิตภัณฑ์ที่มีจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์
Purity – ผลิตภัณฑ์ที่มุ่งเน้นการลดการปรุงแต่ง
ผลิตภัณฑ์ภายใต้กลยุทธ์ดังกล่าวครอบคลุมแบรนด์และสินค้าหลายกลุ่ม อาทิ Proten, ดีน่า ไฮโปรตีน, นมถั่วเหลืองดีน่า, ดัชชี่ Bio, DR-1 และ Beanwell โดยดัชมิลล์วางให้กลุ่มสินค้า 4P เป็นหนึ่งในหัวหอกสำคัญสำหรับขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจในอนาคต
ดร.วรรัตน์ ฉายสว่างวงศ์ ผู้จัดการนวัตกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์และวิจัย กลุ่มบริษัทดัชมิลล์ กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาสูตรที่รักษาความอร่อยควบคู่กับคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสม และการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านสุขภาพ
บริษัทนำเกณฑ์ตราสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพมาใช้เป็นหนึ่งในแนวทางตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคและรักษาความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ในระยะยาว

จาก “พัฒนาสินค้า” สู่การทำให้ผู้บริโภค “มองเห็นและเลือกง่าย”
อย่างไรก็ตาม การมีผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในตลาดที่มีสินค้าจำนวนมาก ดัชมิลล์จึงขยายยุทธศาสตร์จากการพัฒนาสินค้าไปสู่การทำให้ผู้บริโภคสามารถ “มองเห็นและเลือกได้ง่าย”
บริษัทเปิดตัวแคมเปญ “ตรวจตราให้มั่นใจ ด้วยผลิตภัณฑ์เครื่องหมายทางเลือกสุขภาพจากดัชมิลล์” พร้อมดึง หนุ่ม–กรรชัย กำเนิดพลอย เป็นพรีเซนเตอร์ เพื่อสื่อสารเรื่องตราทางเลือกสุขภาพให้เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง
อีกส่วนหนึ่งคือการพัฒนา “Healthier Shelf” พื้นที่รวบรวมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในช่องทางค้าปลีก เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคมองหาและเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ด้านสุขภาพได้สะดวกขึ้น
นอกจากนี้ ดัชมิลล์ยังจัดเวทีเสวนา “ส่งเสริมคนไทยให้เข้าใจ และใส่ใจดูแลสุขภาพ” โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้เชี่ยวชาญร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์สุขภาพของคนไทย ความหมายของตราทางเลือกสุขภาพ และแนวทางเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคนำความรู้ไปประกอบการตัดสินใจในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น
“Most Chosen Brand” 14 ปีซ้อน ตอกย้ำฐานผู้บริโภค
อีกปัจจัยที่ดัชมิลล์นำมาต่อยอดสู่ตลาดสุขภาพคือฐานผู้บริโภคเดิม โดยบริษัทได้รับรางวัล “Most Chosen Brand” ในหมวด Dairy จาก Brand Footprint Awards 2026 จัดโดย Worldpanel by Numerator ต่อเนื่องเป็นปีที่ 14
Brand Footprint เป็นการจัดอันดับแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภค หรือ FMCG จากพฤติกรรมการเลือกซื้อของผู้บริโภค โดยพิจารณาทั้งจำนวนครัวเรือนที่เลือกซื้อแบรนด์และความถี่ในการซื้อ ซึ่งดัชมิลล์มองว่ารางวัลดังกล่าวสะท้อนความไว้วางใจและการเลือกซื้อแบรนด์ของผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง

ขยายช่องทางขาย เชื่อมออนไลน์–Direct Sale–Cold Chain
นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ดัชมิลล์ยังเดินหน้าขยายการเข้าถึงสินค้าผ่านเครือข่ายจำหน่ายทั่วประเทศ ตั้งแต่ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ร้านค้าทั่วไป ช่องทางการขายตรงโดยสาวดัชมิลล์ หรือ Direct Sale ไปจนถึงช่องทางออนไลน์
รวมถึง Dutch Mill eStore ที่เปิดให้ผู้บริโภคสั่งผลิตภัณฑ์ตรงจากโรงงาน พร้อมระบบขนส่งแบบ Cold Chain ซึ่งควบคุมอุณหภูมิอย่างเหมาะสมจนถึงมือผู้บริโภค รองรับรูปแบบการซื้อสินค้าและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป
ทิศทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การแข่งขันในตลาดผลิตภัณฑ์นมกำลังขยับจากการแข่งขันด้านรสชาติ ราคา และช่องทางจำหน่าย ไปสู่การแข่งขันด้าน “Health & Nutrition” มากขึ้น โดยผู้ผลิตต้องตอบโจทย์ทั้งนวัตกรรมอาหาร คุณค่าทางโภชนาการ ความสะดวกในการเลือกซื้อ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเวลาเดียวกัน
สำหรับดัชมิลล์ การตั้งเป้าให้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านเกณฑ์ “ทางเลือกสุขภาพ” มากกว่า 50% ของพอร์ต ประกอบกับการผลักดัน 4P Health Innovation Strategy จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มสินค้าเพื่อสุขภาพเข้าสู่ตลาด แต่เป็นการวางตำแหน่งธุรกิจเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ “สุขภาพ” กำลังกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคยุคใหม่

