ตุ๊ก เดือนเต็ม นำทีมจิตอาสากว่า 2,500 คน ยื่นหนังสือกรมอุทยานฯ หลังช้างป่า “สีดอหูพับ” เสียชีวิตระหว่างเคลื่อนย้าย สัตวแพทย์ตั้งข้อสงสัยยิงยา 5 เข็มเกินจำเป็นหรือไม่ เรียกร้องสอบสวนโปร่งใส
รายการโหนกระแส วันที่ 12 ก.พ.69 ของ “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด สัมภาษณ์ ตุ๊ก เดือนเต็ม จิตอาสา, กุ๊ก – ปุ้ย – ชุ – กิ่งดาว ชมรมจิตอาสารักษ์สัตว์, กิตติคุณ พลวัน ประธานองค์กรจัดสวัสดิภาพจิตอาสา โดยมีเนื้อหาสรุปได้ดังนี้
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตการยิงยา 5 เข็ม 27 ซีซี “เกินจำเป็นหรือไม่?” ปมเคลื่อนย้ายช้างป่าจนตาย สังคมเรียกร้องสอบสวนโปร่งใส

กรณีการเสียชีวิตของ “สีดอหูพับ” ช้างป่าขวัญใจชาวภูเวียง กลายเป็นประเด็นร้อนระดับประเทศ เมื่อกลุ่มคนรักช้างและจิตอาสากว่า 2,500 คน นำโดยนักแสดงรุ่นใหญ่ “ตุ๊ก เดือนเต็ม” รวมตัวเข้ายื่นหนังสือต่อกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรียกร้องให้ผู้บริหารรับผิดชอบ พร้อมตั้งคำถามถึงกระบวนการเคลื่อนย้ายที่อาจ “รุนแรงเกินกว่าเหตุ”
เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสะเทือนใจคนรักสัตว์ แต่ยังจุดคำถามด้าน มาตรฐานสัตวแพทย์ จริยธรรมการจัดการสัตว์ป่า และความโปร่งใสของภาครัฐ
จากช้างป่าขวัญใจชุมชน สู่วันที่ต้องถูกย้าย
“สีดอหูพับ” เป็นช้างป่าหนุ่มวัยราว 10–11 ปี ไม่มีงา ลักษณะเด่นคือใบหูพับ จนชาวบ้านตั้งชื่อให้ด้วยความเอ็นดู
กุ๊ก – จิตอาสาพื้นที่ภูเวียง เล่าย้อนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“เขาผอมมากตอนลงมาจากเขา แต่ชาวบ้านเมตตา ไม่มีใครเกลียด เขาไม่ดุเลย อยู่ร่วมกับคนได้”
หลายปีที่ผ่านมา หูพับกลายเป็นเหมือน “สมาชิกชุมชน” ชาวบ้านคอยเฝ้าระวัง เสียหายก็ช่วยกันชดใช้ ไม่เคยเกิดความขัดแย้งรุนแรง

แต่สถานการณ์พลิกผัน เมื่อมีคำสั่งศาลปกครองให้ เคลื่อนย้ายช้าง 4 ตัว หลังมีผู้ร้องเรียนเรื่องความปลอดภัย
คำถามที่ตามมาคือ
“ทำไมต้องย้ายหูพับ ทั้งที่อยู่คนละพื้นที่กับผู้ร้อง?”
วันเคลื่อนย้ายที่เต็มไปด้วยข้อสงสัย
ทีมจิตอาสาระบุไทม์ไลน์การยิงยา
- เข็ม 1 – 16.30 น.
- เข็ม 2 – 17.00 น.
- เข็ม 3 – 19.30 น.
- เข็ม 4 – 22.30 น.
- เข็ม 5 – ใกล้ 23.00 น.
รวมปริมาณยาที่ได้รับ ประมาณ 27 ซีซี
กุ๊กเล่าว่า
“หลังเข็มสาม น้องทรุดแล้ว แต่ยังยิงซ้ำ เราสงสัยว่าทำไมไม่หยุดประเมิน”
ภาพการเคลื่อนย้ายด้วยรถบรรทุกอ้อย การใช้ไม้แหลมต้อน และความโกลาหลหน้างาน ยิ่งสร้างความสะเทือนใจให้ผู้พบเห็น

ไม่นานหลังเข็มสุดท้าย “สีดอหูพับ” เสียชีวิต
“มันเกินกว่าเหตุไหม” เสียงจากตุ๊ก-เดือนเต็ม
ตุ๊ก เดือนเต็ม เผยว่า ภาพที่เห็นทำให้ตัดสินใจออกมาเคลื่อนไหว…“เขาทรุดแล้ว แต่ยังฉีดเพิ่มอีก ทำไมต้องใช้คนจำนวนมากกดดันขนาดนั้น เราในฐานะประชาชนมีสิทธิ์สงสัยว่ามันเกินกว่าเหตุไหม”
เธอย้ำว่า หลักการอนุรักษ์ควร “ผลักดันช้างกลับป่า” มากกว่า “เคลื่อนย้าย”
มุมมองสัตวแพทย์: ใช้ยาเยอะไปหรือไม่?
หมอโบว์ – สัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญช้าง ชี้ว่า ควรงดอาหารก่อนให้ยาซึม ยาทำให้ลำไส้เคลื่อนตัวช้า เสี่ยงอุดตันหรือสำลัก
ช้างป่าควบคุมยากกว่าช้างบ้าน
หมอเผด็จ – ผู้ควบคุมปางช้างสวนนงนุช ให้ความเห็นตรงไปตรงมา…“หลักคือใช้ยาให้น้อยที่สุด 27 ซีซีค่อนข้างน่าตกใจ ผมทำงานมาหลายสิบปีไม่เคยใช้ถึงครึ่งนี้ โอกาสกดการหายใจและสำลักสูงมาก”
คำวิเคราะห์นี้ยิ่งทำให้สังคมตั้งคำถามว่า
“ขั้นตอนครั้งนี้ได้มาตรฐานวิชาชีพหรือไม่?”

4 ข้อเรียกร้องถึงกรมอุทยานฯ
กลุ่มจิตอาสายื่นข้อเสนอหลัก
- ให้อธิบดีพิจารณาลาออกและขอโทษสังคม
- สอบสวนทีมสัตวแพทย์
- หยุดเคลื่อนย้ายและทำหมันช้างป่า
- ตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ที่ดินในพื้นที่ป่าที่เกี่ยวข้อง
จาากประเด็นที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดคำถามที่สังคมยังรอคำตอบ ทำไมไม่อุทธรณ์คำสั่งศาลก่อนย้าย ปริมาณยาแต่ละเข็มเท่าไหร่ ใช้ยาชนิดใด มีการประเมินความเสี่ยงหน้างานหรือไม่ เหตุใดต้องเลือก “หูพับ” เป็นตัวแรก
กรณีนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่อง “ช้างหนึ่งเชือก”
แต่คือบททดสอบ ความโปร่งใสของระบบจัดการสัตว์ป่าไทย

