ซีพีเอฟ กำไรสุทธิปี 2568 ทะยาน 25,197 ล้านบาท ปันผล 1.25 บาทต่อหุ้น สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เดินหน้าดิจิทัล–นวัตกรรมความยั่งยืน ปี 2569
บริษัท บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF รายงานผลการดำเนินงานปี 2568 มีกำไรสุทธิ 25,197 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% จากปีก่อนหน้า พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลรวมทั้งปี 1.25 บาทต่อหุ้น สูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจและประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนตลอดห่วงโซ่อุปทาน
กำไรโต 29% อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 16.9%
แม้รายได้จากการขายปี 2568 อยู่ที่ 571,135 ล้านบาท ลดลง 2% จากผลกระทบค่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อแปลงงบการเงินต่างประเทศ แต่หากพิจารณาในสกุลเงินท้องถิ่น รายได้เติบโต 3% จากปีก่อน โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากกิจการในต่างประเทศ
ปัจจัยสนับสนุนผลกำไร ได้แก่
- การบริหารประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน
- การควบคุมต้นทุนการผลิตอย่างมีวินัย
- ต้นทุนวัตถุดิบลดลง โดยเฉพาะราคากากถั่วเหลือง
- มาตรฐานความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) ที่เข้มงวด
- ราคาเนื้อสุกรเฉลี่ยในภูมิภาคสูงขึ้น โดยเฉพาะครึ่งปีแรก 2568
ส่งผลให้ กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 14% และอัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นเป็น 16.9% จาก 14.6% ในปี 2567
โครงสร้างรายได้กระจาย 13 ประเทศ ลดความเสี่ยงเชิงภูมิศาสตร์
โครงสร้างยอดขายของบริษัทแบ่งเป็น
- 62% จากกิจการต่างประเทศ
- 33% จากประเทศไทย
- 5% จากการส่งออกไปกว่า 50 ประเทศ
กิจการต่างประเทศครอบคลุม 13 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม จีน (รวมไต้หวัน) รัสเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย อังกฤษ อินเดีย ตุรกี ลาว เบลเยียม และศรีลังกา โดยส่วนใหญ่เป็นการผลิตและจำหน่ายภายในประเทศนั้น ๆ
ผู้บริหารชี้ ปี 2568 ฝ่าความท้าทายเศรษฐกิจ–ค่าเงินบาทแข็งค่า
ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร CPF กล่าวว่า บริษัทมุ่งเสริมความแข็งแกร่งของพื้นฐานธุรกิจ ปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน และบริหารสินทรัพย์อย่างรอบคอบ ทำให้สามารถสร้างกำไรได้แม้เผชิญความท้าทาย ทั้งเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ความผันผวนอัตราแลกเปลี่ยน และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในอุตสาหกรรมอาหาร
ปี 2569 เดินหน้า “นวัตกรรมความยั่งยืน–ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน” เต็มรูปแบบ
สำหรับปี 2569 บริษัทตั้งเป้าเติบโตต่อเนื่องผ่าน 4 แกนหลัก ได้แก่
- สร้างวัฒนธรรมนวัตกรรมความยั่งยืน
- เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์
- เปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลทั่วทั้งองค์กร
- พัฒนาผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่
ผู้บริหารเชื่อมั่นว่าแนวทางดังกล่าวจะสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง และผลการดำเนินงานปี 2569 จะยังคงดีต่อเนื่องจากปี 2568
ปันผลสูงสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมแผนเพิ่มวงเงินหุ้นกู้ 50,000 ล้านบาท
คณะกรรมการบริษัทมีมติจ่ายเงินปันผลงวดที่สองปี 2568 ในอัตรา 0.25 บาทต่อหุ้น รวมกับเงินปันผลระหว่างกาลที่จ่ายไปก่อนหน้า 1.00 บาทต่อหุ้น ทำให้รวมทั้งปีอยู่ที่ 1.25 บาทต่อหุ้น
พร้อมกันนี้ เตรียมเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 23 เมษายน 2569 เพื่ออนุมัติ การจ่ายปันผล และการเพิ่มวงเงินออกและเสนอขายหุ้นกู้ 50,000 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นทางเลือก Refinancing ลดต้นทุนทางการเงินในอนาคต

