เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ชูพอร์ตอสังหาฯ ครบวงจร เร่งขยาย “นิคมอุตสาหกรรม–โลจิสติกส์” ควบคู่ ESG ตั้งเป้ารายได้ปี 69 แตะ 1.5 หมื่นล้าน
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย เดินหน้าตอกย้ำการเป็นผู้นำแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรของไทย ด้วยพอร์ตโฟลิโอสินทรัพย์ที่หลากหลาย ครอบคลุมธุรกิจอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ พาณิชยกรรม และที่อยู่อาศัย พร้อมเร่งขยายการลงทุนสู่นิคมอุตสาหกรรมและโครงการมิกซ์ยูส เพื่อรองรับกระแสการย้ายฐานการผลิตและเงินลงทุนจากต่างชาติ ขณะเดียวกันยังเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้กรอบ ESG (Environmental, Social, Governance) เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ฮั่ว เตียง ลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ FPT กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจโลกในช่วงปีที่ผ่านมาเผชิญความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และความตึงเครียดทางการค้า แต่บริษัทสามารถรักษาผลการดำเนินงานได้อย่างแข็งแกร่ง โดยในปีงบประมาณ 2568 บริษัทมีกำไรประมาณ 1,450 ล้านบาท

“จุดแข็งของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย คือการเป็นแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ที่มีสินทรัพย์หลากหลายประเภท ซึ่งช่วยกระจายความเสี่ยงของธุรกิจ และสามารถเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญจากทุกกลุ่มธุรกิจเข้าด้วยกัน เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการที่มีคุณภาพให้กับลูกค้าในระยะยาว” นายฮั่ว เตียง ลิม กล่าว
อุตสาหกรรม–โลจิสติกส์ เติบโต รับกระแสย้ายฐานการผลิต
หนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจของบริษัทคือ กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 50% ของพอร์ตโฟลิโอทั้งหมด โดยปัจจุบันบริษัทมีพื้นที่คลังสินค้าและโรงงานภายใต้การบริหารจัดการเกือบ 3.8 ล้านตารางเมตร และตั้งเป้าขยายพื้นที่สู่ 4 ล้านตารางเมตรภายในปีนี้
ความต้องการพื้นที่อุตสาหกรรมในประเทศไทยยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากกระแส China Plus One ซึ่งทำให้ผู้ผลิตจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน เริ่มกระจายฐานการผลิตมายังภูมิภาคอาเซียนเพื่อลดความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน

ส่งผลให้ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมียอดขายที่ดินอุตสาหกรรมกว่า 13,000 ไร่ ขณะที่อัตราการเช่าพื้นที่คลังสินค้าและโรงงานของบริษัททำสถิติสูงสุดที่ 92% และโรงงานมีอัตราการเช่าสูงถึง 97%
ขยายสู่นิคมอุตสาหกรรม รองรับ Data Center และอุตสาหกรรมอนาคต
เพื่อเติมเต็มห่วงโซ่ธุรกิจอุตสาหกรรม บริษัทได้ขยายการลงทุนสู่ ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม (Industrial Estate) โดยมีโครงการสำคัญ ได้แก่
- ARAYA The Eastern Gateway โครงการระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรมครบวงจร บนพื้นที่กว่า 4,600 ไร่
- โครงการนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ในจังหวัด ชลบุรี บนพื้นที่กว่า 2,200 ไร่

โครงการดังกล่าวมีมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 36,000 ล้านบาท และถูกออกแบบเพื่อรองรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ โดยเฉพาะ Data Center ซึ่งคาดว่าจะมีสัดส่วนผู้ลงทุนราว 30–40% ของพื้นที่ทั้งหมด
นอกจากนี้ บริษัทมี Land Bank ที่สามารถรองรับการพัฒนาได้อีก 5–6 ปี โดยเฉพาะในพื้นที่ยุทธศาสตร์ใกล้กรุงเทพฯ และเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
ผนึกกำลัง One Bangkok สร้างพอร์ตพาณิชยกรรมระดับพรีเมียม
ในด้าน ธุรกิจพาณิชยกรรม บริษัทได้ผสานการดำเนินงานร่วมกับโครงการ One Bangkok ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง TCC Assets และ Frasers Property Limited

ความร่วมมือดังกล่าวทำให้เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย กลายเป็นหนึ่งในผู้บริหารพื้นที่สำนักงานและรีเทลระดับพรีเมียมที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ โดยปัจจุบันบริหารพื้นที่รวมกว่า 1.84 ล้านตารางเมตร ครอบคลุม
- โครงการมิกซ์ยูส 7 โครงการ
- อาคารสำนักงาน 10 อาคาร
- ทำเลใกล้สถานี BTS และ MRT รวม 9 สถานี
โครงการ One Bangkok ยังถูกพัฒนาโดยทีมที่ปรึกษาและสถาปนิกระดับโลกกว่า 100 บริษัท เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับโครงการมิกซ์ยูสในประเทศไทย
ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยกลยุทธ์ ESG และเป้าหมาย Net Zero
ควบคู่กับการเติบโตทางธุรกิจ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้าน ความยั่งยืน (Sustainability) โดยนำกรอบ ESG มาผสานกับกลยุทธ์ธุรกิจในทุกกลุ่มสินทรัพย์
บริษัทกำหนดแนวทางดำเนินงานภายใต้ 3 เสาหลัก ได้แก่
- Consuming Responsibly – การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
- Focusing on People – การสร้างคุณค่าต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและชุมชน
- Acting Progressively – การกำกับดูแลกิจการอย่างโปร่งใสและมีธรรมาภิบาล
ในด้านเป้าหมายระยะยาว บริษัทตั้งเป้า Net Zero Carbon ภายในปี 2050 พร้อมตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอน 42% ภายในปี 2030 และเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนในโครงการรวม 41 เมกะวัตต์
ขณะเดียวกัน บริษัทตั้งเป้าให้ โครงการใหม่ 100% มุ่งสู่มาตรฐานอาคารสีเขียวภายในปี 2030 และให้ทรัพย์สินในพอร์ตโฟลิโออย่างน้อย 85% ได้รับ Green Certification
ตัวอย่างโครงการที่สะท้อนแนวคิดดังกล่าวคือ The Grand Riverfront Ratchapruek – Rama 5 ซึ่งได้รับมาตรฐาน LEED v4.1 Gold ถือเป็นโครงการบ้านเดี่ยวแห่งแรกในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับการรับรองดังกล่าว
ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 กว่า 15,045 ล้านบาท
สำหรับปีงบประมาณ 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้รวม 15,045 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีวินัยทางธุรกิจ ควบคู่กับการรักษาคุณภาพของพอร์ตโฟลิโอ และการสร้าง Synergy ระหว่างทุกกลุ่มธุรกิจ
ปัจจุบันผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัทได้รับการยอมรับในระดับประเทศและสากล อาทิ
- SET ESG Rating ระดับ AAA
- GRESB Rating ระดับ A และ Green Star
- การรับรองเป้าหมายลดคาร์บอนจาก Science Based Targets initiative (SBTi)
5-Star CGR ด้านการกำกับดูแลกิจการ
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย เชื่อว่าการผสานกลยุทธ์ธุรกิจเข้ากับแนวคิด ESG จะช่วยสร้างคุณค่าระยะยาวทั้งต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมผลักดันองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

