S&P ขึ้นแท่นเบเกอรี่แบรนด์แรกที่ได้รับการรับรอง Carbon Neutral Product ยกระดับ 2 ผลิตภัณฑ์ “บัตเตอร์เค้กวานิลลา” และ “เค้กกล้วยหอม” ผ่านกระบวนการตรวจวัด ลด และชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ตอกย้ำทิศทางธุรกิจอาหารที่เดินหน้าควบคู่การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งต่อแนวคิดการบริโภคอย่างยั่งยืนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
มณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) หรือ S&P ร่วมแถลงความสำเร็จในงานสัมมนา “Driving Business Towards Carbon Neutrality เปลี่ยนความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศเป็นโอกาสทางธุรกิจ” ภายใต้ “โครงการส่งเสริมการชดเชยคาร์บอนขององค์กรเพื่อมุ่งสู่ Carbon Neutrality (ระยะที่ 3)”
โครงการดังกล่าวจัดโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO ร่วมกับ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านกลยุทธ์ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (วีกรีน) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

S&P ดัน 2 ผลิตภัณฑ์ขายดี สู่ Carbon Neutral Product
ความสำเร็จจากการเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ ส่งผลให้ S&P ได้รับการรับรอง Carbon Neutral Product สำหรับผลิตภัณฑ์ยอดนิยมจำนวน 2 รายการ ได้แก่ “บัตเตอร์เค้กวานิลลา” และ “เค้กกล้วยหอม” รวมทั้งหมด 1,751,870 ชิ้น
ผลิตภัณฑ์ทั้งสองรายการผ่านกระบวนการ ตรวจวัด ลด และชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ อย่างสมบูรณ์ จนมีความเป็นกลางทางคาร์บอน นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ S&P ในการนำแนวคิดด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้ามาเชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง
การได้รับการรับรองดังกล่าวยังช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคว่า ทุกความอร่อยจาก S&P สามารถมีส่วนร่วมในการดูแลและปกป้องสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างความภาคภูมิใจในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงผลกระทบต่อโลกและความยั่งยืนในระยะยาว

จาก “ความอร่อย” สู่การสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ
S&P ยังคงมุ่งมั่นส่งต่อเบเกอรี่ที่ดี มีคุณภาพ และใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่ผู้บริโภค โดยหวังให้ บัตเตอร์เค้กวานิลลาและเค้กกล้วยหอมที่ได้รับการรับรอง Carbon Neutral Product เป็นอีกหนึ่งสื่อกลางในการสร้างการรับรู้เรื่องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแก่ผู้บริโภคในวงกว้าง
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงไม่เพียงสะท้อนการยกระดับผลิตภัณฑ์ของ S&P ในมิติด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการเชื่อมโยง “การบริโภค” เข้ากับ “ความยั่งยืน” ผ่านผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวัน เพื่อมีส่วนผลักดันการเปลี่ยนผ่านไปสู่ สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

