UBE เดินหน้ากลยุทธ์ Operational Excellence และระบบ Multi-feed รับมือต้นทุนมันสำปะหลังพุ่ง เร่งขยายธุรกิจเอทานอล แป้งมัน ฟลาว และร้านอาหารญี่ปุ่น พร้อมปั้น SAF และสินค้ามูลค่าสูง สร้าง New S-Curve รองรับเทรนด์พลังงานสะอาดและเศรษฐกิจหมุนเวียนสร้าง New S-Curve รองรับเทรนด์พลังงานสะอาดและเศรษฐกิจหมุนเวียน ดันรายได้ Q1/69 แตะ 1,164 ล้านบาท
บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล หรือ UBE เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจสีเขียวเต็มรูปแบบ ภายใต้กลยุทธ์ “Operational Excellence” และระบบบริหารวัตถุดิบแบบ “Multi-feed” เพื่อรับมือความผันผวนด้านต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะราคามันสำปะหลังที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง พร้อมเร่งต่อยอดธุรกิจสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงและพลังงานสะอาด รองรับการเติบโตระยะยาว
สุรียส โควสุรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ UBE กล่าวว่า ทิศทางธุรกิจในไตรมาส 2/2569 บริษัทมุ่งยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานทุกมิติ ทั้งการควบคุมต้นทุน การเพิ่มผลิตภาพ และการสร้างมูลค่าเพิ่มจากธุรกิจเดิม เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในช่วงที่ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานยังอยู่ในระดับสูง
หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือ การพัฒนาระบบ “Multi-feed” ในธุรกิจเอทานอล ด้วยการเพิ่มความยืดหยุ่นด้านวัตถุดิบ โดยนำกากน้ำตาลมาใช้ร่วมกับมันสำปะหลังในการผลิตเอทานอล ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาวัตถุดิบเพียงประเภทเดียว เพิ่มประสิทธิภาพการใช้กำลังการผลิต และรองรับความผันผวนด้านราคาได้ดีขึ้น

UBE ยังเดินหน้าสร้าง New S-Curve ผ่านการพัฒนาสินค้ามูลค่าสูง (High Value Products) ทั้งเอทานอลเกรดยาสำหรับอุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอาง รวมถึงเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ SAF (Sustainable Aviation Fuel) ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์สำคัญของอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกที่มุ่งสู่ Net Zero และพลังงานสะอาด
ขณะเดียวกัน บริษัทยังขยายแนวทางธุรกิจสีเขียวผ่านการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและอาหารใน 3 มิติ ได้แก่ การส่งเสริมพันธุ์มันสำปะหลังทนแล้งและต้านทานโรค การผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่าน “อุบลโมเดล” ที่นำของเหลือจากกระบวนการผลิตกลับมาใช้ประโยชน์ และการยกระดับมันสำปะหลังสู่พืชเศรษฐกิจด้านพลังงานสะอาด รองรับทั้งตลาดเอทานอล E20 และ SAF
ด้านธุรกิจแป้งมันสำปะหลังและฟลาว บริษัทเดินเกมรุกตลาดพรีเมียม หลังความต้องการแป้งคุณภาพสูงและ Clean Label ในตลาดโลกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มอาหารสุขภาพและอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต พร้อมศึกษาการลงทุนใหม่ในธุรกิจที่สอดรับเมกะเทรนด์โลก ทั้งสุขภาพเชิงป้องกัน ผู้สูงวัย และอาหารพร้อมรับประทาน (Ready to Eat)
ส่วนธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น “Oshinei” เตรียมขยายเพิ่มอีก 5 สาขา เพื่อเพิ่มฐานรายได้จากธุรกิจปลายน้ำและสร้างความหลากหลายให้พอร์ตธุรกิจ

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 UBE มีรายได้จากการขายรวม 1,164.7 ล้านบาท โดยธุรกิจแป้งมันสำปะหลังเติบโตโดดเด่น 46.8% จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารเติบโต 9.6% QoQ สะท้อนสัญญาณการฟื้นตัวของภาพรวมธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
แม้ราคาหัวมันสำปะหลังสดซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของธุรกิจเอทานอลจะเพิ่มขึ้นถึง 23% YoY แต่บริษัทสามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 68% จากไตรมาสก่อนหน้า
ผู้บริหาร UBE มองว่า อุตสาหกรรมเอทานอลไทยในปี 2569 ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากการเปลี่ยนผ่านการใช้น้ำมัน E10 ไปสู่ E20 รวมถึงแรงสนับสนุนจากนโยบายพลังงานชีวภาพของภาครัฐ ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันสำคัญต่อความต้องการใช้เอทานอลในระยะถัดไป

