เต็ดตรา แพ้ค ขยายกำลังการผลิตในโรงงานเมือง บิ่ญเยือง เวียดนาม ด้วยการลงทุนกว่า 97 ล้านยูโร เปิดไลน์การผลิตเครื่องที่สองสำหรับบรรจุภัณฑ์กระดาษปลอดเชื้อ ตอบโจทย์ความต้องการใน ประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
เต็ดตรา แพ้ค (Tetra Pak) เผยการลงทุนครั้งนี้มุ่งส่งเสริมการผลิต บรรจุภัณฑ์ยั่งยืนคุณภาพสูง ที่ตอบสนองต่อเทรนด์ผู้บริโภครุ่นใหม่ พร้อมช่วยให้แบรนด์ต่าง ๆ นำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดได้รวดเร็วขึ้น รองรับตลาดที่มีการแข่งขันสูงในเอเชีย โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มที่มีมูลค่าสูงกว่า 667 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2566 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 900 พันล้านดอลลาร์ฯ ภายในปี 2571
เพิ่มกำลังผลิตสองเท่า พร้อมส่งออกสู่ไทยและอาเซียน
การขยายไลน์ผลิตในบิ่ญเยืองทำให้โรงงานแห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในฐานการผลิต บรรจุภัณฑ์กระดาษปลอดเชื้อที่ล้ำสมัยที่สุดในเอเชีย เพิ่มกำลังการผลิตเป็นสองเท่า และสามารถรองรับบรรจุภัณฑ์ได้มากถึง 15 รูปแบบ เพื่อให้บริการลูกค้าในเวียดนาม รวมถึงตลาดสำคัญ เช่น ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
“นี่คือคำมั่นสัญญาที่เรามอบให้แก่ลูกค้าและชุมชนในเอเชียแปซิฟิก” – อดอลโฟ โอริเว่, CEO ของเต็ดตรา แพ้ค
เขาเสริมว่า การขยายโรงงานในครั้งนี้จะไม่เพียงช่วยเร่งการนำนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ออกสู่ตลาด แต่ยังสร้างงาน พัฒนาบุคลากร และเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาค

ขับเคลื่อนนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ในไทย
รัตนศิริ ติลกสกุลชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวนี้จะช่วยให้ผู้ผลิตไทยเข้าถึงบรรจุภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ได้มากขึ้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากธัญพืชและมะพร้าวที่กำลังเป็นที่นิยม
“สิ่งที่ทำให้เต็ดตรา แพ้ค แตกต่างคือความร่วมมือใกล้ชิดกับแบรนด์ในประเทศ เข้าใจความต้องการของผู้บริโภค และพัฒนาโซลูชันบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านคุณภาพ ความยั่งยืน และความเร็วในการเข้าสู่ตลาด”
ในปี 2568 เต็ดตรา แพ้คยังได้เปิด ศูนย์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ในไทย เพื่อสนับสนุนกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่แบบครบวงจร
ศูนย์กลางการผลิตระดับโลกที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
โรงงานในบิ่ญเยืองดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562 และปัจจุบันมีกำลังการผลิตสูงสุดถึง 30,000 ล้านกล่องต่อปี โดยส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศถึงครึ่งหนึ่ง ทั้งยังเป็นต้นแบบของ การผลิตอย่างยั่งยืน ได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED® Gold และนำเทคโนโลยี AI มาควบคุมคุณภาพ พร้อมทั้งปรับปรุงกระบวนการเพื่อลดพลังงาน น้ำ และของเสีย
“การขยายไลน์การผลิตครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเต็ดตรา แพ้คต่อการพัฒนาอาหารแห่งอนาคต เพื่อผู้บริโภคและเพื่อโลก” – รัตนศิริ กล่าว

