Blu Green Token เปิดมิติใหม่ตลาดทุนไทย วางรากฐาน “Green Tokenization” ภายใต้กรอบกำกับดูแลของ ก.ล.ต. เชื่อมเงินลงทุนจากประชาชนและนักลงทุนสถาบันเข้าสู่โครงการสิ่งแวดล้อม ผ่านคาร์บอนเครดิตจากป่าชายเลนกว่า 17,531 ไร่ เผยได้ SBI Digital Markets จากสิงคโปร์ร่วมสร้างสะพานเชื่อมเงินทุนข้ามพรมแดน ขยายโอกาสสู่ตลาดเอเชียแปซิฟิก
กระแส ESG Investment, Sustainable Finance และ Carbon Credit ที่กำลังมีบทบาทมากขึ้นในตลาดทุนทั่วโลก ผลักดันประเทศไทยก้าวไปอีกขั้น กับการนำเทคโนโลยีสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ามาเชื่อมโยง “เงินลงทุน” กับ “การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ” ผ่าน Blu Green Token ซึ่งถูกวางให้เป็นโครงการ Green Tokenization แห่งแรกของประเทศไทยที่ดำเนินการภายใต้กรอบกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อย่างเต็มรูปแบบ
ความสำคัญของ Blu Green Token ไม่ได้เป็นเพียงโทเคนดิจิทัลที่มีคาร์บอนเครดิตเป็นสินทรัพย์อ้างอิง แต่คือความพยายาม วางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินรูปแบบใหม่ ที่นำเทคโนโลยี Blockchain และ Tokenization มาเพิ่มช่องทางให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงการลงทุนด้านความยั่งยืนได้มากขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระดมเงินทุนไปสู่โครงการที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
โครงสร้างการออกเสนอขาย Blu Green Token ยังได้รับการออกแบบให้รองรับมาตรฐานการลงทุน ทั้งในระดับนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อย ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับคาร์บอนเครดิตในอดีต มักมีข้อจำกัดด้านการเข้าถึง โดยเฉพาะสำหรับประชาชนทั่วไป
นี่จึงอาจเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นที่ทำให้ “การลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อม” ขยับจากพื้นที่ของนักลงทุนเฉพาะกลุ่ม ไปสู่สินทรัพย์ที่ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้กว้างขึ้น
Siam TC–Token X เปลี่ยนคาร์บอนเครดิตสู่สินทรัพย์ดิจิทัล
โครงการนี้ เกิดจากความร่วมมือระหว่าง บริษัท โทเคน เอกซ์ จำกัด (Token X) ผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล หรือ ICO Portal ที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. กับ บริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด (Siam TC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO (SET: DITTO) ถือหุ้นทั้งหมด
ทั้งสองบริษัทได้ร่วมกันเปิดตัว โทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสินทรัพย์ป่าสมบูรณ์ หรือ Blu Green Token โดยนำแนวคิด Green Tokenization เข้ามาใช้เป็นกลไกสำคัญ
Green Tokenization คือกระบวนการนำสินทรัพย์หรือโครงการด้านสิ่งแวดล้อมที่ผ่านการรับรอง เช่น โครงการปลูกและฟื้นฟูป่าชายเลนที่สามารถสร้างคาร์บอนเครดิต มาเชื่อมโยงกับโทเคนดิจิทัลบนเทคโนโลยี Blockchain
เมื่อดำเนินการภายใต้กรอบกำกับดูแลที่เหมาะสม แนวคิดดังกล่าวสามารถช่วยลดข้อจำกัดของการลงทุนในสินทรัพย์ด้านสิ่งแวดล้อม และเปิดช่องทางให้เงินทุนจากนักลงทุนหลากหลายกลุ่ม สามารถไหลเข้าสู่โครงการอนุรักษ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ปลดล็อกข้อจำกัดตลาดคาร์บอนเครดิต เปิดทางรายย่อยเข้าถึงการลงทุน
หนึ่งในโจทย์สำคัญของตลาดคาร์บอนเครดิตไทยในปัจจุบัน คือรูปแบบการซื้อขายคาร์บอนเครดิตภายใต้มาตรฐาน T-VER ส่วนใหญ่ยังดำเนินธุรกรรมแบบ Over-the-Counter (OTC) ขณะที่โอกาสในการเข้าถึงโครงการสิ่งแวดล้อมคุณภาพสูงโดยตรงยังมีข้อจำกัดสำหรับนักลงทุนรายย่อย
Green Tokenization จึงเข้ามาเป็นอีกกลไกในการลดข้อจำกัดดังกล่าว โดยนำสิทธิที่อ้างอิงกับคาร์บอนเครดิตมาเชื่อมโยงกับเทคโนโลยี Blockchain ภายใต้ระบบที่ได้รับการกำกับดูแล และนำเสนอในรูปแบบ Investment Token
ผลที่ตามมาคือ นักลงทุนตั้งแต่รายย่อยไปจนถึงนักลงทุนสถาบันสามารถเข้าถือครอง ซื้อขาย และมีสิทธิได้รับผลตอบแทนจากสินทรัพย์อ้างอิงผ่านโทเคนดิจิทัลในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. โดยสามารถร่วมลงทุนและซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมงนับตั้งแต่วันที่มีการจดทะเบียนในตลาดรอง
วันรบ บุญธรรม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน บริษัท โทเคน เอกซ์ จำกัด (Token X) กล่าวว่า Blu Green Token ถือเป็นโครงการ Green Tokenization แห่งแรกของประเทศไทยที่ดำเนินการภายใต้กรอบการกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. อย่างเต็มรูปแบบ โดยโครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการนำโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและคาร์บอนเครดิตมาแปลงเป็นดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินรูปแบบใหม่ ที่ช่วยขยายโอกาสการเข้าถึงการลงทุนด้านความยั่งยืนให้กับประชาชนทั่วไป พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการระดมเงินทุนไปสู่โครงการที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม การออกเสนอขาย Blu Green Token ได้รับการออกแบบให้เป็นไปตามมาตรฐานระดับสถาบัน และนักลงทุนรายย่อย
เบื้องหลังโทเคนคือป่าชายเลน 17,531 ไร่ และ Blue Carbon
สิ่งที่ทำให้ Blu Green Token แตกต่างจากสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วไป คือเบื้องหลังของโทเคนเชื่อมโยงกับ โครงการป่าชายเลนจริงในประเทศไทย ซึ่งป่าชายเลนเป็นหนึ่งในระบบนิเวศที่มีศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนสูง โดยข้อมูลของโครงการระบุว่าสามารถดูดซับและกักเก็บคาร์บอนได้มากกว่าป่าไม้บนบกประมาณ 4–10 เท่า
คุณสมบัติการกักเก็บคาร์บอนของป่าชายเลน ทำให้คาร์บอนที่ถูกกักเก็บอยู่ในระบบนิเวศชายฝั่ง หรือ Blue Carbon ได้รับความสนใจมากขึ้นในตลาดโลก โดยเฉพาะจากองค์กรที่กำลังมองหาโครงการชดเชยคาร์บอนที่มีความน่าเชื่อถือและสอดคล้องกับแนวคิด Nature-Based Solutions
โครงการอ้างอิงของ Blu Green Token ครอบคลุมพื้นที่ป่าชายเลนจำนวน 17,531.04 ไร่ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนกับ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ภายใต้มาตรฐาน Standard T-VER และ Premium T-VER เรียบร้อยแล้วก่อนการเสนอขายโทเคนดิจิทัลครั้งนี้
สำหรับ Blu Green Token แต่ละโทเคน จะแสดงสิทธิในการได้รับผลตอบแทนที่อ้างอิงจากการจำหน่ายคาร์บอนเครดิตที่ผ่านการรับรอง ปริมาณ 1 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และตลอดอายุโครงการ มีการจัดสรรคาร์บอนเครดิตรวม 400,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO₂eq) สำหรับผู้ถือโทเคนดิจิทัล
Siam TC ใช้กว่า 3 ปีพัฒนาป่าชายเลน ก่อนต่อยอดสู่ Tokenization
ฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Siam TC และ DITTO กล่าวว่า Siam TC ใช้เวลากว่า 3 ปีในการพัฒนาและฟื้นฟูโครงการป่าชายเลนที่มีมาตรฐานและความน่าเชื่อถือสูง จนได้รับการขึ้นทะเบียนกับ อบก. ภายใต้มาตรฐาน Standard T-VER และ Premium T-VER ครอบคลุมพื้นที่กว่า 17,531 ไร่ บริเวณพื้นที่ชายฝั่งของประเทศไทย
การนำโครงการดังกล่าวมาแปลงเป็นโทเคนดิจิทัลผ่าน Token X ถือเป็นอีกก้าวสำคัญ ที่ช่วยเพิ่มความโปร่งใส ขยายโอกาสการเข้าถึงของนักลงทุนในระดับสากล และเพิ่มสภาพคล่องให้กับสินทรัพย์ที่ในอดีตมีข้อจำกัดอยู่ในตลาดการลงทุนภาคเอกชน หรือ Private Market
นอกจากนี้ DITTO ยังเตรียมให้การสนับสนุนทางการเงินแก่โครงการ เนื่องจากบริษัทเชื่อมั่นทั้งในพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อม และศักยภาพระยะยาวของคาร์บอนเครดิตประเภท Blue Carbon

DITTO พร้อมสนับสนุนเงินลงทุนและผลตอบแทน 3%
อีกองค์ประกอบหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ในการออกแบบ Blu Green Token คือ กลไกความคุ้มครองผู้ถือโทเคนดิจิทัล ตามข้อมูลโครงการ หากรายได้จากการจำหน่ายคาร์บอนเครดิตไม่เพียงพอ DITTO จะให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ผู้ถือโทเคนในจำนวนเทียบเท่ากับเงินลงทุนเริ่มต้น พร้อมผลตอบแทนทบต้นสะสมในอัตรา 3% ต่อปี
กลไกดังกล่าวจึงถูกนำเข้ามาเป็นอีกส่วนหนึ่งของโครงสร้างทางการเงิน เพื่อรองรับความเสี่ยงในกรณีที่รายได้จากสินทรัพย์อ้างอิงไม่เป็นไปตามที่กำหนด
หลังการเสนอขายในตลาดแรก หรือ Primary Offering ผ่านแพลตฟอร์มของ Token X Blu Green Token มีเป้าหมายเข้าสู่ตลาดรองผ่าน Bitkub Exchange ซึ่งเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต.
โครงสร้างดังกล่าวมีเป้าหมายเพิ่มสภาพคล่องให้กับสินทรัพย์ที่อ้างอิงคาร์บอนเครดิต และเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนสามารถซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมงหลังมีการจดทะเบียนในตลาดรอง
ประเด็นนี้มีความสำคัญต่อตลาด Voluntary Carbon Market เนื่องจากหนึ่งในข้อจำกัดของตลาดคาร์บอนเครดิตภาคสมัครใจคือการขาดสภาพคล่องในการซื้อขาย
การนำ Tokenization เข้ามาใช้จึงไม่ได้เปลี่ยนเพียง “รูปแบบ” ของสินทรัพย์ แต่ยังมีเป้าหมายเพิ่มความคล่องตัวในการเคลื่อนย้ายและซื้อขายสินทรัพย์ภายในระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล
SBI Digital Markets เชื่อมเงินทุนต่างประเทศ ดัน Blu Green Token สู่ APAC
อีกก้าวสำคัญของโครงการคือการขยายจากตลาดในประเทศไทยสู่ตลาดทุนระดับภูมิภาค ผ่านความร่วมมือกับ SBI Digital Markets Pte. Ltd. (SBIDM) บริษัทด้านสินทรัพย์ดิจิทัลจากสิงคโปร์ ซึ่งดำเนินธุรกิจภายใต้ Capital Markets Services License ที่ออกโดย Monetary Authority of Singapore (MAS)
SBIDM จะเข้ามามีบทบาทในฐานะพันธมิตรต่างประเทศของ Blu Green Token เพื่อสนับสนุน Cross-Border Capital Mobility หรือการไหลเวียนของเงินทุนข้ามพรมแดน และขยายโอกาสการเข้าถึง Blu Green Token ไปยังผู้ลงทุนและผู้มีส่วนร่วมในตลาดที่เกี่ยวข้องทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ภายหลังการเสนอขาย ICO
ความร่วมมือครั้งนี้จึงมีเป้าหมายสร้าง “สะพาน” เชื่อมระหว่าง โครงการคาร์บอนเครดิตของประเทศไทยกับฐานเงินทุนที่มีศักยภาพในระดับภูมิภาค พร้อมวางโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเติบโตในช่วง Post-ICO และการเชื่อมโยงตลาดทุนข้ามประเทศ
CK Ong รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SBIDM กล่าวว่า นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจและมองหาสินทรัพย์สีเขียวที่มีความน่าเชื่อถือสูงจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างต่อเนื่อง และโทเคนดิจิทัลที่มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็น Blue Carbon ของประเทศไทยถือเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของสินทรัพย์กลุ่มดังกล่าว
บทบาทของ SBI Digital Markets ในโครงการจึงมุ่งเชื่อมโยงสภาพคล่องและโอกาสลงทุนจากนักลงทุนทั่วโลก พร้อมสนับสนุนโครงการที่สามารถสร้างทั้งผลตอบแทนทางการเงิน และผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่สามารถตรวจสอบและพิสูจน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม
“เงินลงทุน” กลายเป็นอีกแรงขับเคลื่อนการอนุรักษ์
ในภาพใหญ่ Blu Green Token ไม่ควรถูกมองเพียงในฐานะการออก Digital Token ใหม่เข้าสู่ตลาด แต่กำลังทดลองสร้างโมเดลที่เชื่อมโยง ตลาดทุน เทคโนโลยี Blockchain คาร์บอนเครดิต และทรัพยากรธรรมชาติ เข้าด้วยกัน
จากเดิมที่การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอาจต้องพึ่งพางบประมาณจากภาครัฐ เงินสนับสนุน หรือเงินทุนจากองค์กรขนาดใหญ่เป็นหลัก Green Tokenization กำลังเพิ่มอีกทางเลือกด้วยการนำกลไกตลาดทุนเข้ามาช่วยระดมเงินจากนักลงทุนที่ต้องการทั้งโอกาสทางการเงินและการมีส่วนร่วมกับโครงการด้านความยั่งยืน
ขณะเดียวกัน การมีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นคาร์บอนเครดิตจากพื้นที่ป่าชายเลน ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนตามมาตรฐาน T-VER ทำให้เรื่องของ “การลงทุนสีเขียว” เชื่อมโยงกลับไปสู่สินทรัพย์และพื้นที่อนุรักษ์จริง

