ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผงาดติดอันดับ 8 “Best Workplaces in Thailand 2025” ตอกย้ำองค์กรน่าอยู่-ใส่ใจพนักงาน พร้อมเดินหน้าสู่องค์กรยั่งยืน Net Zero ปี 2030
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย (Schneider Electric Thailand) ติดอันดับ 8 องค์กรขนาดใหญ่ที่น่าทำงานที่สุดในประเทศไทย “Best Workplaces™ in Thailand 2025” จาก 30 องค์กรชั้นนำ สะท้อนความเชื่อมั่นจากพนักงานด้วยคะแนน Trust Index™ สูงถึง 86% โดยการจัดอันดับจาก Great Place to Work® ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านวัฒนธรรมองค์กรและประสบการณ์ของพนักงาน
รางวัลนี้ตอกย้ำความสำเร็จของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ที่ได้รับการรับรอง Great Place to Work® ต่อเนื่อง 4 ปีซ้อน และรักษาการติดอันดับ Best Workplaces™ เป็นปีที่ 4 เช่นกัน โดยปีนี้สามารถขยับขึ้นจากอันดับ 10 เป็นอันดับ 8 แสดงให้เห็นถึงการยกระดับประสบการณ์พนักงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านความไว้ใจ ความเป็นธรรม ความเคารพ การมีส่วนร่วม และความภาคภูมิใจในงานที่ทำ
องค์กรที่พนักงานมั่นใจ—วัฒนธรรม Inclusive, Innovative และ Caring อย่างแท้จริง
ผลการสำรวจชี้ชัดว่าพนักงานชไนเดอร์ อิเล็คทริค รู้สึกได้รับการเคารพ เห็นคุณค่า และได้รับการสนับสนุนทั้งด้านสวัสดิการและการเติบโตในอาชีพ โดยเฉพาะวัฒนธรรมที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพนักงานที่หลากหลายเพศ วัย หรือประสบการณ์
มงคล ตั้งศิริวิช ประธานชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย ลาว และเมียนมา กล่าวว่า การได้รับการจัดอันดับเป็น Best Workplaces™ ปี 2025 คือเสียงของพนักงานที่สะท้อนผ่านแบบสำรวจ Trust Index™ ความเชื่อมั่นต่อผู้นำ ความเป็นธรรม และความภาคภูมิใจในงาน คือหัวใจสำคัญ
ด้าน วุฒยา วงษ์สวรรค์ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล กล่าวเสริมว่า รางวัลนี้ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ของโครงการพัฒนาพนักงาน แต่เป็นตัวชี้วัดว่าพนักงานรู้สึกมีคุณค่า ได้รับความเคารพ และมีอำนาจในการเติบโตและสร้างสรรค์ สิ่งนี้คือวัฒนธรรม IMPACT ที่ ชไนเดอร์ สร้างร่วมกันทุกวัน

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค โชว์วิสัยทัศน์ความยั่งยืน เดินหน้า Net Zero ปี 2030
ความโดดเด่นของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ไม่เพียงอยู่ที่การเป็นองค์กรน่าทำงาน แต่ยังเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนระดับโลก โดยเคยได้รับการจัดอันดับเป็น บริษัทที่ยั่งยืนที่สุดในโลก ปี 2021 จาก Corporate Knights
บริษัทขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้าน ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล) อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม ด้วยเป้าหมายสำคัญได้แก่:
• Carbon Neutrality ภายในปี 2025
• Net Zero ปี 2030
• เน้นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
• พัฒนาโซลูชันด้าน Smart City, Smart Factory, Logistics และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต รองรับนโยบาย 10 S-Curve ของไทย
“พลังงานทดแทนและความยั่งยืนไม่ใช่ต้นทุน แต่เป็น ‘การลงทุน’ ที่สร้างผลลัพธ์ระยะยาว ทั้งต่อธุรกิจและสังคม นี่คือดีเอ็นเอของชไนเดอร์ อิเล็คทริค”
สองเสาหลักความยั่งยืน—โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้าง Impact ให้สังคม
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ความยั่งยืนผ่าน ดัชนี SSI (Schneider Sustainability Index) ครอบคลุมนโยบายระดับโลก 11 ข้อ และระดับท้องถิ่น 1 ข้อ โดยมีการรายงานอย่างโปร่งใส และได้รับการยอมรับสอดคล้องกับงานวิจัยจาก GreenBiz และ World Economic Forum ที่ชี้ว่า:
• องค์กรที่รับมือ Climate Change จริงจังมีผลตอบแทนผู้ถือหุ้นสูงกว่า 67%
• บริษัทที่เน้นกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อมเติบโตเฉลี่ย 15% ต่อปี

ด้วยบทบาท “Digital Partner for Sustainability” ชไนเดอร์ฯ จึงเสนอแนวทางให้ภาคอุตสาหกรรมปรับสู่ Net Zero แบบครบวงจร ตั้งแต่การกำหนดยุทธศาสตร์ การทำ Digital Transformation ไปจนถึงการจัดการพลังงานและตรวจสอบการปล่อยคาร์บอนครบลู
องค์กรที่น่าทำงาน + องค์กรที่ยั่งยืน = ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย
จากความสำเร็จด้านวัฒนธรรมองค์กรสู่ผลลัพธ์ด้านความยั่งยืน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค แสดงให้เห็นว่าการดูแลพนักงานและการดูแลโลกสามารถเดินไปด้วยกันได้อย่างมั่นคง และกลายเป็นต้นแบบให้ภาคธุรกิจไทยที่ต้องการทั้ง “องค์กรน่าอยู่” และ “องค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน

