เสนา ปักธง “Affordable Green” สร้างคอนโดสีเขียวเพื่อทุกคน ผสานชีวิตเมืองกับแนวคิด Flexible Sustainability อยู่สบาย รักษ์โลกได้จริง“ดร.ยุ้ย–เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์” เปิดแนวคิด “Green ที่เข้าถึงได้” ลดคาร์บอนกว่า 1.1 ล้านกิโลกรัมต่อปี สร้างโลกสีเขียวเริ่มจากการทำให้ทุกคนมีส่วนร่วม โดยไม่เพิ่มภาระชีวิตประจำวัน
ในวันที่คำว่า “คอนโดสีเขียว” ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ แต่กลายเป็นความจำเป็นของการอยู่อาศัยยุคใหม่ เสนาดีเวลลอปเม้นท์ คือหนึ่งในบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยที่กล้าปักธงชัดกับแนวคิด “Affordable Green” หรือ กรีนที่เข้าถึงได้จริง ภายใต้ความเชื่อว่า “การสร้างโลกสีเขียวต้องเริ่มจากการทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมได้ โดยไม่เพิ่มภาระให้ชีวิตประจำวัน” ล่าสุด สานต่อพันธกิจ “Sustainable Living for All” เปิดตัวแลนด์มาร์กใหม่ย่านบางนา — “เฟล็กซี่ เมกะ สเปซ บางนา (FLEXI MEGA SPACE BANGNA)”

ดร.ยุ้ย–เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ ให้สัมภาษณ์พิเศษถึงแนวคิด ภายใต้วิสัยทัศน์ “SENA Sustainable Living Leader” ชูโครงการคอนโดมิเนียม Low Carbon ตึกสูงแห่งแรกของเสนา ภายใต้แบรนด์ Flexi
“เรามีความเชื่อว่าผู้บริโภคทุกคนอยากช่วยโลก แต่เขาจะทำได้จริงก็ต่อเมื่อมันไม่ทำให้ชีวิตลำบากขึ้น หน้าที่ของเสนาคือ การทำให้ลูกค้าสามารถอยู่ในโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ง่ายที่สุด โดยไม่ต้องจ่ายแพงกว่าเดิม”
นั่นคือแนวคิดเริ่มต้นของผู้บริหารเสนาฯ
คอนโดกรีนที่ “จับต้องได้” จริง
โจทย์ใหญ่ของเสนาฯ ไม่ใช่การสร้างคอนโดหรูรักษ์โลก แต่คือการสร้างโครงการกรีนในราคาที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ “ดร.ยุ้ย” บอกว่า ถ้าทำโครงการเขียวแต่ราคาสูง คนเพียงกลุ่มเล็กๆ เท่านั้นที่อยู่ได้ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เสนาฯ ต้องการ

ดังนั้น โครงการโลว์คาร์บอนล่าสุดของเสนาฯ ที่ตั้งอยู่ในย่าน บางนา จึงถูกออกแบบให้สมดุลระหว่าง สิ่งแวดล้อมกับความคุ้มค่า โครงการมูลค่า 2,200 ล้านบาทโครงการนี้ มีราคาขายเริ่มต้น 1.9 ล้านบาท และค่าส่วนกลาง 32 บาทต่อตารางเมตร โดยไม่เพิ่มต้นทุนจากมาตรการกรีนใดๆ…ซึ่งนั่นคือโจทย์สำคัญที่ในการพัฒนาโครงการสีเขียวของเสนาฯ
ลดคาร์บอนได้จริงกว่า 1.1 ล้านกิโลกรัมต่อปี
จุดเด่นของ “SENA Green Condo” อยู่ที่การคำนวณและสื่อสาร ปริมาณคาร์บอนที่ลดได้จริงในแต่ละยูนิต FLEXI MEGA SPACE BANGNA เป็นโครงการแรกในไทยที่ลูกบ้านจะรู้ว่า ห้องของตนเองช่วยลด CO2 ได้เท่าไรต่อปี เช่น ห้องสตูดิโอลดได้ถึง 1,144 กิโลกรัม CO2/ปี รวมทั้งโครงการสามารถลดคาร์บอนได้มากกว่าโครงการทั่วไปในพื้นที่เดียวกันถึง 1.1–1.2 ล้านกิโลกรัมต่อปี หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้กว่า 128,000 ต้นต่อปีโดยแนวทางของ FLEXI MEGA SPACE BANGNA คือ การลดคาร์บอนจาก 100% เหลือ 80% ของคาร์บอนที่ควรจะเกิดขึ้น
ดร.ยุ้ย กล่าวว่า หัวใจของการออกแบบคือ “ลด Waste” ทั้งในแง่พลังงาน เวลา และค่าใช้จ่ายของลูกบ้าน มาตรการโลว์คาร์บอนในโครงการ ประกอบด้วยหลายองค์ประกอบ เช่น ต้นไม้ที่ดูดซับคาร์บอนสูง คัดเลือกพันธุ์ไม้ที่ช่วยดูดซับ CO2 ได้มากกว่าปกติ Solar Everywhere ติดตั้งโซลาร์เซลล์ในทุกจุดที่มีการใช้ไฟ เช่น โคมไฟและระบบฉีดน้ำ ไม่จำกัดแค่บนหลังคา

นอกจากนี้ EV-Friendly Design มี EV Charger ครอบคลุม และบริการ EV Shuttle Bus ที่ชาร์จด้วยพลังงานสะอาดช่วงกลางวัน มี Smart Parking & Smart Security ลดการวนรถและใช้กล้อง AI ตรวจจับความผิดปกติ และแอปพลิเคชันอัจฉริยะ ช่วยจัดการพัสดุ ติดต่อเจ้าหน้าที่ หรือจองพื้นที่ส่วนกลางได้ในคลิกเดียว ลดเอกสารและเวลา
ความยั่งยืนเจอกับความจริงของผู้บริโภค
แม้โครงการจะมีแนวคิดก้าวหน้า แต่เสนาฯ ไม่ได้มองข้ามความเป็นจริงของตลาด โดยเฉพาะอัตราการกู้ไม่ผ่านที่สูงถึง 70%
ดร.ยุ้ย อธิบายว่า รายได้คนกรุงเทพฯ ไม่ได้เพิ่มขึ้นมาหลายปี ขณะที่ต้นทุนและดอกเบี้ยสูงขึ้น เสนาฯ จึงออกแบบโครงการ ‘เช่าออมบ้าน’ เพื่อช่วยให้คนที่ยังไม่พร้อมซื้อสามารถเริ่มจากการเช่า และนำค่าเช่ามาเป็นส่วนลดราคาซื้อได้ในอนาคต แนวทางนี้ไม่เพียงช่วยให้คนไทยเข้าใกล้การมีบ้านของตนเองมากขึ้น แต่ยังตอบเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDG 11) ของสหประชาชาติ

Green คือ New Normal ของเสนาฯ
เสนาฯ เริ่มนำแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมเข้ามาผสมผสานกับการพัฒนาโครงการกว่า 10 ปี แล้ว ทั้งโครงการแนวราบและโครงการคอนโดมิเนียม แต่ทั้งหมด ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละโครงการว่าจะสามารถทำอะไรได้บ้าง และแน่นอนนับจากนี้ ทุกโครงการต่อจากนี้เป็นโครงการกรีน โดยเฉพาะบ้านเดี่ยวที่สามารถติดโซลาร์และลดค่าไฟได้โดยตรง ซึ่งเป็นวิธีที่ผู้บริโภคชื่นชอบมากที่สุด
นอกจากนี้ เสนาฯ ยังวางกรอบการพัฒนาโครงการภายใต้แนวคิด Smart City Framework ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีเข้ากับการใช้ชีวิตจริง พร้อมนำแนวคิด Flexy Concept หรือ “ความยืดหยุ่นที่สร้างความเป็นไปได้” มาใช้ในทุกการออกแบบพื้นที่

และทั้งหมดนี้จะถูกสานต่อโดย SENA X บริษัทในเครือที่ดูแลนิติบุคคลอาคารชุด เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและบริการที่ทำให้ “การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน” เป็นเรื่องง่ายและเป็นจริงในทุกวัน
ส่วนของการบริหารจัดการภายในองค์กร ซึ่งถือเป็นแนวทางการปฏิบัติทั้ง 3 สโคป ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการก้าวสู่วามเป็นกลางทางคาร์บอน ดร.ยุ้ย บอกว่า เสนาฯ มีเป้าหมายและกำลังดำเนินการอยู่ แต่ไม่กล้าที่จะประกาศออกมาเป็นทางการ เพราะเกรงว่าอาจทำไม่ได้ตามเป้า แต่ที่แน่ๆ คือวามพยายามสร้างโครงการกรีนที่ทุกคนจับต้องได้จริง โดยไม่ต้องเพิ่มภาระให้กับทั้งเสนาฯ เอง และตัวลูกค้าที่จะเข้ามาซื้อโครงการ
การทำโครงการสีเขียวไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ แต่คือปรัชญาที่เรายึดมั่น “เราทำเพราะเชื่อว่า กรีนต้องเข้าถึงได้” เพราะถ้าเราทำให้คนส่วนใหญ่เข้าถึงการอยู่อาศัยที่ยั่งยืนได้จริง เมืองทั้งเมืองก็จะเปลี่ยนไป


