สถาบันไทยพัฒน์ ภายใต้ มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ แถลงทิศทาง ESG ปี 2569 ชี้ภาคธุรกิจไทยต้องเร่งสร้าง “ความพร้อมผัน” (Resilience) ให้กิจการ ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
รายงานแนวโน้มประจำปีในชื่อ “2026 ESG Trends: Sustainability Red Flags” ระบุว่า กระแส ESG ในระดับโลกอาจผ่านจุดสูงสุดแล้ว แต่ “ความยั่งยืน” ยังเป็นฐานรากสำคัญของการดำเนินธุรกิจ เพียงแต่ต้องปรับจากการมุ่งผลระยะยาวเพียงอย่างเดียว สู่การสร้างประโยชน์ระยะใกล้ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม
6 สัญญาณเตือน ESG ปี 2569 ที่ธุรกิจต้องจับตา
ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ ประธานสถาบันไทยพัฒน์ กล่าวว่า ปีนี้มี 6 แนวโน้มสำคัญที่เป็น “สัญญาณเตือน” ต่อภาคธุรกิจ ได้แก่
1. การตีกลับด้านความยั่งยืน (Sustainability Backlash)
2. ภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากสภาพภูมิอากาศ
3. การทวงถามจากธรรมชาติ
4. ความท้าทายในห่วงโซ่คุณค่า
5. ธรรมาภิบาลภายใต้ขีดจำกัด
6. ช่องว่างการเปิดเผยข้อมูล
“ความเคลื่อนไหวด้านความยั่งยืนในปีนี้ เป็นสัญญาณให้ธุรกิจเพิ่มความรอบคอบและเร่งเสริมความแข็งแกร่งจากภายใน” ดร.พิพัฒน์ กล่าว

เปิดตัว Corporate Resilience Framework ครั้งแรก
ภายในงาน ยังมีเวทีเสวนา Corporate Resilience in a Turbulent World พร้อมเปิดตัว Corporate Resilience Framework ซึ่งประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก
• Mitigation – การบรรเทาผลกระทบ
• Adaptation – การปรับตัว
• Transition – การเปลี่ยนผ่าน
กรอบดังกล่าวมุ่งช่วยองค์กรสร้างมูลค่าธุรกิจ ควบคู่คุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้โลกที่มีความปั่นป่วนหลายมิติ

จาก “Compliance” สู่ “Value Creation”
วรณัฐ เพียรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันไทยพัฒน์ ระบุว่า องค์กรควรยกระดับ ESG จากการปฏิบัติตามเชิงรับ ไปสู่การสร้างคุณค่าเชิงรุก โดยมี 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่
• สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันเหนือข้อกำหนดกฎหมาย
• บูรณาการความยั่งยืนสู่กลยุทธ์สร้างมูลค่าธุรกิจ
• ลงทุนในระบบข้อมูลและการรายงานคุณภาพสูง
ขณะที่ ฌานสิทธิ์ ยอดพฤติการณ์ กรรมการสถาบันฯ เสนอเครื่องมือสำคัญ ได้แก่
• Return on Resilience (RoR) – ประเมินผลตอบแทนจากความพร้อมผัน เชื่อมโยง CAPEX และ OPEX
• Triple Dividend of Resilience (TDR) – คำนวณปันผลสามประโยชน์จากการปรับตัว
เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้องค์กรไม่เพียง “อยู่รอด” แต่สามารถ “ทำกำไรและลดความเสี่ยง” ท่ามกลางความไม่แน่นอนสูง

