Hyundai Motor Company เปิดตัวแคมเปญระดับโลก “Forests Without Names” ช่วง Earth Month เดินหน้าสร้าง “ตัวตน” ให้กับ ป่าใต้ทะเลทั่วโลก ยกระดับการรับรู้บทบาทของระบบนิเวศทางทะเลในการรับมือวิกฤต Climate Change พร้อมผลักดันการมีส่วนร่วมของสังคมในระดับสากล
“ป่าใต้ทะเล” ทรัพยากรที่ถูกมองข้าม แต่มีพลังต่อโลก
“ป่าใต้ทะเล” (Sea Forest) อย่างสาหร่ายเคลป์และพืชทะเล ทำหน้าที่ไม่ต่างจากป่าบนบก ทั้งเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเล ช่วยกรองมลพิษ และเป็นฐานสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ แต่กลับยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง
ความสำคัญดังกล่าวเริ่มถูกจับตามองมากขึ้นในเวทีระดับโลก โดยเฉพาะการหารือใน Intergovernmental Panel on Climate Change ที่ชี้ให้เห็นศักยภาพของสาหร่ายทะเลในฐานะ “ตัวช่วยดูดซับคาร์บอน” ในอนาคต
ตั้งชื่อ “ป่าใต้ทะเล” เพื่อสร้างการรับรู้ระดับโลก
หัวใจของแคมเปญนี้ คือการ “ตั้งชื่อ” ให้ป่าใต้ทะเล ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ขาดการรับรู้และอาจถูกละเลยในเชิงการอนุรักษ์
โดย Hyundai ได้เริ่มตั้งชื่อใน 3 พื้นที่สำคัญ ได้แก่
- เกาหลีใต้: “Ullim” ในเมือง Ulsan สื่อถึง “แรงสั่นสะเทือน/เสียงสะท้อน”
- อาร์เจนตินา: “Auken Aiken” หมายถึง “ผืนดินแห่งชีวิต”
- ออสเตรเลีย: เปิดให้ประชาชนทั่วโลกร่วมโหวตตั้งชื่อ
ชื่อทั้งหมดจะถูกบันทึกลงใน Sea Forest Map และเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มแผนที่ เช่น KakaoMap เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น

เทคโนโลยี + การมีส่วนร่วม ขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อม
แคมเปญนี้ต่อยอดจากแนวคิดการสื่อสารสิ่งแวดล้อมของ Hyundai เช่นโครงการ Tree Correspondents ที่ใช้ AI ถ่ายทอด “เสียงของต้นไม้” ซึ่งเคยคว้ารางวัลจาก Cannes Lions International Festival of Creativity
สำหรับ “Forests Without Names” ได้ขยายมาสู่ระบบนิเวศทางทะเล ผ่าน 3 กลไกหลัก:
- ตั้งชื่อและทำแผนที่ป่าใต้ทะเล
- พัฒนาเว็บไซต์เป็น Sea Forest Data Hub ฐานข้อมูลระดับโลก
- เปิดให้สาธารณะมีส่วนร่วมผ่านการโหวตและเข้าถึงข้อมูล

จากแคมเปญสู่ “ภารกิจระยะยาว” ฟื้นฟูทะเลโลก
Hyundai ย้ำว่าโครงการนี้ไม่ใช่เพียงแคมเปญสั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ความยั่งยืนระยะยาว โดยก่อนหน้านี้บริษัทได้:
- ฟื้นฟูป่าใต้ทะเลในอุลซาน พื้นที่กว่า 3.96 ตร.กม.
- ดูดซับคาร์บอนราว 1,300 ตัน CO₂/ปี
- ร่วมกับ Healthy Seas เก็บขยะทะเลกว่า 320 ตัน
- นำอวนประมงรีไซเคิลเป็นเส้นใย ECONYL
- ใช้ในรถยนต์รุ่นสำคัญ เช่น
- Hyundai IONIQ 5
- Hyundai IONIQ 6
- Hyundai SANTA FE
- Hyundai NEXO

สร้าง “การมองเห็น” เพื่อเปลี่ยนเป็น “การลงมือทำ”
ฮยอนชอล จอน ผู้บริหารด้านความยั่งยืนของ Hyundai ระบุว่า แคมเปญนี้ต้องการทำให้ “สิ่งที่ไม่เคยถูกมองเห็น” กลายเป็น “สิ่งที่ผู้คนใส่ใจ” และนำไปสู่การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน
มุมมอง: ทำไมแคมเปญนี้จึงสำคัญ
“Forests Without Names” สะท้อนเทรนด์ใหม่ของการสื่อสารสิ่งแวดล้อมระดับโลก ที่ไม่ได้หยุดแค่การให้ข้อมูล แต่เน้น:
- การสร้าง “ตัวตน” (Identity) ให้ทรัพยากรธรรมชาติ
- การใช้เทคโนโลยี + Data เพื่อขยายการรับรู้
- การเปลี่ยนผู้รับสาร → ผู้มีส่วนร่วม
ซึ่งอาจกลายเป็นต้นแบบของการสื่อสารด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต

