NEO ผนึก SCGP ใช้บรรจุภัณฑ์สีเขียว “ลังกระดาษลดคาร์บอน” นับคาร์บอน Scope 3 อย่างเป็นรูปธรรม แปลงเป้าหมาย Net Zero สู่ผลลัพธ์ที่ผู้บริโภคมีส่วนร่วมได้
การขับเคลื่อน ESG อย่างเป็นรูปธรรมกำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญขององค์กรชั้นนำ ล่าสุด บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) หรือ NEO เดินหน้าต่อยอดยุทธศาสตร์ความยั่งยืน ผ่านความร่วมมือกับ บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เปิดตัว “ลังกระดาษลดคาร์บอน” นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์สีเขียวที่ช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้จริง และสามารถวัดผลได้ตามมาตรฐานสากล
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนแนวคิด ESG ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่กระบวนการผลิตภายในองค์กร แต่ขยายไปสู่ ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และการรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 3 ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของภาคธุรกิจทั่วโลก

บรรจุภัณฑ์ที่ “ลดคาร์บอน” ได้จริง และตรวจสอบได้
“ลังกระดาษลดคาร์บอน” ที่พัฒนาโดย SCGP ถูกนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์ของ NEO ในหลายแบรนด์หลัก อาทิ BeNice, D-nee และ Fineline โดยทุกการผลิต 10,000 กล่อง สามารถลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 150 ต้นต่อปี และได้รับการรับรอง ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (CFP) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO)
ข้อมูลดังกล่าวไม่เพียงช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมั่นใจ แต่ยังทำให้ NEO สามารถนำผลการลดคาร์บอนที่ตรวจสอบได้จริงไปใช้ในการรายงานความยั่งยืนตามกรอบสากลได้อย่างครบถ้วน

ต่อยอด ESG จากโรงงานสู่บรรจุภัณฑ์
ปัทมา ถกลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการพาณิชย์ NEO ระบุว่า ความร่วมมือกับ SCGP ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลยุทธ์ Net Zero 2050 ขององค์กร หลังจากที่ผ่านมา NEO เดินหน้าลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการ ลดปล่อยน้ำเสียเป็นศูนย์ (Zero Water Discharge) การลดการใช้ Virgin Plastic ลง 22% เร็วกว่าเป้าหมาย รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมการผลิต เช่น สูตร Biodegradable, เทคโนโลยี Quick Rinse ที่ช่วยประหยัดน้ำได้ถึง 3 เท่า และระบบ Cold Process ที่ช่วยลดการใช้พลังงานตั้งแต่ต้นทาง
การนำบรรจุภัณฑ์ที่สามารถคำนวณและยืนยันคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้อย่างแม่นยำเข้ามาเสริม จึงช่วยให้การบริหารจัดการคาร์บอนของ NEO ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์

ตัวเลขที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลง
ในปี 2567 SCGP ผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์สีเขียวให้กับ NEO รวม 1,354,900 กล่อง ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 94,843 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี หรือคิดเป็นการลดลงเฉลี่ย 8.75% โดยบรรจุภัณฑ์แต่ละกล่องสามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้ 0.07 kgCO₂e
เอกราช นิโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด SCGP มองว่า ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงยกระดับมาตรฐานบรรจุภัณฑ์ของอุตสาหกรรมไทย แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการผลักดันเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 20% ภายในปี 2030 และมุ่งสู่ Net Zero 2050 ในระยะยาว

กรณีศึกษาของ NEO และ SCGP ชี้ให้เห็นว่า ESG ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เมื่อบรรจุภัณฑ์ที่ผู้บริโภคหยิบจับในชีวิตประจำวัน สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการลดคาร์บอนและดูแลโลกได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งเชื่อมโยงเป้าหมายธุรกิจ ความยั่งยืน และความโปร่งใสไว้ในทิศทางเดียวกัน

