มิตรผล ส่งต่อ คาร์บอนเครดิต 5,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หนุน SX2025 สู่ Carbon Neutral Event เผยประเมินปล่อยคาร์บอนปีที่ผ่านมาแตะกว่า 7,000 ตัน
ในงาน Sustainability Expo 2025 (SX2025) มหกรรมความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งอาเซียนซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 กันยายน – 5 ตุลาคม ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กลุ่มมิตรผลได้ประกาศมอบ คาร์บอนเครดิต 5,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เพื่อสนับสนุนให้การจัดงานปีนี้เคลื่อนตัวไปสู่การเป็น “งานคาร์บอนเป็นกลาง” (Carbon Neutral Event) อย่างเป็นรูปธรรม
เผย “ตัวเลขมหาศาล” — ย้ำจุดยืน Carbon Neutral
ในพิธีส่งมอบคาร์บอนเครดิต ภายในงาน SX2025 ต้องใจ ธนะชานันท์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กลุ่มงานความยั่งยืนและกลยุทธ์ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้ให้ข้อมูลว่า จากการประเมินงานปีที่ผ่านมา (SX ปีก่อนหน้า) พบว่า มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รวมตลอดงานสูงถึงประมาณ 7,000 ตัน
“ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความท้าทายในการจัดอีเวนต์ขนาดใหญ่ หากไม่ออกแบบจัดการที่ดี งานอาจกลายเป็นภาระทางสิ่งแวดล้อมมากกว่าการสร้างสรรค์” — ต้องใจกล่าว
ด้วยสถานะปริมาณการปล่อยสูงขนาดนี้ มาตรการเพียงแค่ “ลด” อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ การนำคาร์บอนเครดิตเข้ามาช่วยชดเชย (offset) จึงเป็นเครื่องมือเสริมสำคัญ เพื่อให้กิจกรรมที่เหลืออยู่ (after reduction) สามารถ “เป็นกลางทางคาร์บอน” ได้จริง

10 วัน 10 โซน – ครอบคลุมทุกมิติความยั่งยืน
งาน SX2025 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Adaptation & Collaboration) อยู่ภายในพื้นที่ราว กว่า 70,000 ตารางเมตร โดยแบ่งออกเป็น 10 โซนหลักที่ครอบคลุมทั้ง การประชุม ฟอรั่ม วิทยากรเวิร์กชอป ตลาดสินค้ายั่งยืน เทศกาลอาหาร ที่น่าสนใจคือปีนี้มีองค์กรทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 270 แห่ง ร่วมจัดแสดง และมีวิทยากรมากกว่า 750 คน จากทั่วโลกเข้าร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
การเป็นงานขนาดใหญ่ที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก ทำให้ภาระในการจัดการ “คาร์บอนเชิงกิจกรรม” (Activity-based emissions) สูง — โดยเฉพาะการเดินทางของผู้เข้าร่วม การขนส่งอุปกรณ์ พลังงานอาคาร ระบบไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ และการผลิตโครงสร้างชั่วคราว เช่น เวที บูธ ฯลฯ
ในงานอีเวนต์และการจัดนิทรรศการทั่วไป “การเดินทาง (transportation)” มักเป็นแหล่งปล่อยก๊าซที่ใหญ่ที่สุด รองลงมาคือ “การสร้างโครงสร้าง/ตกแต่งงาน (venue / fit-out)” และ “การใช้พลังงานในสถานที่” ตามงานวิจัยอุตสาหกรรมอีเวนต์หลายแห่งระบุไว้ 
กลยุทธ์ “ลด + ชดเชย” เพื่อ Carbon Neutral
เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย “คาร์บอนเป็นกลาง” (Carbon Neutral Event) SX2025 จึงจำเป็นต้องเดินหน้าตามแนวทางที่เป็น Best Practice ดังนี้:
1. การวัด (Measurement) อย่างแม่นยำ
การรวมข้อมูลจากหลายภาคส่วน เช่น พลังงาน (ไฟฟ้า, แอร์), การเดินทางของผู้เข้าร่วม, ขนส่งอุปกรณ์, การก่อสร้าง/รื้อถอนบูธ, การจัดการของเสีย ฯลฯ ซึ่งต้องใช้มาตรฐานสากล เช่น GHG Protocol / ISO 20121 เพื่อให้ผลรวมมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้
2. มาตรการลดการปล่อย (Mitigation / Avoidance)
– เลือกสถานที่ที่ใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ
– เครื่องใช้ไฟฟ้า/ระบบแสงสว่างที่ประหยัดพลังงาน
– ใช้วัสดุรีไซเคิล / ลดการใช้วัสดุใหม่
– ส่งเสริมผู้เข้าร่วมให้ใช้การเดินทางร่วม (carpooling) หรือระบบขนส่งสาธารณะ
– บริหารจัดการของเสีย แยกขยะ ลดขยะอินทรีย์ ฯลฯ
3. การชดเชย (Offsetting) ผ่านคาร์บอนเครดิต
หลังจากลดแล้ว ยังเหลือปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ — กลุ่มมิตรผลจึงมอบคาร์บอนเครดิต 5,000 ตัน เพื่อนำไปชดเชยส่วนที่เหลือ และแสดงเจตนารมณ์ในการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
“SX2025 Carbon Neutral” ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ การที่งานระดับภูมิภาคแสดงภูมิปัญญาด้านความยั่งยืนระดับสูง จะช่วยย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ สร้างให้เกิดแรงบันดาลใจเชิงปฏิบัติ ผู้เข้าร่วมไม่ใช่แค่ชมงาน แต่จะได้รับแนวทาง “ลงมือทำจริง” ด้านสิ่งแวดล้อม เปิดการรับรู้ การมีส่วนร่วมโดยมีการเปิดเผยตัวเลขปล่อยก๊าซ ทำให้เกิดการตั้งคำถามและการมีส่วนร่วมของสาธารณะ — ใคร ๆ ก็อยากรู้ “แล้วปีนี้ลดได้เท่าไร”

