กฟผ. เร่งดำเนินโครงการ เคเบิลไฟฟ้าใต้ทะเลแรงดัน 230 กิโลโวลต์ จาก สถานีไฟฟ้าแรงสูงขนอม จ.นครศรีธรรมราช ไปยัง เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ยกระดับระบบไฟฟ้าในพื้นที่หมู่เกาะฝั่งอ่าวไทยให้มีความมั่นคง พร้อมรองรับความต้องการพลังงานที่เติบโตอย่างรวดเร็วจากภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจท้องถิ่น กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2571–2572 ตามแผนพัฒนาพลังงานของประเทศ
เสริมศักยภาพระบบไฟฟ้าหมู่เกาะให้ทนต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น
ปัจจุบันเกาะสมุยยังไม่มีโรงไฟฟ้าของตัวเองและพึ่งพาการส่งไฟฟ้าผ่านเคเบิลใต้ทะเลระบบเก่าที่ประกอบด้วยสาย 115 kV และ 33 kV ซึ่งมีปัญหาการชำรุดและไม่เพียงพอสำหรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวสูงสุด ส่งผลให้เกิด “ไฟตก–ไฟดับ” บ่อยครั้ง ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันทั้งประชาชนและภาคธุรกิจในพื้นที่
โครงการ เคเบิลไฟฟ้าใต้ทะเลแรงดัน 230 กิโลโวลต์ (kV) จาก สถานีไฟฟ้าแรงสูงขนอม จ.นครศรีธรรมราช ไปยัง เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะติดตั้ง สายเคเบิล 230 kV จำนวน 2 วงจร ระยะทางรวมประมาณ 50–52.5 กม. พร้อมระบบ ไฟเบอร์ออปติก (Fiber Optic) เพื่อรองรับการสื่อสารและระบบตรวจสอบแบบเรียลไทม์ รวมทั้ง ขยายสถานีไฟฟ้าแรงสูงขนอม และ ก่อสร้างสถานีไฟฟ้าแรงสูงแห่งใหม่บนเกาะสมุย พร้อมหม้อแปลงไฟฟ้า 230/115 kV ขนาด 300 MVA จำนวน 2 ชุด ซึ่งจะเพิ่มกำลังส่งไฟฟ้าไปยังเกาะได้รวมถึง 400 เมกะวัตต์ (MW) มากกว่าความสามารถปัจจุบันถึง 4 เท่า

เทคโนโลยีทันสมัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อมใต้ทะเล
โครงการให้ความสำคัญในการออกแบบระบบให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศทางทะเล โดย:
- เลือก เส้นทางวางสายเคเบิล ที่หลีกเลี่ยงแนวปะการัง แหล่งหญ้าทะเล และเส้นทางเดินเรือหลัก
- ใช้เทคโนโลยี Water Jetting เพื่อสร้างร่องฝังสายเคเบิลที่พื้นทรายลึกประมาณ 3–5 เมตร โดยร่องจะฟื้นตัวตามธรรมชาติภายในเวลาอันสั้น
- ติดตั้ง ม่านกันตะกอน (silt curtains) เพื่อลดการแพร่กระจายของตะกอนขณะฝังสายเคเบิล
- ระบบ Online Sensor Monitoring และการสื่อสารผ่าน Fiber Optic เพื่อเฝ้าระวังความผิดปกติของสายเคเบิลแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบำรุงรักษาและลดความเสี่ยงต่อระบบไฟฟ้าโดยรวม
การจัดทำ รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA/IEE) ของโครงการก็ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องขั้นต้นแล้ว ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการวางแผนก่อสร้างที่คำนึงถึงทั้งประโยชน์ต่อสาธารณะและความถูกต้องตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อ

ผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเกาะสมุย
การเสริมความมั่นคงด้านไฟฟ้าเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมเพื่อผลักดัน เกาะสมุยให้เป็น Tourism Hub ของอ่าวไทย และติดอันดับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมระดับโลก ซึ่งต้องการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่ดี มีไฟฟ้าเพียงพอ ไม่เกิดไฟดับบ่อยครั้ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว นักลงทุน และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเท
ประชากรและธุรกิจบนเกาะจะได้รับประโยชน์ในด้านคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การจ้างงาน และโอกาสพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ ๆ เมื่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานมีความมั่นคงและยั่งยืน รองรับความต้องการในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

