เมื่อเทศกาลแห่งความสุขปลายปีเวียนมาอีกครั้ง ภาพของไฟประดับ ต้นคริสต์มาส และแลนด์มาร์กเฉลิมฉลอง เริ่มเปลี่ยนบทบาทจาก “ความสวยงามชั่วคราว” ไปสู่ “พื้นที่สื่อสารคุณค่าความยั่งยืน” มากขึ้นอย่างชัดเจน โดยปีใหม่ 2026 นี้ หลายองค์กรเลือกใช้ งานศิลปะ ประติมากรรม และงานคราฟต์จากวัสดุเหลือใช้ เป็นตัวเล่าเรื่อง สะท้อนความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และชวนสังคมร่วมคิดไปพร้อมกัน
หนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่น คือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา คิง เพาเวอร์ รวมถึงแลนด์มาร์กใจกลางเมือง อาทิ CentralWorld, ICONSIAM, The Street รัชดา, Nextopia ที่หยิบแนวคิด Circular Design และวัฒนธรรมท้องถิ่น มาตีความใหม่ในบรรยากาศเทศกาล
กรุงศรี เปิดพื้นที่ “A WOW Year of Sustainability”
เมื่อประติมากรรมจากขยะ กลายเป็นจุดถ่ายรูปส่งท้ายปี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดพื้นที่เฉลิมฉลองปีใหม่ 2026 ภายใต้แนวคิด “A WOW Year of Sustainability with Krungsri” ผสานศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกัน โดยไฮไลต์สำคัญคือ “ประติมากรรมน้องกล้วยยักษ์แห่งความยั่งยืน” ที่สร้างจากวัสดุรีไซเคิล ไม่ว่าจะเป็นฝากระป๋องและแผ่นซีดีเก่า

ผลงานชิ้นนี้เป็นหนึ่งในผลงานจากโครงการ From Waste to WOW Sustainable Sculpture Contest 2025 by Krungsri ซึ่งสะท้อนแนวคิดการ “เปลี่ยนของเหลือใช้ให้กลายเป็นการเริ่มต้นใหม่อย่างมีคุณค่า” และตอกย้ำพันธกิจ GO Sustainable with Krungsri ที่ธนาคารเดินหน้ามาอย่างต่อเนื่อง
พื้นที่เฉลิมฉลองดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงจุดถ่ายภาพ แต่ยังเป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจ ชวนผู้คนตั้งคำถามกับการใช้ทรัพยากร และมองเห็นบทบาทของศิลปะในการขับเคลื่อนสังคมที่ยั่งยืน โดยเปิดให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2568 – 4 มกราคม 2569 ณ บริเวณหน้าอาคารสำนักงานกรุงศรี เพลินจิต พร้อมนิทรรศการผลงานศิลปะจากวัสดุเหลือใช้ บน BTS Skywalk ชั้น 2

คิง เพาเวอร์ ยกระดับงานคราฟต์ชุมชน
“ต้นคริสต์มาสแห่งการเชื่อมโยง” ที่ถักทอวัฒนธรรมกับเศรษฐกิจฐานราก
อีกหนึ่งภาพสะท้อนความยั่งยืนในเทศกาลปีใหม่ คือ งาน KING POWER CELEBRATION 2026 THE POWER GIFTIVAL ณ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ที่เลือกเล่าเรื่องผ่านงานคราฟต์ท้องถิ่น และแนวคิด Circular Design

จุดเด่นของงานคือ ต้นคริสต์มาสสไตล์ไทยโมเดิร์น ที่ตกแต่งด้วยผ้าขาวม้า ตุง และงานหัตถกรรมจากชุมชนทั่วประเทศกว่า 10,000 ชิ้น ไม่ว่าจะเป็น ตุงไส้หมูจากเชียงใหม่ ผ้าขาวม้าจากราชบุรี หรือ ตุ๊กตาม้าจากมหาสารคาม กลายเป็น “ต้นคริสต์มาสแห่งการเชื่อมโยง” ที่สะท้อนพลังความร่วมมือระหว่างองค์กรกับชุมชน
นอกจากความสวยงาม งาน Giftival Market และ Thai Workshop ยังเปิดพื้นที่ให้ชุมชนเข้าถึงตลาดจริง สร้างรายได้ และเพิ่มมูลค่างานฝีมือไทยอย่างเป็นรูปธรรม ตอบโจทย์เทรนด์ของขวัญปีใหม่ที่ไม่ได้ให้แค่สิ่งของ แต่ให้ “ความหมาย” ควบคู่ไปกับการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก

อัตลักษณ์งานออกแบบแฟชั่นร่วมสมัย
บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด และแบรนด์แฟชั่นไทย VINN PATARARIN เปิดตัวผลงานสร้างสรรค์ “Tree of Tomorrow” ต้นคริสต์มาสรักษ์โลก ณ NEXTOPIA ชั้น 5 สยามพารากอน ถ่ายทอดการเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุข ผ่านการผสานงานออกแบบ นวัตกรรม และแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ด้วยต้นคริสต์มาส “Tree of Tomorrow” ความสูงกว่า 4 เมตร โดดเด่นด้วยการประดับผ้า โพลีเอสเตอร์รีไซเคิล (rPET) คุณภาพสูง ความยาวกว่า 90 เมตร ซึ่งผลิตโดยอินโดรามา เวนเจอร์ส จากขวดพลาสติก PET หลังการบริโภคมากกว่า 880 ขวด สะท้อนศักยภาพของวัสดุหมุนเวียนที่สามารถนำกลับมาสร้างคุณค่าใหม่ได้อย่างมีสไตล์
ด้าน VINN PATARARIN ได้นำอัตลักษณ์งานออกแบบแฟชั่นร่วมสมัย ถ่ายทอดผ่านเทคนิค เลเซอร์คัต และการออกแบบสิ่งทอเชิงทดลอง แปรเปลี่ยนวัสดุรีไซเคิลให้กลายเป็นต้นคริสต์มาสดีไซน์ล้ำสมัย แสดงให้เห็นว่า “ความยั่งยืน” สามารถถ่ายทอดออกมาในรูปแบบที่สวยงามและสร้างแรงบันดาลใจได้

โครงการนี้สอดคล้องกับพันธกิจด้าน ESG และ CSR ของอินโดรามา เวนเจอร์ส และตอกย้ำบทบาทผู้นำระดับโลกด้านการรีไซเคิล หลังจากบริษัทสามารถรีไซเคิลขวด PET ครบ 150,000 ล้านขวด เมื่อต้นปีที่ผ่านมา การติดตั้ง “Tree of Tomorrow” ครั้งนี้จึงมุ่งเชื่อมโยงกับผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด พร้อมสร้างความตระหนักรู้ถึงคุณค่าของการรีไซเคิล PET ในชีวิตประจำวัน
ในฐานะหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง NEXTOPIA อินโดรามา เวนเจอร์ส ยังคงร่วมมือกับสยามพิวรรธน์ เพื่อขับเคลื่อนวิถีชีวิตที่ยั่งยืน ผ่านประสบการณ์แบบอินเตอร์แอคทีฟ กิจกรรมให้ความรู้ด้านการรีไซเคิล และจุดรับขวด PET ใช้แล้ว เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจจากเทศกาลแห่งความสุขสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในระยะยาว
ทั้งนี้ ต้นคริสต์มาส “Tree of Tomorrow” เปิดให้เข้าชม ณ โถงกลาง NEXTOPIA ชั้น 5 สยามพารากอน ตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2568 – 15 มกราคม 2569 และในวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ผู้เข้าชม 100 ท่านแรก ที่ถ่ายภาพร่วมกับต้นคริสต์มาสและโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดีย จะได้รับ ผ้าคลุมไหล่ rPET รุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน ออกแบบโดย VINN PATARARIN พร้อมการ์ดเล่าเรื่องราววัสดุ กระบวนการออกแบบ และแนวคิดความยั่งยืน
ต้นคริสต์มาสรักษ์โลกในแลนด์มาร์กเมือง
เมื่อวัสดุเหลือใช้ กลายเป็น Soft Power แห่งเทศกาล ขณะที่แลนด์มาร์กต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ ก็ร่วมตีความ “คริสต์มาสรักษ์โลก” ในมิติที่หลากหลาย
ICONSIAM นำ “ตุง” ศิลปหัตถกรรมไทยมาตกแต่งต้นคริสต์มาสสูงกว่า 20 เมตร ผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นกับเทศกาลสากล ออกแบบจากแรงบันดาลใจงานคราฟต์และภูมิปัญญาไทย เช่น ลายสานไทย ผสมผสานกับแสงสีเสียงอลังการ และมีการแสดงแสงสีเสียงริมแม่น้ำเจ้าพระยา (Multimedia Water Feature) รวมถึงโชว์แท่งไฟเรืองแสง Infinity Forest บนชั้น 7 ให้ได้ถ่ายรูปสวยๆ ในธีม “รากแห่งความงามที่อยู่ภายในใจคนไทย”

Kimpton Maa-Lai Bangkok ร่วมกับแบรนด์ PIPATCHARA สร้างต้นคริสต์มาสจากลังผลไม้พลาสติกเหลือใช้ สูง 4 เมตร
The Street รัชดา เคยนำขยะรีไซเคิล เช่น ขวด หลอด แผ่นซีดี มาสร้างเป็นต้นคริสต์มาสในธีม Sustainable
CentralWorld ใช้ Art Toy และซอฟต์พาวเวอร์ด้านครีเอทีฟ กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
ทั้งหมดสะท้อนว่า “งานตกแต่งเทศกาล” กำลังกลายเป็นพื้นที่ทดลองแนวคิดความยั่งยืน ที่เชื่อมโยงศิลปะ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจเข้าด้วยกันอย่างมีพลัง

เทศกาลแห่งความสุข ที่ไม่ได้จบแค่ความสวยงาม
ปรากฏการณ์ประติมากรรมและต้นคริสต์มาสรักษ์โลกในปีใหม่นี้ ชี้ให้เห็นว่า ความยั่งยืนไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องไกลตัว หากสามารถเริ่มต้นจากพื้นที่สาธารณะ งานศิลปะ และช่วงเวลาแห่งความสุขที่ทุกคนมีส่วนร่วมได้
เมื่อองค์กรเลือก “ใส่ใจโลก” ไปพร้อมกับการเฉลิมฉลอง เทศกาลปีใหม่จึงไม่ใช่แค่การนับถอยหลัง แต่คือการตั้งต้นอนาคตที่ดีกว่าร่วมกัน

