กรุงเทพมหานคร ผนึกภาครัฐ เอกชน และมหาวิทยาลัย ทดลองเปลี่ยนวินมอเตอร์ไซค์สู่ EV หวังลดมลพิษเมือง ลดค่าใช้จ่ายคนขับ พร้อมเปิดสนามทดลองขับจริง 16 ก.พ. นี้
กรุงเทพฯ กำลังเดินหน้าแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างจริงจัง ด้วยแนวคิด “เริ่มจากแหล่งกำเนิดในชีวิตประจำวัน” ล่าสุด กรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับเครือข่ายภาครัฐ เอกชน และสถาบันวิชาการ เปิดตัวโครงการนำร่อง “EV เพื่อพี่วิน” ดึงวินมอเตอร์ไซค์กว่า 200 คนทั่วเมือง ทดลองใช้ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Motorcycle / EV Bike) เพื่อลดมลพิษทางอากาศ ลดต้นทุนพลังงาน และยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ขับขี่อย่างเป็นรูปธรรม

โครงการนี้ไม่เพียงตั้งเป้าลดควันพิษ แต่ยังออกแบบให้ตอบโจทย์ “รายได้จริง–การใช้งานจริง” ของวินมอเตอร์ไซค์ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ทดลองขับ รับคำปรึกษาด้านการเงิน การซ่อมบำรุง และสมัครเข้าร่วมโครงการ
วินมอเตอร์ไซค์กว่า 89,000 คน แต่ใช้ EV แค่ 123 คัน
ปัจจุบันกรุงเทพฯ มี วินมอเตอร์ไซค์กว่า 89,000 คน จากกว่า 5,300 จุดบริการ ทำหน้าที่เป็นระบบขนส่งเสริม หรือ “เส้นเลือดฝอย” เชื่อมต่อผู้โดยสารจากซอยลึกสู่รถไฟฟ้าและระบบขนส่งหลัก
อย่างไรก็ตาม แม้เทคโนโลยี EV จะพร้อมมากขึ้น แต่ในระบบจริงกลับมี วินที่ใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเพียง 123 คัน เท่านั้น ขณะที่รถเครื่องยนต์สันดาปยังเป็นแหล่งกำเนิด PM2.5 และก๊าซเรือนกระจก ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพทั้งคนขับและคนเมือง

ดร.โดมินิกา คาลินอฟสกา ผู้อำนวยการโครงการด้านการขนส่ง ประเทศไทย จาก GIZ ระบุว่า การลดมลพิษจากยานยนต์ขนาดเล็กในเมือง คือมาตรการเร่งด่วน เพราะวินมอเตอร์ไซค์เป็นหัวใจสำคัญของการเดินทางในพื้นที่ที่รถสาธารณะเข้าไม่ถึง
โมเดลใหม่ “เช่าขับ + สลับแบต” แก้ Pain Point คนขับ
โครงการ “EV เพื่อพี่วิน” ออกแบบจากการศึกษาพฤติกรรมผู้ขับขี่จริง ทั้งต้นทุนรายวัน ข้อจำกัดที่อยู่อาศัย และการเข้าถึงเงินทุนจึงพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ เช่น
- โมเดล เช่าขับรายวัน ลดภาระซื้อรถ
- ระบบ Battery Swapping (สลับแบตเตอรี่) ไม่ต้องรอชาร์จ
- สนับสนุนจุดชาร์จและบริการหลังการขาย
ทั้งหมดช่วยให้คนขับใช้งานได้ต่อเนื่อง ไม่เสียเวลาหยุดวิ่งรับผู้โดยสาร
ใช้ EV ช่วยประหยัดปีละสูงสุด 40,000 บาท
รศ.ดร.ยศพงษ์ ลออนวล มจธ. กล่าวว่า จากค่าน้ำมันเฉลี่ยปัจจุบัน: 100–150 บาท/วัน หากใช้ EV: เหลือเพียง 10–20 บาท/วัน ประหยัดได้: 20,000–40,000 บาท/ปี ที่สำคัญคือ แทบไม่มีค่าซ่อมเครื่องยนต์ ไม่มีไอเสียจากปลายท่อ ลดมลพิษทันที นอกจากช่วยลดค่าใช้จ่ายส่วนตัว ยังส่งผลเชิงบวกต่อคุณภาพอากาศทั้งเมือง

ด้านสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ชี้ว่า การสร้างระบบนิเวศ เช่น มาตรฐานแบตเตอรี่ จุดชาร์จ และบริการซ่อมบำรุง คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้คนขับมั่นใจและเปลี่ยนมาใช้ EV อย่างยั่งยืน
ดีเดย์ 16 ก.พ. เปิดทดลองขับฟรี ที่สนามไทย–ญี่ปุ่น ดินแดง
โครงการเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ 16 กุมภาพันธ์นี้ ที่สนามกีฬาไทย–ญี่ปุ่น ดินแดง ภายในงานมีทดลองขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจริง ให้คำปรึกษาด้านการเงิน/ค่าใช้จ่าย ข้อมูลการดูแลรักษา และเปิดสมัครเข้าร่วมโครงการนำร่อง
โดยข้อมูลจากการทดลองจะนำไปพัฒนาโมเดลขยายผลทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด “Win–Win–Win” เมืองได้อากาศสะอาด คนขับลดต้นทุน สิ่งแวดล้อมยั่งยืน

ความร่วมมือหลายภาคส่วน สู่ต้นแบบขนส่งสะอาดไทย
โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือของ


