กรุงศรีเปิดแผนปี 2569 ชู “One Krungsri” ผนึกพลังทั้งองค์กร ดัน Sustainable Finance แตะ 3.5 แสนล้านบาท เร่งแก้หนี้ครัวเรือน-หนุน SME-ใช้ AI ยกระดับบริการ
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ภายใต้ยุทธศาสตร์ “วันกรุงศรี (One Krungsri for a Sustainable Future)” เดินหน้าปรับบทบาทจาก “ธนาคาร” สู่ “พันธมิตรทางการเงิน” ที่ร่วมแก้โจทย์โครงสร้างเศรษฐกิจไทย ทั้งหนี้ครัวเรือน ความเปราะบางของ SME การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และความปลอดภัยทางการเงินในยุคดิจิทัล
พร้อมตั้งเป้าใหญ่ พอร์ตการเงินเพื่อความยั่งยืน 350,000 ล้านบาท ภายในปี 2030 หลังทำเป้าเดิมทะลุกำหนด และเร่งใช้ Data & AI ยกระดับบริการแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Banking) ครอบคลุมลูกค้ากว่า 10 ล้านราย

ผลงานปี 2568 แข็งแกร่ง กำไร 31,739 ล้านบาท โต 7%
เคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจโลกผันผวน แต่กรุงศรียังรักษาการเติบโตได้ต่อเนื่อง
ไฮไลต์ผลประกอบการ
- กำไรสุทธิ 31,739 ล้านบาท (+7%)
- สินเชื่อโต 1.7%
- NPL Ratio 3.26%

- Coverage Ratio สูง 126.9%
- ผู้นำตลาด ESG Bond ส่วนแบ่ง 16%
- พอร์ต Sustainable Finance สะสม 256,000 ล้านบาท
- สะท้อนความแข็งแกร่งทั้งด้านการเงินและการบริหารความเสี่ยง
“One Krungsri” ผนึกกำลังทั้งองค์กร สร้างอนาคตยั่งยืน
แนวคิดหลักของปีนี้คือการทำงานแบบ One Team, One Platform, One Experience เชื่อมทุกหน่วยธุรกิจให้ลูกค้าได้รับบริการที่ ง่าย ไร้รอยต่อ และครบวงจร
กรุงศรีมองว่า “Sustainability” ไม่ใช่แค่ ESG แต่คือ ความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจระยะยาวของลูกค้า ประเทศ และสังคม

5 เสาหลักยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อน “ประเทศไทยที่ยั่งยืน”
1) แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน
ดูแลครบ 3 ระยะ
- Relieve – บรรเทาเร่งด่วน
- Rehabilitate – ฟื้นฟูผ่านคลินิกแก้หนี้
- Resilience – สร้างวินัยการเงินระยะยาว
พร้อมโครงการ Krungsri Coach และใช้ AI วิเคราะห์สุขภาพการเงินล่วงหน้า

2) เสริมแกร่ง SME กว่า 3 ล้านราย
ใช้โมเดล Ecosystem Banking เชื่อม SME กับลูกค้ารายใหญ่
โครงการ Quick Big, Help Small เปิดตลาดใหม่ เพิ่มโอกาสขาย และช่วยเข้าถึงแหล่งทุนต้นทุนต่ำ
3) ยกระดับขีดแข่งขันประเทศ
โฟกัสอุตสาหกรรมอนาคต เช่น
- Semiconductor
- Data Center
- Space Tech
- Disaster Tech

ใช้เครือข่าย MUFG ญี่ปุ่น เชื่อมเงินทุน เทคโนโลยี และองค์ความรู้สู่ธุรกิจไทย
4) Climate Action & Sustainable Finance
ตั้งเป้าใหม่ 350,000 ล้านบาท ภายในปี 2030
ตัวอย่างโซลูชัน
- รายย่อย: สินเชื่อ Solar Rooftop, EV
- SME: เงินทุนช่วง Transition
- รายใหญ่: สนับสนุนพลังงานหมุนเวียนแล้วกว่า 40,000 ล้านบาท

5) สร้างความเชื่อมั่นระบบการเงิน
รับมือภัยไซเบอร์–บัญชีม้า–มิจฉาชีพออนไลน์
- ใช้ AI ตรวจจับธุรกรรมผิดปกติแบบ Real-time
- ทำงานร่วม BOT และ CIB
- อายัดบัญชีเร็วขึ้น ลดความเสียหายลูกค้า
Retail Banking ยุคใหม่: AI + Super App + เบอร์เดียวจบ
ฐานลูกค้ารายย่อยกว่า 10 ล้านคน จะได้ประสบการณ์ใหม่ภายใต้แนวคิด Customer First
3 เสาหลัก
- Understand
AI วิเคราะห์พฤติกรรมจริง ออกแบบผลิตภัณฑ์เฉพาะบุคคล
เช่น ผ่อนค่าเทอม 0% / วางแผนออมครอบครัว
- Accessible
รวม 4 แอปเป็น One Super App
เหลือ Call Center เบอร์เดียว
เชื่อมข้อมูล Omni-channel ไม่ต้องเล่าเรื่องซ้ำ
- Peace of Mind
ตั้งวงเงิน-ปิดบัตรเองได้
แจ้งเตือนธุรกรรมต้องสงสัยทันที
ทีมดูแล 24/7
มุมมองเศรษฐกิจปี 2569
เคนอิจิ กล่าวว่า ภาพรวมของเรษฐกิจโลกในปี 2569 โลกมีการแบ่งขั้วสูง ส่งผลให้การเติบโตเศรษฐกิจต่ำกว่าศักยภาพที่มี ในขณะที่ไทย คาดเศรษฐกิจโตต่ำกว่า 2% เกิดหนี้ครัวเรือนสูง โดยมีปัจจัยส่วนหนึ่งจากการเมืองกดดัน แต่ไทยยังเป็น Strategic Hub ของนักลงทุนญี่ปุ่น
ส่วนอุตสาหกรรมดาวรุ่ง ที่เห็นศักยภาพการเติบโตในปีนี้ ประกอบด้วย Data Center, Semiconductor และ EV/Hybrid ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ (Toyota, Honda, Isuzu) ยืนยันการลงทุนต่อเนื่องในไทย โดยเปลี่ยนผ่านไปสู่การผลิตรถยนต์ Hybrid และ EV มากขึ้น การแข่งขันในภูมิภาค: แม้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม อินโดนีเซีย หรืออินเดียจะพยายามดึงดูดนักลงทุน แต่ไทยยังมีจุดแข็งที่โครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคงและห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่แข็งแกร่ง
จากที่ The Financial Times เปรียบเทียบไทยเป็น “คนป่วยแห่งเอเชีย” เคนอิจิ ยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยปัจจุบันดูอ่อนแอเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน แต่เปรียบเหมือน คนป่วยที่ไม่ได้เป็นโรคร้ายแรงจนรักษาไม่ได้ เพียงแต่ต้องใช้เวลาในการรักษา ทางออกที่ไม่ใช่แค่ “ยา” คือปัญหาของไทยไม่สามารถแก้ได้ด้วย “ยา” หรือมาตรการกระตุ้นระยะสั้นเพียงอย่างเดียว เช่น นโยบาย 100 วันแรก แต่ต้องแก้ไขที่ “โครงสร้างระยะยาว”
ส่วนความคาดหวังต่อรัฐบาล ธนาคารคาดหวังรัฐบาลที่มีเสถียรภาพและมีวิสัยทัศน์ระยะยาวในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนต่างชาติเกี่ยวกับทิศทางของประเทศในอนาคต
“Financial Plus” บทบาทใหม่ของกรุงศรี
ดวงดาว วงศ์พนิตกฤต ประธานกลุ่มสนับสนุนธุรกิจด้านการเงินและกลยุทธ์ ระบุว่า กรุงศรี จะไม่ใช่แค่ผู้ให้สินเชื่อ แต่เป็น “Financial Plus” ที่ช่วยลูกค้า “ผ่านวิกฤตและเติบโตได้จริง” โดยการขับเคลื่อนด้วย 3 กลยุทธ์หลัก Customer First, Data & AI และ Work as One Krungsri สู่เป้าหมายสุดท้ายคือ เติบโตไปพร้อมลูกค้าและสังคมไทย
ผู้บริหาร กรุงศรี อธิบายเพิ่มเติมว่า Customer First (ลูกค้าต้องมาก่อน): มุ่งเน้นความเข้าใจในความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าเป็นอันดับแรก เพื่อให้ออกแบบโซลูชันที่ตอบโจทย์ได้อย่างถูกต้อง 2. Data & AI Technology (Value Creator): นำข้อมูลและเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้ในการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value) ให้กับลูกค้า ไม่ใช่เพียงแค่การทำธุรกรรมทั่วไป แต่เป็นการนำข้อมูลมาช่วยสร้างประโยชน์ใหม่ๆ 3. Work as One Krungsri (พลังแห่งความร่วมมือ): ใช้ศักยภาพของบุคลากรที่มีความสามารถในองค์กร ทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว (Collaboration) เพื่อส่งมอบไอเดียและผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดให้แก่ลูกค้า
เรื่อง ความปลอดภัยทางการเงินและการขับเคลื่อนกลยุทธ์องค์กร สามารถสรุปประเด็นที่ละเอียดและชัดเจนได้ดังนี้ 1. การสร้างความเชื่อมั่นและการจัดการปัญหาภัยทางการเงิน กรุงศรีให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสร้างความเชื่อมั่นในระบบการเงิน เนื่องจากปัจจุบันปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ส่งผลกระทบในวงกว้าง
2. การจัดการมิจฉาชีพและบัญชีม้า ธนาคารพบปัญหาการสูญเสียทางเศรษฐกิจและปัญหาสังคมจากมิจฉาชีพและบัญชีม้า ซึ่งหากปล่อยไว้จะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการเติบโตของระบบการเงิน การใช้เทคโนโลยีเชิงรุก กรุงศรีใช้ Data และ AI เข้ามาทำงานร่วมกับภาครัฐ โดยเฉพาะธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อลดจำนวนบัญชีม้าอย่างมีประสิทธิภาพ * ความร่วมมือกับหน่วยงานปราบปราม: มีการทำงานอย่างใกล้ชิดกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยนำ AI มาใช้ในรูปแบบ Real-time เพื่อตรวจจับธุรกรรมที่ผิดปกติ (Transaction Monitoring) ได้ทันท่วงที
นอกจากนี้ 3. กรุงศรี ยังช่วยเหลือผู้เสียหาย ธนาคารพยายามลดขั้นตอนในการอายัดบัญชีเพื่อให้ผู้เสียหายมีโอกาสได้เงินคืนมากขึ้น แม้จะยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ 100% แต่ถือเป็นก้าวสำคัญในการลดโอกาสความเสียหายในอนาคตและเสริมสร้างรากฐานสู่ระบบการเงินดิจิทัลที่มั่นคง
ปี 2569 คือปีที่กรุงศรีเร่งเปลี่ยนบทบาทจาก “ธนาคาร” สู่ พันธมิตรทางการเงินครบวงจร ที่ผสาน AI เทคโนโลยี ความยั่งยืน และเครือข่ายอาเซียน เพื่อช่วยแก้โจทย์เศรษฐกิจไทยเชิงโครงสร้าง
ไม่ใช่แค่การปล่อยกู้ แต่คือการสร้าง “อนาคตทางการเงินที่มั่นคง” ให้ลูกค้าและประเทศ

