DKSH เปิดกลยุทธ์ผู้นำ “มาเธียส เกรเกอร์” เดินหน้าธุรกิจอย่างยั่งยืน ตั้งเป้า Net-Zero ภายใต้กรอบ SBTi พร้อมปักธงเปลี่ยนโฉมซัพพลายเชนสีเขียวในไทย
ท่ามกลางความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก “ความยั่งยืน” ไม่ใช่เพียงเรื่องของการรายงานตัวเลข แต่คือยุทธศาสตร์ธุรกิจที่กำหนดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว เช่นเดียวกับแนวทางของ DKSH ประเทศไทย ผู้ให้บริการด้านการขยายตลาด (Market Expansion Services) รายใหญ่ของโลก ที่ประกาศชัดว่า “ธุรกิจและความยั่งยืนเป็นเรื่องเดียวกัน”
มาเธียส เกรเกอร์ กรรมการผู้จัดการ หน่วยธุรกิจวัตถุดิบอุตสาหกรรม บริษัท DKSH (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในปี 2569 DKSH จะฉลองการดำเนินงานในไทยครบรอบ 120 ปี—ตัวเลขที่ตอกย้ำความเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยมายาวนานไม่ต่างจากองค์กรท้องถิ่น ขณะเดียวกันก็สะท้อนการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่สู่ธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย ESG อย่างเป็นรูปธรรม

ยกระดับเป้าหมาย Net-Zero ภายใต้กรอบ SBTi : ลดคาร์บอนแล้ว 55% ภายใน 4 ปี
DKSH ประกาศความร่วมมือกับ Science Based Targets initiative (SBTi) องค์กรระดับโลกที่สนับสนุนให้ภาคธุรกิจตั้งเป้าลดก๊าซเรือนกระจกตามหลักวิทยาศาสตร์ เพื่อจำกัดภาวะโลกร้อนตามกรอบ Paris Agreement
มาเธียส กล่าวว่า บริษัทได้ยกระดับเป้าหมายสู่ Net-Zero และในปี 2024 DKSH สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 1 และ 2 (Market-based) ได้ 55% เมื่อเทียบกับปี 2020 ซึ่งเป็นการ บรรลุเป้าหมายระยะกลาง (Mid-term Target) ก่อนกำหนด ถือเป็นก้าวสำคัญสู่ Net-Zero ในอนาคต

แม้ DKSH ยังไม่เปิดเผยสัดส่วน Scope 3 ต่อการปล่อยรวมทั้งหมด แต่บริษัทได้เริ่มรายงานข้อมูล Scope 3 ครบทุกหมวดที่เกี่ยวข้องแล้ว ซึ่งสะท้อนถึงการยกระดับความโปร่งใสและความจริงจังในการจัดการผลกระทบของ Value Chain ทั้งระบบ
ยืนยันทิศทาง “Sustainability คือ Core Value”
ตั้งแต่ปี 2563–2564 DKSH ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า “ความยั่งยืน” คือหนึ่งใน ค่านิยมหลัก 5 ประการ (Core Values) เคียงข้าง Integrity, Empowerment, Entrepreneurship และ Collaboration
ภายใต้กรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืนใหม่ที่ออกแบบขึ้นในช่วงเวลานั้น บริษัทชู 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่
- Our People – พนักงานคือหัวใจในการขับเคลื่อนธุรกิจ
- Our Partner – ร่วมมือกับลูกค้าและซัพพลายเออร์ในการพัฒนา Value Chain อย่างรับผิดชอบ
- Our Planet – ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ความยั่งยืนจึงไม่ใช่ “งานเสริม” แต่กลายเป็นระบบคิดหลักของทั้งองค์กร
เปลี่ยนซัพพลายเชนสู่ EV และการมีส่วนร่วมของพาร์ทเนอร์
หนึ่งในความท้าทายที่สำคัญที่สุด ของ มาเธียส คือการผลักดันซัพพลายเออร์ให้เปลี่ยนมาสู่การใช้รถขนส่งไฟฟ้า (EV) แทนรถดีเซล แม้ DKSH ลงทุนปรับระบบภายในอย่างเต็มที่ แต่การขนส่งส่วนใหญ่ยังเป็นรูปแบบ Outsource จึงต้องใช้ทั้ง การสื่อสาร ความร่วมมือ และแรงจูงใจทางการเงิน เพื่อช่วยลดต้นทุนเริ่มต้นของคู่ค้า
“แม้ EV จะมีต้นทุนสูงกว่าในระยะสั้น แต่ในระยะยาวจะคุ้มค่า และที่สำคัญคือเป็นสิ่งที่ถูกต้องต่อโลกและต่อธุรกิจ แม้การทำธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอาจมี คอร์สที่สูงกว่า แต่เป็นการทำ สิ่งที่ถูกต้อง และสร้าง Added Value ที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและลดผลกระทบบางอย่างได้”
— มาเธียส DKSH กล่าว
ปัจจุบันบริษัทมี รถบรรทุก EV ประมาณ 30 คัน และ มอเตอร์ไซค์ EV ราว 10 คัน พร้อมสนับสนุนพนักงานด้วย ที่ชาร์จ EV ฟรี ในสำนักงาน

โครงสร้างธุรกิจแข็งแกร่ง ครอบคลุม 4 Business Units เติบโตคู่เศรษฐกิจไทย
DKSH ประเทศไทยมีครบทั้ง 4 หน่วยธุรกิจหลัก ได้แก่
- Consumer Goods – สินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน
- Healthcare – หน่วยธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในไทยและระดับโลก
- Technology – เครื่องจักรและเครื่องมือวิเคราะห์
- Performance Materials – วัตถุดิบอาหาร, Personal Care, Industrial, Pharma
ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญ ครอบคลุมลูกค้ากว่า 1,400 ราย และผู้ผลิตกว่า 840 ราย พร้อมพนักงานที่เข้าถึงระบบปฏิบัติการกว่า 28,000 คนทั่วโลก

12 ศูนย์กระจายสินค้า + โซลาร์รูฟ + ระบบบริหารขยะ : ปรับโฉมสู่ Green DC
DKSH มี ศูนย์กระจายสินค้า 12 แห่งในประเทศไทย และทยอยติดตั้งโซลาร์รูฟอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันติดตั้งแล้วกว่า 50% ของเครือข่ายทั้งหมด ช่วยลดการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลในระบบโลจิสติกส์อย่างชัดเจน
พร้อมทั้งมีการจัดการขยะอย่างมีระบบ ลดการใช้โฟม และหันมาใช้บรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ เช่น B-Box ซึ่งเป็นกล่องบรรจุภัณฑ์แบบยั่งยืนที่ใช้สำหรับควบคุมอุณหภูมิในการขนส่งยา และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของ DKSH รูปแบบบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ 100% วัสดุทำจาก EPP (Expanded Polypropylene) มีน้ำหนักเบา เก็บอุณหภูมิได้ดีเยี่ยม ทนทาน ใช้นานสูงสุด 5 ปี ลดพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง

เดินหน้าภารกิจเพื่อสังคมต่อเนื่อง
DKSH เป็นบริษัทแรกที่เสนอตัวช่วยรัฐบาลในช่วงโควิด-19 พร้อม จัดส่งวัคซีนฟรี 2 ล้านโดสแรก ให้ประชาชนไทย ภายใต้กรอบ “Our People – Our Partner – Our Planet” บริษัทดำเนินโครงการเพื่อสังคมสำคัญ เช่น สนับสนุนมูลนิธิบ้านเด็ก รวมกว่า 16 ล้านบาท ให้ความรู้ด้านสุขอนามัยแก่เด็กข้ามชาติ ในการบริจาคของใช้จำเป็นและให้ความรู้ด้านสุขอนามัยแก่เด็กและครอบครัวด้อยโอกาสในชุมชนแออัดและแคมป์ก่อสร้าง และยังมีกิจกรรม จัดงานวิ่ง “Patient Purpose Day” เพื่อสนับสนุนผู้ป่วยมะเร็ง โดยมีผู้ร่วมงานกว่า 1,200 คน
ผู้บริหาร DKSH เชื่อว่าในโลกปัจจุบัน ความยั่งยืนคือ Competitive Advantage ที่กำหนดความสำเร็จในอนาค ทั้งการลดคาร์บอน, พัฒนาซัพพลายเชนสีเขียว, ความโปร่งใสในการรายงาน, สวัสดิภาพของพนักงาน และการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ ล้วนเป็นพลังสำคัญที่พาองค์กรเติบโตอย่างมั่นคง และเติบโตเร็วกว่าการขยายตัวของ GDP ตาม DNA ขององค์กร

